หน้าหลัก


เมื่อแม่ท้องไม่ชอบกินผัก ต้องทำยังไงให้ได้วิตามินและเกลือแร่บำรุงดูแลลูกในท้อง

ผักเป็นแหล่งวิตามิน และเป็นแหล่งสารอาหารสำคัญ สำหรับแม่ท้องค่ะ แต่ถ้าคุณแม่ไม่ชอบกินผัก จะทำอย่างไรกันดีให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนสำหรับลูกในท้อง

ผักเป็นแหล่งวิตามิน และเป็นแหล่งสารอาหารสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อตั้งครรภ์ ควรได้รับสารอาหารดีมีประโยชน์จากผักต่าง ๆ แต่ถ้าว่าที่คุณแม่ไม่ชอบกินผัก ไม่อยากกินผัก ควรจะกินอะไรทดแทนที่ให้สารอาหารครบถ้วนได้บ้าง

1. ผลไม้ ถ้าไม่ชอบกินผัก แต่ก็สามารถกินผลไม้เพื่อรับวิตามินต่าง ๆ ได้เช่นกัน เพราะผลไม้มีหลายชนิด มีรสชาติดี กินง่ายกว่าผัก โดยผลไม้ส่วนใหญ่จะมีวิตามินที่เหมือนหรือใกล้เคียงกับในผักต่าง ๆ เช่น มะละกอสุก สตรอว์เบอร์รี กล้วย ส้ม แต่ควรเลี่ยงผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง และย่อยยาก
2. ธัญพืช ถ้าไม่กินผัก ควรกินธัญพืชทดแทนเพื่อให้ได้ใยอาหารเพื่อช่วยในระบบขับถ่ายของแม่ท้อง เพราะช่วงตั้งครรภ์เป็นช่วงที่ท้องผูก ขับถ่ายยาก ธัญพืช หรือ อาหารที่มีไฟเบอร์สูง ได้แก่ ถั่วต่าง ๆ เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง ข้าวโพด เป็นต้น
3. โฟเลต เมื่อเตรียมตัวตั้งครรภ์ หรือช่วงตั้งครรภ์แรก ๆ สารอาหารจำเป็นที่ช่วยสร้างสมองของลูก ทำให้ลดความเสี่ยงจากสมองพิการคือโฟเลต ซึ่งโฟเลตมีมากในผักใบเขียวต่าง ๆ เช่น คะน้า บรอคโคลี ถ้าคุณแม่ไม่ชอบกินผัก ก็ควรกินโฟเลตเสริมที่ได้รับจากคุณหมอให้เพียงพอ สม่ำเสมอ

เคล็ดลับหัดกินผักสำหรับแม่ท้อง
● ควรหัดกินผักให้ได้บ้าง เพราะนิสัยการกินของพ่อแม่จะส่งผลไปถึงลูก ๆ ได้ ถ้าคุณแม่ไม่กินผัก ก็อาจจะทำให้ลูกไม่ชอบผักด้วยเช่นกัน
● ถ้าไม่ชอบกินผักใบเขียวที่รู้สึกกินยาก หรือขมเกินไป ควรหัดกินผักที่รสอ่อน ๆ กินง่าย เช่น ผักกาดขาว กะหล่ำปลี มะเขือเทศ แครอต
● หั่นผักเป็นชิ้นเล็ก ๆ ผสมลงในอาหารต่าง ๆ เช่น หั่นหัวหอม แครอต เคี่ยวกับน้ำซุป หั่นผักใส่ในข้าวผัด
● ลองกินผักแกล้มกับอาหาร เช่น เมี่ยงปลาทูผักสด เนื้อย่างห่อผัก หรือจิ้มน้ำสลัดที่ชอบ จะช่วยให้กินผักได้ง่ายขึ้น

สิ่งที่แม่ท้องต้องจำให้ขึ้นใจคือ ไม่มีอาหารอะไรทดแทนกันได้ 100% นะคะ เพราะอย่างไรแล้ววิตามินและเกลือแร่จากผักก็ให้ประโยชน์สูงสุดและเต็มคุณค่ามากกว่าอาหารทดแทนอื่นๆ ค่ะ ดังนั้นคุณแม่ท้องและแม่ให้นมคนไหนไม่ชอบกินผักเอาเสียเลย ต้องปรับความคิดว่า “ทำเพื่อลูก” นะคะ แล้วเริ่มหาวิธีกินผักให้ได้ทีละนิดเพื่อลูกของเราค่ะ

Love of Mom Thailand
รู้จริง รู้จักเลือก สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก

นมแม่

รู้จักนมแม่ 3 ระยะ ช่วงไหนดีที่สุดสำหรับลูก พลาดแล้วอาจไม่มีให้ลูกอีกเลย!
นมแม่ดีที่สุด หรือจะเรียกว่าเป็นสารอาหารจากรักของแม่ (Love of Mom) ก็ว่าได้ รู้ไหมว่าจริงๆ นมแม่มีระยะของนม และแต่ละระยะก็มีคุณค่าและสารอาหารที่ต่างกัน ที่แน่ๆ คือลูกพลาดไมได้แม้แต่ระยะเดียว เพราะสารอาหารในนมแม่ให้ทั้งพัฒนาการสมวัยและภูมิคุ้มกันที่ทำให้ลูกไม่ป่วยง่ายด้วย นมแม่ดีที่สุด หรือจะเรียกว่าเป็นสารอาหารจากรักของแม่ (Love of Mom) ก็ว่าได้ รู้ไหมว่าจริงๆ นมแม่มีระยะของนม และแต่ละระยะก็มีคุณค่าและสารอาหารที่ต่างกัน
ลูกกินนมแม่แล้วทำไมถ่ายบ่อย ผิดปกติมั้ย ท้องเสียหรือเปล่า?
ช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังคลอด ลูกมักจะถ่ายอุจจาระบ่อยจนแม่ ๆ หลายคนตกใจ ถ่ายกันจนก้นแดง เปลี่ยนผ้าอ้อมมือเป็นระวิง คุณแม่ที่ไม่มีประสบการณ์อาจจะตกใจว่าลูกท้องเสียหรือเปล่า เพราะหลายครั้งดูดนมแม่เสร็จก็ถ่ายออกมาทันที ซึ่งการที่เด็กเล็ก ๆ ที่กินนมแม่ ขับถ่ายบ่อยเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ สาเหตุหลักคือนมแม่ที่กินเข้าไปทำให้ลูกถ่ายบ่อย แต่ไม่ได้ท้องเสีย หรือมีอันตราย หากไม่ได้ถ่ายออกมามีมูกเลือด หรือลูกยังร่าเริงดี กินนมได้ตามปกติ ช่วง
ทำไม นมแม่ ถึงลดความเสี่ยงภูมิแพ้ได้ ไม่อยากให้ลูกเป็นภูมิแพ้ ต้องรู้ไว้!
ภูมิแพ้ โรคที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็น เพราะเป็นโรคที่หายยากและต้องดูแลตัวเองอย่างมาก โรคภูมิแพ้มีตัวกระตุ้นจากหลายแหล่ง เช่น แพ้ฝุ่น แพ้เกสรดอกไม้ แพ้นมวัว แพ้อาหารทะเล การดูแล รักษา และป้องกันจึงต้องต่างกันออกไปตามการกระตุ้นให้เกิดอาหารแพ้เช่นกัน หนึ่งในอาหารที่ดีที่สุดและอาหารแรกของเด็กๆ “นมแม่” ช่วยลดความเสี่ยงภูมิแพ้ได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย เคยสังเกตไหมว่าเด็กที่ดื่มนมแม่มักเป็นภูมิแพ้น้อยกว่าเด็กที่ไม่ได้ดื่มนมแม่ นั่นเป็นเพราะอะไร ภูมิแพ้ โรคที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็น เพราะเป็นโรคที่หายยากและต้องดูแลตัวเองอย่างมาก โรคภูมิแพ้มีตัวกระตุ้นจากหลายแหล่ง
นมแม่น้อย อยากให้นมแม่พุ่งปรี๊ด ไหลมาเทมา ลองทำตามนี้เลย!
นมแม่น้อย อยากให้นมแม่พุ่งปรี๊ด ไหลมาเทมา ลองทำตามนี้เลย!
นมแม่น้อย นมแม่ไม่มา กลัวน้ำนมไม่พอให้ลูก อยากให้นมแม่มาเยอะ ๆ พุ่งปรี๊ด ต้องทำอย่างไร มาเช็กกันดูว่าทำตามเคล็ดลับของเราครบหรือยัง ถ้าทำได้ตามนี้รับรองนมแม่ไหลมาเทมา เพิ่มขึ้นจนพอกับลูกแน่นอน นมแม่น้อย นมแม่ไม่มา กลัวน้ำนมไม่พอให้ลูก อยากให้นมแม่มาเยอะ ๆ พุ่งปรี๊ด ต้องทำอย่างไร มาเช็กกันดูว่าทำตามเคล็ดลับของเราครบหรือยัง ถ้าทำได้ตามนี้รับรองนมแม่ไหลมาเทมา เพิ่มขึ้นจนพอกับลูกแน่นอน ดื่มน้ำให้มากขึ้น ควรดื่มน้ำให้ได้วันละ
9 Do & Don’t เรื่องการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ
ตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปยาวๆ ก็ต้องรู้เรื่องที่ควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการปั๊มนมและการทำสต็อกนมแม่ค่ะ นี่คือ 9 Do & Don’t เรื่องการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปยาวๆ ก็ต้องรู้วิธีปั๊มนมแม่และการทำสต็อกนมแม่ที่ถูกต้องค่ะ เราลองมาดูกันว่าอะไรคือสิ่งที่แม่ให้นมควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ คุณแม่ควรใช้ภาชนะที่ผ่านการฆ่าเชื้อในการเก็บน้ำนม แนะนำให้ใช้เป็นขวดพลาสติกหรือถุงเก็บน้ำนมโดยเฉพาะที่ผ่านการฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว จะช่วยรักษาเซลล์เม็ดเลือดขาวในน้ำนมแม่ที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการติดเชื้อในการช่วยให้กักเก็บคุณค่าของน้ำนมแม่ไว้ได้ดีค่ะ คุณแม่ควรหมั่นตรวจเช็คตู้เก็บน้ำนม คุณแม่ควรหมั่นตรวจสอบตู้เก็บน้ำนม ว่าสภาพการใช้งานปกติอยู่หรือไม่ รวมถึงการเช็คปลั๊กที่เสียบและอุณหภูมิความเย็นของตู้ เพื่อการเก็บรักษาน้ำนมของลูกน้อย คุณแม่ควรเขียนหน้าถุงเก็บน้ำนมให้ชัดเจน ว่านมแต่ในแต่ละถุงที่ปั๊มเก็บวันไหน