หน้าหลัก

Tag - นมวัว

การเลือกนมที่เป็นอาหารหลักของลูกสำคัญมาก จึงควรเลือกนมที่ย่อยและดูดซึมง่ายให้กับลูก มาดูกันว่านมชนิดไหนดื่มง่าย ย่อยง่าย สบายท้อง ไม่มีปัญหาเรื่องระบบขับถ่ายที่สุด ปัญหาการย่อยนม และการขับถ่ายส่งผลต่อพัฒนาการร่างกาย สมอง การเจริญเติบโตของลูก ๆ ได้ ถ้าอยากให้ลูกแข็งแรง ร่าเริง สดใสอารมณ์ดี มีพัฒนาการที่ดี การเลือกนมที่เป็นอาหารหลักของลูกจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก จึงควรเลือกนมที่ย่อยและดูดซึมง่ายให้กับลูก มาดูกันว่านมชนิดไหนดื่มง่าย ย่อยง่าย สบายท้อง ไม่มีปัญหาเรื่องระบบขับถ่ายที่สุด นมแม่ ● นมแม่มีโปรตีนเคซีนที่ย่อยยากในปริมาณต่ำกว่านมวัว นมแพะ ทำให้นมแม่ย่อยง่ายกว่า และดูดซึมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปรตีนในน้ำนมแม่มีปริมาณที่พอดีไม่มากเกินไป ทำให้เด็กกินนมแม่จะดูดซึมโปรตีนในน้ำนมได้ดี นมแพะ ● โปรตีนในนมแพะใกล้เคียงกับนมแม่ โปรตีนนมแพะย่อยง่าย ดูดซึมไปใช้ได้รวดเร็ว เพราะโปรตีนในนมแพะเป็นโปรตีนขนาดเล็กย่อยง่าย ที่นอกจากจะทำให้เกิดการแพ้น้อยแล้วยังไม่ทำให้ท้องอืดเพราะย่อยได้ง่ายนั่นเอง นมวัว ● โปรตีนในนมวัวมีสัดส่วนของโปรตีนย่อยยากสูง เวลาเจอกรดในกระเพาะ จะตกตะกอนเกิดเป็นลิ่มที่ใหญ่ทำให้ย่อยได้ยากกว่านมแพะ นมชนิดไหน ย่อยง่าย ดื่มสบายท้อง เหมาะกับลูกน้อยที่สุด สำหรับลูกน้อย นมที่ย่อยง่ายและสบายท้องคือนมแม่ จึงควรให้ลูกได้ดื่มนมแม่อย่างสม่ำเสมอ
อาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างว่าผลิตภัณฑ์จากนมอาจช่วยลดคลอเรสเตอรอล และลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้แล้วนมชนิดใดบ้างที่ดีกับหัวใจ โปรตีนเป็นสารอาหารสำคัญที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ต้องการพลังงานและการเติบโตอย่างรวดเร็ว สำหรับลูกแรกเกิด – 12 เดือนจะได้รับโปรตีนจากนมเป็นอาหารหลักไม่ว่าจะเป็น นมแม่ นมแพะ นมวัว แต่ในนมแต่ละชนิดนั้นก็มีคุณสมบัติของโปรตีนที่แตกต่างกัน มาดูกันว่าโปรตีนในนมแต่ละชนิดนั้นโดดเด่น หรือมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง โปรตีนเป็นสารอาหารสำคัญที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ต้องการพลังงานและการเติบโตอย่างรวด เร็ว สำหรับลูกแรกเกิด – 12 เดือนจะได้รับโปรตีนจากนมเป็นอาหารหลักไม่ว่าจะเป็น นมแม่ นมแพะ นมวัว แต่ในนมแต่ละชนิดนั้นก็มีคุณสมบัติของโปรตีนที่แตกต่างกัน มาดูกันว่าโปรตีนในนมแต่ละชนิดนั้นโดดเด่น หรือมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างโปรตีนในนมแม่ • นมแม่มีปริมาณโปรตีนอยู่ที่ประมาณ 1 กรัม ต่อ น้ำนมแม่ 100 กรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่น้อยเมื่อเทียบกับนมวัวและนมแพะ แต่เป็นปริมาณที่เหมาะสมสำหรับความต้องการของร่างกายทารก เพราะหากได้รับโปรตีนมากเกินไปอาจทำให้ไตต้องทำงานหนักขึ้น • โปรตีนในนมแม่ประกอบด้วยเวย์ต่อเคซีนในอัตราส่วนประมาณ 60:40 ซึ่งโปรตีนเวย์เป็นโปรตีนที่มีคุณภาพสูง และย่อยง่ายเมื่อเทียบกับเคซีน ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้เร็ว และดีกับระบบขับถ่ายทำให้ท้องไม่อืด
อาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างว่าผลิตภัณฑ์จากนมอาจช่วยลดคลอเรสเตอรอล และลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้แล้วนมชนิดใดบ้างที่ดีกับหัวใจ อาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างว่าผลิตภัณฑ์จากนมอาจช่วยลดคอเรสเตอรอล และลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้แล้วนมชนิดใดบ้างที่ดีกับหัวใจมาดูคุณสมบัติของนมแต่ละชนิดกันค่ะ อาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างว่าผลิตภัณฑ์จากนมอาจช่วยลดคอเรสเตอรอล และลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้แล้วนมชนิดใดบ้างที่ดีกับหัวใจมาดูคุณสมบัติของนมแต่ละชนิดกันค่ะ นมแม่ มีการศึกษาพบว่าเด็กที่กินนมแม่เมื่อโตขึ้น จะเกิดปัญหาโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และ โรคเส้นเลือดสมองตีบ หรือ โรคเส้นเลือดสมองแตกได้น้อย เพราะว่าคอเลสเตอรอลในนมแม่เป็นตัวกระตุ้นให้ตับเคยชินกับการจัดการกับระดับไขมันได้ดีทำให้มีระดับไขมันในเลือดต่ำกว่า เป็นการลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ และเด็กที่กินนมแม่ยังมีปัญหาคราบไขมันจับที่เส้นเลือดแดงได้น้อยด้วย นอกจากนมแม่จะดีกับตัวลูกแล้ว นมแม่ยังดีกับตัวแม่เองด้วย เพราะนักวิจัยพบว่าแม่ที่เคยให้นมลูกมีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจลดลง 9% และลดความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง 8% เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่ไม่เคยให้นมลูก นมแพะ ไขมันจากนมแพะ สามารถย่อยและดูดซึมได้ง่ายเมื่อบริโภคเข้าไปจะไม่เก็บสะสมในร่างกาย ช่วยลดคอเลสเตอรอล กรดไขมันอย่าง คาโพรอิก คาพรีลิก และคาพริก กรดเหล่านี้ช่วยสลายการสะสมคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด และยังช่วยปรับระดับไขมันในเลือดให้เลือดหมุนเวียนได้สะดวก ลดการเกิดโรคหลอดเลือด หัวใจอุดตัน และโรคหัวใจขาดเลือด นมวัว นมวัวสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ซึ่งส่งผลให้ลดอัตราการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองตีบได้นมวัวยังมีไขมันชนิดหนึ่งที่พบมากในเยื่อหุ้มเซลล์ ชื่อ Sphingomyelinสารนี้สามารถช่วยเพิ่มระดับของคอเลสเตอรอลชนิดดีหรือเอชดีแอลคอเลสเตอรอล (HDL cholesterol) ได้แล้วช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดเลวหรือแอลดีแอลคอเลสเตอรอล (LDL cholesterol) ลงได้ แม้จะมีการศึกษาว่านมวัวลดอัตราเสี่ยงในเรื่องโรคหลอดเลือดและหัวใจได้ แต่นมวัวก็มีโปรตีนบางชนิดและน้ำตาลแลคโตสที่ร่างกายย่อยยาก หรือไม่มีน้ำย่อยในการย่อย
นมมีหลายชนิด ทั้งนมวัว นมแพะ นมถั่วหลือง แล้วตอนท้องที่แม่ต้องการแคลเซียม และสารอาหารต่าง ๆ เพิ่มขึ้นจะเลือกดื่มนมชนิดไหนดี นมแต่ละชนิดเหมาะกับแม่ท้องอย่างไร นมมีหลายชนิด ทั้งนมวัวนมแพะ นมถั่วหลือง แล้วตอนท้องที่แม่ต้องการแคลเซียม และสารอาหารต่าง ๆ เพิ่มขึ้นจะเลือกดื่มนมชนิดไหนดี นมแต่ละชนิดเหมาะกับแม่ท้องอย่างไรบ้าง แม่ท้องควรดื่มนมอะไรดี นมวัว ● มีโปรตีน และมีวิตามินดีซึ่งช่วยในการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์ ● มีวิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ● มีวิตามินเอ ช่วยเรื่องการมองเห็น ช่วยสร้างเนื้อเยื่อที่แข็งแรง และช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ● นมวัว 1 แก้ว มีแคลเซียม ประมาณ 240 มิลลิกรัม นมแพะ ● มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เมื่อเทียบกับนมวัว นมแพะมีปริมาณโปรตีนสูงกว่านมวัว ● มีกรดไขมันสายโซ่ขนาดกลาง ที่เรียกว่า Medium Chain Triglycerides (MCT)
ในนมแพะ และนมวัวมีปริมาณแลคโตสที่แตกต่างกัน มาเปรียบเทียบแลคโตสในนมแต่ละชนิดว่ามีมากน้อยต่างกันอย่างไร และแลคโตสมีข้อดีข้อเสียอย่างไร แลคโตส คือ น้ำตาลในนมที่พบได้ในสิ่งมีชีวิตเลี้ยงลูกด้วยนม เช่น นมแม่ นมแพะ นมวัว ชนิดของนม   นมแพะ   นมวัว   นมถั่วเหลือง ปริมาณแลคโตส   4.1%   4.7%  - เปรียบเทียบปริมาณแลคโตสในน้ำนม ในนมแพะมีปริมาณแลคโตสประมาณ 4.1% นมวัวมีปริมาณแลคโตสประมาณ 4.7 % ส่วนนมถั่วเหลืองผลิตจากโปรตีนถั่วเหลือง ดังนั้นในนมถั่วเหลืองจึงไม่มีน้ำตาลแลคโตส ปัญหาการย่อยแลคโตสในนม ในคนไทยหรือคนเอเชีย มักมีปัญหาการย่อยแลคโตสในนม โดยลำไส้เล็กผลิตแลคเทสซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ใช้ย่อยแลคโตสไม่เพียงพอที่จะใช้ย่อยแลคโตส เมื่อกินนมที่มีแลคโตส อาจทำให้มีอาการแพ้น้ำตาลแลคโตส คือ ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสีย ท้องไส้ปั่นป่วน นมแพะมีแลคโตสน้อยกว่านมวัวเล็กน้อย สำหรับเด็กที่ภาวะย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมผิดปกติ การดื่มนมแพะอาจส่งผลดีมากกว่า เพราะมีปริมาณแลคโตสน้อยกว่า ร่างกายอาจจะย่อยได้ดีกว่า นมถั่วเหลือง ถึงแม้ไม่มีแลคโตส แต่มีสัดส่วนของสารอาหารที่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็กเล็ก มีแคลเซียม มีไขมันน้อย ถ้าหากเลือกนมถั่วเหลืองให้ลูกต้องเลือกนมถั่วเหลืองที่เป็นสูตรเฉพาะสำหรับเด็ก ดังนั้นหากลูกไม่ได้แพ้แลคโตสในนมก็ไม่จำเป็นต้องเลือกนมที่เป็นสูตรไม่มีแลคโตส เพราะ
เปรียบเทียบพลังงานในนมแพะ นมวัว นมถั่วเหลือง และคุณสมบัติของโปรตีนในนมที่ดูดซึมไปใช้ได้ดี และทำให้ลูกน้ำหนักตัวขึ้นอย่างเหมาะสม คุณแม่ทราบไหมคะว่า เด็กทารกจะต้องการพลังงานต่อหนึ่งหน่วยน้ำหนักมากกว่าวัยอื่นๆ เพราะนมถือว่าเป็นอาหารหลักในช่วงขวบปีแรก โดยเฉลี่ยเด็กทารกช่วง 0-6 เดือนต้องการพลังงานประมาณ 500-600 แคลอรี่ต่อวัน การดื่มนมของทารกขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว แต่ส่วนใหญ่ช่วงแรกเกิดจะดื่มนมแม่มื้อละประมาณ 2 - 3 ออนซ์ ทุก 2-3 ชั่วโมง หรือประมาณ 20-24 ออนซ์ต่อวัน (600-720 กรัม) แต่หากดื่มนมผสมอาจจะกินเพิ่มขึ้นเล็กน้อยค่ะ นมแพะ 100 มล. ให้พลังงาน 69 กิโลแคลอรี่ • หากลูกดื่มนมแพะ 20-24 ออนซ์ หรือ 600 มล.ต่อวัน จะให้พลังงานประมาณ 414
กรดอะมิโนที่มีอยู่ในนมแพะ นมวัว นมถั่วเหลือง มีปริมาณที่แตกต่างกัน กรดอะมิโนมีความสำคัญกับร่างกาย อย่างไรบ้าง กรดอะมิโนที่มีอยู่ในนมแพะ นมวัว นมถั่วเหลือง มีปริมาณที่แตกต่างกัน กรดอะมิโนมีความสำคัญกับร่างกาย อย่างไรบ้าง กรดอะมิโนจำเป็นแต่ละชนิดสำคัญอย่างไร • ทริปโตเฟน (Tryptophan) ลดความเครียด บรรเทาอาการไมเกรน ช่วยแก้ปัญหาการนอนไม่หลับได้ดี บรรเทาอาการซึมเศร้าได้ • ทรีโอนีน (Threonine) ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ช่วยเผาผลาญไขมัน รักษาระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยและดูดซึมสารอาหารได้ดี • ฟีนิลอะลานีน (Phenylalanine) เพิ่มความตื่นตัว ช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้าและลดอาการเวียนศีรษะได้ดี • เมไธโอนีน (Methionine) เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระอันทรงพลัง และช่วยในการย่อยสลายไขมัน • ลิวซีน (Leucine) ช่วยกระตุ้นให้สมองเพิ่มพลังให้กล้ามเนื้อ และช่วยให้เซลล์ประสาทแข็งแรงขึ้น • ไลซีน (Lysine) ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง กระตุ้นการดูดซึมแคลเซียมให้ดียิ่งขึ้น
ระบบการสร้างน้ำนมของนมแม่ นมแพะ และนมวัว แตกต่างกันอย่างไร คุณแม่ทราบไหมคะว่า นมแม่ นมแพะ นมวัว ที่คุณแม่ใช้เลี้ยงลูก มีระบบการสร้างนมน้ำที่ต่างกัน นั่นจึงเป็นที่มาว่า นมแม่ นมแพะ และนมวัว มีสารอาหาร ประโยชน์ และคุณสมบัติที่ต่างกัน เพื่อให้คุณแม่ได้มีข้อมูลในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และเลือกนมเสริมอย่างถูกต้องเมื่อถึงวัยหย่านม เราจึงมีข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการสร้างนมแม่ของนมแม่ นมแพะ นมวัวมาให้ดูค่ะ ระบบการสร้างน้ำนมของนมแม่ นมวัว และ นมแพะ แตกต่างกันอย่างไร นมแม่ • นมแม่ มีระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ (Apocrine Secretion) ซึ่งเป็นกระบวนการสร้างน้ำนมแบบหนึ่ง ที่ให้สารอาหารจากธรรมชาติในปริมาณสูง กระบวนการแบบอะโพไครน์นี้จะทำให้มีเยื่อหุ้มเซลล์น้ำนมหลุดออกมากับนมในปริมาณสูง ซึ่งเป็นสารอาหารธรรมชาติที่ดีกับร่างกายของลูกน้อย นมแพะ • นมแพะ มีระบบการสร้างน้ำนมเช่นเดียวกับนมแม่ คือ แบบอะโพรไครน์ ซึ่งทำให้ในน้ำนมแพะมีสารอาหารจากธรรมชาติที่ เรียกกันว่า “Bioactive
กรดไขมันในนมแพะ นมวัว นมถั่วเหลืองมีความแตกต่างกันอย่างไร คุณแม่ควรรู้ จะได้เลือกนมได้เหมาะสม สำหรับคุณแม่ที่กำลังเตรียมให้ลูกดื่มนมเสริม ไม่ว่าจะถึงวัยหย่านม คุณแม่มีน้ำนมน้อยและอยากได้นมเสริม หรือการเลือกนมให้ลูกดื่มในระหว่างที่กำลังกู้น้ำนมแม่ ควรหาข้อมูลในการเลือกนมเสริมก่อนเสมอค่ะ สำหรับบทความนี้ Love of Mom Thailand มีข้อมูลเปรียบเทียบกรดไขมันในนมแพะ นมวัว นมถั่วเหลืองมาให้คุณแม่ได้ศึกษากันไว้ จะได้เลือกนมที่เหมาะสมกับพัฒนาการและให้ประโยชน์สูงสุดกับลูกค่ะ เปรียบเทียบกรดไขมันในนมแพะ นมวัว นมถั่วเหลืองต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกับลูกน้อย • กรดไขมันสายโซ่ขนาดกลาง ไขมันในนมแพะประกอบด้วยกรดไขมันสายโซ่ขนาดกลางหรือ medium chain fatty acid ในปริมาณที่สูงกว่าของนมวัว อยู่ถึง 40% 1 ร่างกายสามารถย่อยและดูดซึมไขมันสายโซ่ขนาดกลางได้เร็วกว่าไขมันสายโซ่ขนาดยาว ดังนั้นนมแพะจึงย่อยได้ง่าย และถูกดูดซึมไปใช้ได้รวดเร็วกว่านมวัว • กรดไขมันจำเป็น (conjugated linoleic acid หรือ CLA) เมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนของกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ในนมแพะมีสูงกว่านมวัวถึง 62%
สำหรับแม่ที่มีปัญหาลูกกินนมแล้วท้องอืด หรือนมไม่ย่อย ทำให้งอแงเป็นประจำ มาดูกันว่า ถ้าลูกมีปัญหาท้องอืดจากการดื่มนม ควรเลือกดื่มนมชนิดใดที่ย่อยง่าย ดื่มแล้วสบายท้อง สำหรับแม่ที่มีปัญหาลูกกินนมแล้วท้องอืด หรือนมไม่ย่อย ทำให้งอแงเป็นประจำ มาดูกันว่า ถ้าลูกมีปัญหาท้องอืดจากการดื่มนม ควรเลือกดื่มนมชนิดใดที่ย่อยง่าย ดื่มแล้วสบายท้อง • นมแม่ นมแม่ย่อยและดูดซึมง่าย ช่วยระบบขับถ่าย ลดอาการท้องอืด และช่วยให้ทารกอุจจาระง่าย เพราะนมแม่มีเวย์โปรตีนที่ย่อยง่าย มีโอลิโกแซคคาไรด์ (oligosaccharide) ซึ่งช่วยเจริญเติบโตของแบคทีเรียชนิดดี เช่น เชื้อแลคโตเบซิลัส (lactobacillus) จึงทำให้เด็กที่กินนมแม่ขับถ่ายได้ดี นอกจากนั้นยังมีฮอร์โมนพรอสตาแกลนดิน (prostaglandin) ซึ่งช่วยให้ลำไส้เคลื่อนตัวเร็ว ช่วยให้ขับถ่ายง่ายและทำให้อุจจาระนิ่ม • นมวัว นมวัวที่มีกรดไขมันสายยาวกว่าจึงต้องใช้เวลาและกระบวนการย่อยที่ยากและนาน ทำให้เกิดอาการท้องอืดได้ง่ายกว่านมแม่ นมวัวมีน้ำตาลแลกโตสสูงทำให้เด็กที่ภาวะย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมผิดปกติ อาจจะย่อยน้ำตาลแลกโตสในนมไม่ได้ เกิดอาการปวดท้อง ท้องเสียได้ • นมแพะ โปรตีนในนมแพะ ย่อยง่าย