หน้าหลัก

Tag - นมแม่

นอกจากสารอาหารเต็มเปี่ยมในนมแม่แล้ว การให้ลูกกินนมแม่ยังมีข้อดีอีกมากมายที่คุณแม่นึกไม่ถึง มาดูกันว่าการให้ลูกกินนมแม่มหัศจรรย์มากแค่ไหน นอกจากสารอาหารเต็มเปี่ยมในนมแม่แล้ว การให้ลูกกินนมแม่ยังมีข้อดีอีกมากมายที่คุณแม่นึกไม่ถึง มาดูกันว่าการให้ลูกกินนมแม่มหัศจรรย์มากแค่ไหน 1. ประหยัดเงิน กินนมแม่ช่วยให้ประหยัดเงิน เพราะนมแม่ไม่ต้องซื้อหามา เป็นน้ำนมที่มาจากร่างกายของแม่ ถ้าแม่มีความตั้งใจ พยายาม ก็สามารถมีน้ำนมให้เพียงพอกับลูก ๆ ได้ และนมแม่ยังมีสารอาหารที่ดีกับลูกด้วย 2. นมแม่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของทารกยังไม่สมบูรณ์ ทารกจะมีภูมิคุ้มกันโดยรับแอนติบอดีต่างๆ ผ่านทางนมแม่ ซึ่งในนมแม่ประกอบไปด้วยสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพหลายชนิดที่เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ลูกได้รับภูมิคุ้มกัน ไม่เจ็บป่วยง่ายด้วยการกินนมแม่ตั้งแต่แรกเกิด 3. ลดโอกาสเกิดภูมิแพ้ เด็กที่กินนมแม่ช่วยลดโอกาสเสี่ยงของภูมิแพ้ต่างๆ ได้ จากงานวิจัยหลายชิ้นมีผลสรุปว่าการกินนมแม่ของทารกตั้งแต่แรกเกิด สามารถลดโอกาสการเกิดโรคภูมิแพ้ในเด็กเล็กได้ค่ะ 4. ช่วยให้แม่น้ำหนักลด มดลูกเข้าอู่เร็ว เพราะเมื่อให้นมลูกต้องใช้พลังงานเยอะ ทำให้น้ำหนักลดลงได้เร็ว และยังช่วยให้มดลูกกลับสู่สภาวะเดิมก่อนคลอด ซึ่งในกระบวนการนี้ต้องอาศัยฮอร์โมนออกซิโทซินช่วยเร่ง ซึ่งฮอร์โมนออกซิโทซินจะเพิ่มขึ้นในช่วงการให้นมลูก ส่งผลให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น 5. กินนมแม่แล้วสายตาดี ในนมแม่มีสารอาหารที่ช่วยบำรุงสายตา เช่น กรดไขมันดีเอชเอ กรดอะมิโน ที่ดีต่อพัฒนาการการมองเห็น
5 เรื่องควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการเก็บสต็อกนมแม่ วิธีการเก็บที่ถูกต้อง และวิธีที่ไม่ควรทำเพื่อไม่ให้นมแม่สูญเสียคุณค่า 5 เรื่องไม่ควรทำกับสต็อกนมแม่ 1. ห้ามนำนมแม่อุ่นด้วยความร้อนสูง ห้ามแช่น้ำร้อน หรืออุ่นนมแม่ในเตาไมโครเวฟเด็ดขาด เพราะจะทำให้สารอาหารในน้ำนมสูญเสียไป 2. ไม่ควรปล่อยให้นมแช่แข็งละลายเองที่อุณหภูมิห้อง เพราะต้องใช้ระยะเวลานาน อาจทำให้น้ำนมเสียได้ การละลายนมแม่แช่แข็งที่ถูกต้องคือ นำถุงน้ำนมมาวางในช่องแช่เย็นธรรมดาล่วงหน้า 24 ชั่วโมงเพื่อให้น้ำนมค่อยๆละลาย เมื่อละลายแล้วจึงเทใส่ขวดนม แกว่งเบาๆ แล้วป้อนลูกค่ะ 3. ไม่ควรนำนมแม่ที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งใหม่ นมแม่ที่ละลายแล้วสามารถอยู่ข้างนอกได้ 4-6 ชม. หรือเก็บใส่ตู้เย็นช่องธรรมดาได้ไม่เกิน 24 ชม. แต่ไม่ควรนำกลับไปแช่แข็งใหม่ 4. ไม่ควรให้ลูกกินนมแม่ของคนอื่น อาจเสี่ยงกับการติดเชื้อได้ เพราะถึงแม้จะมีการตรวจร่างกาย ตรวจสุขภาพของผู้บริจาค แต่คุณหมอก็แนะนำว่าเป็นแค่การตรวจเพื่อลดความเสี่ยง ซึ่งมีโรคอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถตรวจพบ ดังนั้นหากน้ำนมแม่พอ ไม่ควรให้ลูกกินนมสต็อกจากคนอื่นค่ะ 5. ไม่ควรเก็บนมแม่แช่แข็งปะปนกับอาหารอย่างอื่น ไม่เก็บนมแม่ใกล้กับประตูตู้เย็นเพราะความเย็นจะไม่คงที่จากการเปิดตู้เย็น หากมีปริมาณสต็อกนมเยอะ อาจจะหาตู้แช่แข็งแยกเก็บโดยเฉพาะ 5 เรื่องควรทำกับสต็อกนมแม่ 1.
น้ำหนักของลูกควรขึ้นแค่ไหน และควรให้ลูกกินนมหรืออาหารแบบไหนเพื่อให้ขวบปีแรกลูกมีน้ำหนักตัวพอดีเหมาะสมในแต่ละเดือน น้ำหนักของลูกควรขึ้นแค่ไหน และควรให้ลูกกินนมหรืออาหารแบบไหนเพื่อให้ขวบปีแรกลูกมีน้ำหนักตัวพอดีเหมาะสมในแต่ละเดือน น้ำหนักทารก 1-4 สัปดาห์แรก ไม่ต้องกังวลหากว่าตอนลูกคลอดออกมาอาจจะตัวเล็กน้ำหนักน้อย เพราะถ้าลูกสุขภาพแข็งแรงดี ภายใน 10-12 วัน น้ำหนักลูกก็จะเริ่มขึ้นประมาณ 800-900 กรัมในช่วง 4 สัปดาห์แรกค่ะ ให้ลูกกินอย่างไรดี ช่วงแรกเกิดนมแม่คืออาหารสำคัญ ยิ่งในช่วง 24 ชั่วโมงแรกยิ่งต้องรีบให้ลูกกินนมให้เร็วที่สุดหลังคลอด เพราะจะช่วยกระตุ้นน้ำนมแม่ให้ไหลได้ดี และน้ำนมในช่วงแรกยังเป็นหัวน้ำนม หรือน้ำนมเหลืองที่มีสารอาหารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกได้ดีด้วยค่ะ น้ำหนักทารก 1-3 เดือน ช่วงนี้น้ำหนักจะขึ้นค่อนข้างดี ประมาณ 700-800 กรัมต่อเดือน ให้ลูกกินอย่างไรดี อาหารหลักคือน้ำนมแม่อย่างเดียว ซึ่งลูกจะหิวอยู่ตลอดเวลา ช่วงแรกนี้อาจให้นมทุกๆ 2-3 ชั่วโมง ควรให้ลูกดูดน้ำนมเกลี้ยงเต้าเพราะน้ำนมในส่วนหลังจะมีไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยให้ลูกอิ่มนานไม่หิวบ่อยให้ลูกได้รับสารอาหารที่ดีและน้ำหนักขึ้นดีค่ะ น้ำหนักทารก 4-5 เดือน ลูกเริ่มเคลื่อนไหวมากขึ้น ใช้พลังงานมาก น้ำหนักจึงขึ้นน้อยลง ประมาณ 500-600 กรัมต่อเดือน ไม่ต้องกังวลไปค่ะ
นมแม่มีสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูก และนมแม่ยังช่วยป้องกันโรคอันตรายหลายโรค มีโรคอะไรบ้างที่สามารถป้องกันได้หากให้ลูกกินนมแม่ตั้งแต่เกิดและยาวนานที่สุด น้ำนมแม่มีสารอาหารครบถ้วนและดีที่สุดในการเลี้ยงลูกแรกเกิดค่ะ ยิ่งถ้าคุณแม่คนไหนกระตุ้นนมแม่ได้เรื่อยๆ ก็ยิ่งดี น้ำนมแม่มีสารอาหารครบถ้วนและดีที่สุดในการเลี้ยงลูกแรกเกิดค่ะ ยิ่งถ้าคุณแม่คนไหนกระตุ้นนมแม่ได้เรื่อยๆ ก็ยิ่งดี เพราะเราจะสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่พร้อมอาหารเสริมตามวัยไปได้นานที่สุดเท่าที่ทำได้ นอกจากสารอาหารแล้ว นมแม่ยังมีภูมิคุ้มกันที่เสริมสร้างความแข็งแรงให้ลูกไม่ป่วยง่ายด้วยนะคะ เรามาดูกันว่านมแม่ช่วยป้องกันโรคอะไรที่อาจเกิดกับลูกได้บ้าง 1. ภูมิแพ้ ลดโอกาสภูมิแพ้เพราะในนมแม่มีโปรตีนและไขมันที่ย่อยและดูดซึมง่าย จึงไม่กระตุ้นให้เกิดการแพ้ ดังนั้นเด็กที่กินนมแม่ จึงมีอัตราการเกิดโรคภูมิแพ้น้อยกว่า 2. หูน้ำหนวก การกินนมแม่ช่วยลดโอกาสเป็นโรคหูน้ำหนวก หรือหูอักเสบ เนื่องจากลักษณะการดูดนมของลูกต้องใช้การเคลื่อนไหวของลิ้นหรือแรงดันทางช่องปาก ทำให้มีการเคลียร์น้ำในหูของลูกน้อยออกไปด้วย 3. โรคท้องเสียและลำไส้อักเสบ นมแม่ช่วยให้ลำไส้ทำงานได้ดีและแข็งแรง ในน้ำนมแม่มีสารอาหารที่ปกป้องระบบทางเดินอาหาร ช่วยป้องกันโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติในลำไส้ ลดการติดเชื้อในทางเดินอาหาร ช่วยป้องกันโรคท้องเสีย ทำให้การขับถ่ายลูกเป็นปกติ 4. โรคมือเท้าปาก โรคมือเท้าปากเป็นโรคติดต่อที่เกิดขึ้นได้บ่อยโดยเฉพาะในเด็กเล็ก แต่มือเท้าปากสามารถหายได้เอง แต่หากมือเท้าปากที่เกิดจากเชื้อ Enterovirus 71ก็มีโอกาสที่โรคจะรุนแรงมากขึ้น แต่มีงานวิจัยที่ระบุว่าสาร Glycanในนมแม่ช่วยไม่ให้มือเท้าปากรุนแรงขึ้น เพราะ Glycan ช่วยไม่ให้เชื้อ Enterovirus
ระหว่างให้นมแม่มีข้อห้ามอะไรบ้างที่แม่มือใหม่ไม่ควรทำ ซึ่งจะส่งผลต่อลูกหรือสุขภาพระหว่างให้นม หรือทำให้น้ำนมลดลง เพราะฉะนั้นสิ่งต่างๆเรานี้ห้ามได้ควรห้ามเด็ดขาดค่ะ 1. ห้ามเครียดโดยเฉพาะคุณแม่ที่น้ำนมน้อย น้ำนมไม่มาหลังคลอด ห้ามเครียดเด็ดขาดค่ะ เพราะยิ่งเครียดจะยิ่งส่งผลให้น้ำนมหดน้อยลงไปอีกค่ะ พยายามผ่อนคลาย ทำใจให้สบาย เช่น ฟังเพลง เดินเล่น ดูซีรีส์เรื่องโปรด หรือคุณสามีเองก็ควรช่วยทำให้คุณแม่อารมณ์ดีค่ะ 2. ห้ามดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีน - แอลกอฮอล์ สำหรับแม่หลังคลอดที่อยู่ในช่วงให้นมลูก ควรงดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น น้ำอัดลม ชา กาแฟ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะคาเฟอีนและแอลกอฮอล์จะส่งผ่านไปถึงลูกได้ผ่านทางน้ำนมแม่ ซึ่งมีผลกระทบต่อร่างกายของลูกโดยตรง เพราะการทำงานของตับในทารกที่ยังไม่สมบูรณ์ยังไม่สามารถจัดการกับแอลกอฮอล์ได้สมบูรณ์ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อพัฒนาการของทารกได้ 3. ห้ามใช้ยาบางชนิด ในช่วงระหว่างให้นมควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาต่างๆ เพราะยาสามารถถูกขับผ่านทางน้ำนมได้ ยาบางชนิดมีอันตรายกับทารก ดังนั้นหากต้องใช้ยาในระหว่างให้นมลูกควรปรึกษาคุณหมอทุกครั้ง ตัวอย่างยาที่ห้ามใช้ระหว่างให้นมลูก เช่น ยากลุ่ม Amiodaroneใช้รักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งยานี้มีไอโอดีน (iodine) เป็นส่วนประกอบอาจทำให้ทารกเกิดภาวะไฮโปไทรอยด์
รู้ไหมคะว่าในนมแม่มีสารอาหารสำคัญช่วยในการทำงานของสมอง เราไปดูกันว่าสารอาหารอะไรในนมแม่ที่ดีต่อสมองของลูก มาดูกันว่า ในนมแม่มีสารอาหารสำคัญอะไรที่จำเป็นต่อพัฒนาการทางสมองของลูก ซึ่งจะเป็นการเตรียมความพร้อมให้คุณแม่ส่งเสริมศักยภาพอื่นๆ ในนมแม่มีสารอาหารสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของสมองลูก องค์การอนามัยโลก (WHO) จึงรณรงค์ให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน และต่อเนื่องยาวนานไปจนถึง 2 ปีหากเป็นไปได้ เพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารครบถ้วน เหมาะสม และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ ไม่เจ็บป่วยง่าย นอกจากนั้นนมแม่ยังมีสารอาหารสำคัญที่จำเป็นสำหรับเสริมสร้างและกระตุ้นการทำงานของสมองทารกด้วย เรามาดูกันว่าในนมแม่มีสารอาหารสำคัญอะไรที่จำเป็นต่อพัฒนาการทางสมองของลูก ซึ่งจะเป็นการเตรียมความพร้อมให้คุณแม่ส่งเสริมศักยภาพอื่นๆ ต่อไปค่ะ 1. แลคโตส (lactose) แลคโตส เป็นน้ำตาลในนมแม่ที่ถูกย่อยเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว 2 ชนิด คือ กลูโคส และกาแลคโตส ซึ่งกลูโคสเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญสำหรับการใช้พลังงานของเซลล์สมอง ส่วนกาแลคโตสเป็นส่วนประกอบสำคัญของเนื้อเยื่อประสาท 2. ดีเอชเอ (DHA) นมแม่มีกรดไขมัน DHA (docosahexaenoic acid) และ AA (Arachidonic acid) สูง ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็นที่สำคัญต่อการพัฒนาระบบประสาทและการมองเห็น
นมแม่มีประโยชน์ต่อพัฒนาการลูกที่สุดค่ะ และนี่คือ 3 ประโยชน์ดีๆ จากนมแม่ที่คุณแม่มือใหม่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ Love of Mom จึงมีมาบอกค่ะ นมแม่เป็นสุดยอดอาหารที่ดีกับร่างกายของลูก เรารู้ว่านมแม่ดีต่อระบบภูมิคุ้มกันช่วยให้ลูกแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยบ่อย แต่ยังมีประโยชน์อีกหลายอย่างที่เราอาจไม่รู้เกี่ยวกับนมแม่ 1. นมแม่ช่วยให้ระบบประสาทการได้ยินพัฒนาได้ดี ลดความเสี่ยงหูอักเสบ การให้นมแม่ด้วยการเอาลูกเข้าเต้าจะช่วยลดโอกาสเป็นโรคหูน้ำหนวก หรือหูอักเสบ เนื่องจากลักษณะการดูดนมของลูกต้องใช้การเคลื่อนไหวของลิ้นหรือแรงดันทางช่องปาก ทำให้มีการเคลียร์น้ำในหูของลูกออกไปด้วย นอกจากนี้ในนมแม่ยังมีสารยับยั้งการแบ่งตัวของแบคทีเรียด้วย ทำให้ช่วยลดความเสี่ยงโรคหูชั้นกลางอักเสบได้จากการให้ลูกกินนมแม่ 2. นมแม่ทำให้ลูกผิวดี เด็กที่กินนมแม่มีแนวโน้มที่จะมีผิวพรรณที่เนียนนุ่ม สุขภาพดีมากกว่าเด็กที่กินนมผสม นมแม่ยังช่วยลดโอกาสภูมิแพ้ผิวหนัง ช่วยรักษาและลดผื่นแพ้ที่ผิวหนังของลูกได้อีกด้วย ถ้าเห็นลูกมีผื่นผ้าอ้อม หรือผิวแห้งแพ้ รอยยุงกัด หรือแม้แต่รอยแดงไหม้จากแสงแดด สามารถใช้นมแม่ทาที่ผิวเพื่อบรรเทาอาการได้ด้วยค่ะ 3. นมแม่ทำให้ลูกสายตาดี นมแม่มี DHA สูง ซึ่ง DHA เป็นส่วนประกอบสำคัญของเรติน่า และนมแม่ยังมีกรดอะมิโน และไขมันอื่น ๆ ที่ดีต่อพัฒนาการการมองเห็น ช่วยให้สายตาคมชัด ประโยชน์ของนมแม่ดีขนาดนี้ แล้วคุณแม่จะพลาดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ยังไงกันจริงไหมคะ
เด็กแรกเกิดมีระบบภูมิคุ้มกันที่ยังไม่สมบูรณ์ดังนั้นจึงเจ็บป่วยง่าย ยิ่งช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย คุณแม่ควรช่วยลูกสร้างพื้นฐานร่างกายที่แข็งแรง สารอาหารอะไรในนมแม่ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกไม่ป่วยง่าย มาเช็กกันตรงนี้ค่ะคุณแม่ ทำไมภูมิคุ้มกันจึงสำคัญกับลูก ลูกแรกเกิดถึง 3 ปี เป็นช่วงที่ภูมิคุ้มกันร่างกายยังไม่มากนัก อาจป่วยได้ง่ายหากได้รับเชื้อโรค ดังนั้นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกจึงเป็นเรื่องสำคัญค่ะ หนึ่งในวิธีที่ง่ายและดีที่สุดในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกในขวบปีแรก คือ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั่นเอง เพราะเมื่อลูกมีภูมิคุ้มกันดี ร่างกายแข็งแรง จะส่งผลให้มีการเจริญเติบโตสมวัย และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลาจนกลายเป็นทักษะ และความเฉลียวฉลาดได้นั่นเองค่ะ เริ่มสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกด้วยสารอาหารสำคัญในน้ำนมแม่กันเถอะ ในนมน้ำนมแม่เต็มไปด้วยสารอาหารสำคัญและจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของลูกแรกเกิดที่สุดค่ะ นั่นรวมถึงในน้ำนมแม่มีแอนติบอดี เอนไซม์ โปรตีน ไขมัน วิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารอื่นๆ ไว้จำนวนมาก ซึ่งสารอาหารเหล่านี้สำคัญต่อการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ลูกแข็งแรง ปกป้องจากโรคต่างๆ ได้ค่ะ จากการศึกษาระบบการผลิตน้ำนมแม่พบว่า เป็นกระบวนการสร้างน้ำนมที่เรียกว่า อะโพไครน์ ในกระบวนการสร้างน้ำนมนี้จะมีเยื่อหุ้มเซลล์น้ำนมสลายผสมอยู่ในน้ำนม ทำให้น้ำนมมีคุณค่าทางโภชนาการสูงทั้งยังเป็นแหล่งรวมสารอาหารที่จำเป็นต่อพัฒนาการทางร่างกายและสมองของลูกน้อย เช่น โปรตีน ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ และภูมิคุ้มกันร่างกายที่ส่งผ่านจากนมแม่ไปยังลูกด้วย ด้วยสารอาหารที่ครบถ้วนและดีที่สุดจึงทำให้องค์การอนามัยโลกระบุว่า เด็กควรได้รับนมแม่อย่างน้อย
นมสำหรับเด็กมีหลายชนิด เราลองมาดูกันว่าแต่ละชนิดดีอย่างไร นมแบบไหนเหมาะสำหรับลูกทั้งสารอาหาร อิ่มสบายท้อง และพัฒนาการดี นมชนิดแรกที่ลูกได้ดื่มคือ นมแม่ค่ะ นมแม่เป็นสุดยอดอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน เหมาะสมกับการเจริญเติบโต และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกแข็งแรง แต่เมื่อลูกถึงวัยที่ต้องเริ่มนมเสริม คุณแม่มีน้ำนมน้อย หรือคุณแม่อยู่ในภาวะที่ไม่สามารถให้นมแม่ได้ เราควรเลือกนมชนิดไหนให้ลูกดื่ม? Love of Mom Thailand มีข้อมูลนม 4 ประเภทสำหรับเด็กๆ มาให้คุณแม่ได้ศึกษากันไว้ก่อนค่ะว่า นมแต่ละชนิดมีสารอาหารอะไรบ้าง และนมแบบไหนที่เหมาะที่สุดสำหรับส่งเสริมพัฒนาการของลูกรอบด้านค่ะ 1. นมผงจากถั่วเหลือง นมถั่วเหลือง เป็นนมจากธัญพืชที่มีโปรตีน ใยอาหาร ทองแดง เหล็ก และไนอาซินสูง แต่มีปริมาณโซเดียมน้อย ไม่มีคอเลสเตอรอลและแลคโตส แต่ในกระบวนการผลิตนมถั่วเหลืองชนิดผงต้องใช้ความร้อนสูงมากสกัดผง รวมถึงมีการใช้สารละลายบางชนิดในการแช่ถั่วเหลืองก่อนนำเข้ากระบวนการผลิต จึงอาจทำให้นมถั่วเหลืองชนิดผงมีอันตรายกับสุขภาพได้ 2. นมผงจากข้าว นมชนิดนี้มีคุณค่าทางโภชนาการและอ่อนโยนต่อระบบย่อยที่บอบบางของลูกน้อย โดยเฉพาะใยอาหารในนมข้าวมีประโยชน์ในการเสริมสร้างระบบประสาทและระบบย่อยของลูกน้อย ช่วยป้องกันอาการท้องผูก ขับอุจาระและปัสสาวะได้ง่ายขึ้น นมผงจากข้าวมีคาร์โบไฮเดรตสูง แต่มีโปรตีนและแคลเซียมน้อยกว่านมชนิดอื่น ดังนั้นคุณหมอมักแนะนำให้เสริมโปรตีนและแคลเซียมจากอาหารอื่น
เมื่อลูกหย่านม ลูกอายุ 6 เดือนไปแล้ว หรือคุณแม่มีน้ำนมไม่เพียงพอ ควรดื่มนมแพะเสริมจะดีที่สุดจริงหรือไม่ คุณแม่ต้องอ่านเพื่อความมั่นใจก่อนเลือกนมเสริมให้ลูกค่ะ การเลือกนมเสริมสำหรับลูกเป็นเรื่องหนักใจสำหรับคุณแม่ไม่น้อยเลยค่ะ เพราะเมื่อลูกถึงวัยต้องดื่มนมเสริม หรือหย่านมแม่หลัง 6 เดือน หรือแม้แต่คุณแม่มีน้ำนมน้อยไม่เพียงพอจึงต้องให้ลูกดื่มนมเสริมควบคู่กับนมแม่ไปด้วย แล้วนมแบบไหนที่จะเหมาะกับลูกเล็กของเรา...นี่ล่ะค่ะปัญหา ถ้าค้นหาข้อมูลในเว็บต่างๆ หรือกลุ่มที่คุณแม่ปรึกษากับเรื่องนมสำหรับลูก คงได้รับคำแนะนำนมหลายยี่ห้อเลยค่ะ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีการแนะนำว่า นมแพะเหมาะสำหรับลูกเล็ก ลูกที่กำลังหย่านมแม่ เรามาดูกันค่ะว่านมแพะเหมาะสำหรับลูกเราจริงไหม คุณแม่ต้องรู้ไว้ก่อนเริ่มนมเสริม ลูกต้องได้ดื่มนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน ตามคำแนะนำของ WHO (องค์การอนามัยโลก) คุณแม่ควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน เพราะนมแม่มีสารอาหารจำเป็นครบถ้วน เสริมสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันโรคต่างๆ และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ยังเป็นวิธีกระตุ้นนมแม่ให้มีอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่เมื่อลูกเข้าสู่วัยที่ต้องเริ่มอาหารเสริม หรือนมเสริม (หลัง 6 เดือน) ลูกก็ยังดื่มนมแม่ได้และได้ประโยชน์ครบถ้วน นมแพะคือนมที่ลูกควรดื่มหลังหย่านมแม่ หรือ คุณแม่มีน้ำนมน้อยจริงไหม ทราบไหมคะว่า มีหลายงานวิจัยแสดงให้เห็นว่านมแพะเหมาะสำหรับระบบย่อยอาหารที่ยังบอบบางของเด็ก เนื่องจากแพะมีกระบวนการหลั่งน้ำนมแบบเดียวกับมนุษย์