หน้าหลัก


7 เทคนิคคุยกับเบบี๋ในท้องสำหรับแม่มือใหม่

พ่อแม่มือใหม่หลายคนไม่รู้จะเริ่มต้นพูดคุยกับลูกในท้องอย่างไร มาดูเทคนิค และขั้นตอนง่าย ๆ คุยกับลูกในท้องเพื่อสื่อสายใยถึงลูกกันค่ะ

ต้องคุยกับลูกในท้องด้วยหรือ?

ต้องคุยสิคะ เพราะการส่งเสียงคุยกับลูกในท้องจะช่วยกระตุ้นพัฒนาการทารกในครรภ์ได้มาก เช่น กระตุ้นระบบประสาทการได้ยิน สร้างความคุ้นเคยและอบอุ่นให้ลูกด้วยเสียงพ่อแม่ สร้างเสริมพัฒนาการทางอารมณ์ให้ลูกได้ตั้งแต่ในท้อง และยังเป็นการสร้างสัมพันธ์พ่อแม่ลูกตั้งแต่เริ่มเลยล่ะค่ะ
ใครที่ยังไม่รู้ว่าจะต้องคุยกับลูกในท้องอย่างไร แค่ก็เสียงพูดก็พอแล้วใช่ไหม... Love of Mom Thailand มีวิธีคุยกับลูกในท้องให้อบอุ่นหัวใจมาแนะนำค่ะ

1. ชวนคุณพ่อมาคุยด้วยกัน
คุยคนเดียวอาจจะเหงา ๆ ชวนคุณพ่อมาคุยกับลูกน้อยในท้องด้วยกันนะคะ อาจคุยว่าวันนี้คุณพ่อไปทำงานมาเป็นยังไงบ้าง เหนื่อยหรือเปล่า เมื่อลูกคลอด คุณพ่อหลายคนไม่ค่อยสนิทกับลูก เพราะลูกจะติดแม่มากกว่า การได้พูดคุยกับลูกตั้งแต่ในท้องจะช่วยให้ลูกจดจำเสียงของคุณพ่อได้ค่ะ

2. พูดซ้ำ เรียกชื่อลูกบ่อย ๆ
ถ้าคุณแม่แอบตั้งชื่อลูกไว้แล้ว หรือมีฉายาที่เอาไว้เรียกลูก ก็เอาชื่อลูกมาใช้ชวนคุยไปด้วยได้เลยค่ะ อาจจะพยายามเรียกชื่อลูกซ้ำ ๆ บ่อย ๆ ให้ลูกจดจำชื่อตัวเองได้ และใช้ประโยคง่าย ๆ เช่น “น้องน้ำหิวมั้ยคะ” “น้องน้ำทำอะไรอยู่คะ” “น้องน้ำอยากไปเที่ยวไหนคะ” เป็นต้น

3. เปิดเพลงร้องเพลงคลอไปด้วย
นอกจากคุยแล้ว ยังใช้วิธีเปิดเพลงให้ลูกฟังเบา ๆ แล้วร้องเพลงคลอไปด้วยก็ได้นะคะ ลูกก็ยังได้ยินเสียงของแม่เช่นเดิม การฟังเพลงช่วยให้ลูกผ่อนคลาย ดีกับสมองของลูก รวมถึงคุณแม่ก็จะได้คลายความเครียดและความกังวลไปด้วยในตัวค่ะ

4. กินไปคุยไป
แม่สามารถชวนลูกคุยไปด้วยว่าวันนี้แม่ทำอะไรให้ลูกกิน มีส่วนผสมอะไรบ้าง มีประโยชน์หรือช่วยบำรุงเสริมสร้างร่างกายลูกอย่างไรบ้าง และในระหว่างการกิน บางครั้งอาจจะมีปฏิกิริยาจากลูกด้วยนะคะ เช่น ดื่มน้ำเย็น หรือกินอาหารรสจัด ลูกก็อาจจะดิ้น หรือถีบท้องเสมือนเป็นการโต้ตอบกับแม่ด้วย

5. อัดคลิป VLOG
คุณแม่สมัยนี้ชอบถ่ายรูป อัดคลิปเป็นเหมือนไดอารี่ประจำวัน หรือ Video Blog (VLOG) กันอยู่แล้ว ลองอัดคลิปแล้วชวนลูกพูดคุย เช่น วันนี้ออกไปไหน ไปทำอะไรมา ฯลฯ นอกจากจะได้พูดคุยกับลูกแล้ว ยังได้คลิปวิดีโอพัฒนาการช่วงตั้งครรภ์ไว้เปิดให้ลูกดูหลังคลอดอีกนะคะ หรือจะอัปโหลดขึ้น YouTube อาจจะกลายเป็น Youtuber คนดังได้อีกนะคะ

6. คุยตอนอาบน้ำ
ระหว่างอาบน้ำฟอกสบู่หรือแช่น้ำสบาย ๆ ลองนวดหน้าท้องแล้วคุยกับลูกในห้องน้ำไปด้วยก็ได้ค่ะ อยู่ในบรรยากาศเงียบ ๆ คนเดียวอาจทำให้กล้าพูดคุยกับลูกได้ง่ายขึ้นค่ะ แต่ต้องระวังหากอาบน้ำอุ่นต้องไม่อาบ หรือแช่น้ำที่ร้อนเกิน หรือใช้เวลานานเกินไป เพราะอาจจะทำให้แม่ท้องหน้ามืดเป็นลมได้ง่ายนะคะ

7. ใช้ของเล่นเป็นตัวช่วย
นอกจากพูดคุยเฉย ๆ ลองหาตัวช่วยมาเล่นกับลูกผ่านทางหน้าท้องก็เป็นอีกกิจกรรมสนุก ๆ ได้นะคะ เช่น หาไฟฉายมาส่องเล่นจ๊ะเอ๋กับลูก หรือรถของเล่นคันเล็ก ๆ มาลากเบา ๆ ไปบนหน้าท้อง ซึ่งการเล่นกับลูกผ่านทางหน้าท้องยังช่วยกระตุ้นพัฒนาการการมองเห็น หรือประสาทสัมผัสต่าง ๆ ของลูกได้ด้วยค่ะ

Love of Mom Thailand
รู้จริง รู้จักเลือก สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก

นมแม่

รู้จักนมแม่ 3 ระยะ ช่วงไหนดีที่สุดสำหรับลูก พลาดแล้วอาจไม่มีให้ลูกอีกเลย!
นมแม่ดีที่สุด หรือจะเรียกว่าเป็นสารอาหารจากรักของแม่ (Love of Mom) ก็ว่าได้ รู้ไหมว่าจริงๆ นมแม่มีระยะของนม และแต่ละระยะก็มีคุณค่าและสารอาหารที่ต่างกัน ที่แน่ๆ คือลูกพลาดไมได้แม้แต่ระยะเดียว เพราะสารอาหารในนมแม่ให้ทั้งพัฒนาการสมวัยและภูมิคุ้มกันที่ทำให้ลูกไม่ป่วยง่ายด้วย นมแม่ดีที่สุด หรือจะเรียกว่าเป็นสารอาหารจากรักของแม่ (Love of Mom) ก็ว่าได้ รู้ไหมว่าจริงๆ นมแม่มีระยะของนม และแต่ละระยะก็มีคุณค่าและสารอาหารที่ต่างกัน
ลูกกินนมแม่แล้วทำไมถ่ายบ่อย ผิดปกติมั้ย ท้องเสียหรือเปล่า?
ช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังคลอด ลูกมักจะถ่ายอุจจาระบ่อยจนแม่ ๆ หลายคนตกใจ ถ่ายกันจนก้นแดง เปลี่ยนผ้าอ้อมมือเป็นระวิง คุณแม่ที่ไม่มีประสบการณ์อาจจะตกใจว่าลูกท้องเสียหรือเปล่า เพราะหลายครั้งดูดนมแม่เสร็จก็ถ่ายออกมาทันที ซึ่งการที่เด็กเล็ก ๆ ที่กินนมแม่ ขับถ่ายบ่อยเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ สาเหตุหลักคือนมแม่ที่กินเข้าไปทำให้ลูกถ่ายบ่อย แต่ไม่ได้ท้องเสีย หรือมีอันตราย หากไม่ได้ถ่ายออกมามีมูกเลือด หรือลูกยังร่าเริงดี กินนมได้ตามปกติ ช่วง
ทำไม นมแม่ ถึงลดความเสี่ยงภูมิแพ้ได้ ไม่อยากให้ลูกเป็นภูมิแพ้ ต้องรู้ไว้!
ภูมิแพ้ โรคที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็น เพราะเป็นโรคที่หายยากและต้องดูแลตัวเองอย่างมาก โรคภูมิแพ้มีตัวกระตุ้นจากหลายแหล่ง เช่น แพ้ฝุ่น แพ้เกสรดอกไม้ แพ้นมวัว แพ้อาหารทะเล การดูแล รักษา และป้องกันจึงต้องต่างกันออกไปตามการกระตุ้นให้เกิดอาหารแพ้เช่นกัน หนึ่งในอาหารที่ดีที่สุดและอาหารแรกของเด็กๆ “นมแม่” ช่วยลดความเสี่ยงภูมิแพ้ได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย เคยสังเกตไหมว่าเด็กที่ดื่มนมแม่มักเป็นภูมิแพ้น้อยกว่าเด็กที่ไม่ได้ดื่มนมแม่ นั่นเป็นเพราะอะไร ภูมิแพ้ โรคที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็น เพราะเป็นโรคที่หายยากและต้องดูแลตัวเองอย่างมาก โรคภูมิแพ้มีตัวกระตุ้นจากหลายแหล่ง
นมแม่น้อย อยากให้นมแม่พุ่งปรี๊ด ไหลมาเทมา ลองทำตามนี้เลย!
นมแม่น้อย อยากให้นมแม่พุ่งปรี๊ด ไหลมาเทมา ลองทำตามนี้เลย!
นมแม่น้อย นมแม่ไม่มา กลัวน้ำนมไม่พอให้ลูก อยากให้นมแม่มาเยอะ ๆ พุ่งปรี๊ด ต้องทำอย่างไร มาเช็กกันดูว่าทำตามเคล็ดลับของเราครบหรือยัง ถ้าทำได้ตามนี้รับรองนมแม่ไหลมาเทมา เพิ่มขึ้นจนพอกับลูกแน่นอน นมแม่น้อย นมแม่ไม่มา กลัวน้ำนมไม่พอให้ลูก อยากให้นมแม่มาเยอะ ๆ พุ่งปรี๊ด ต้องทำอย่างไร มาเช็กกันดูว่าทำตามเคล็ดลับของเราครบหรือยัง ถ้าทำได้ตามนี้รับรองนมแม่ไหลมาเทมา เพิ่มขึ้นจนพอกับลูกแน่นอน ดื่มน้ำให้มากขึ้น ควรดื่มน้ำให้ได้วันละ
9 Do & Don’t เรื่องการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ
ตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปยาวๆ ก็ต้องรู้เรื่องที่ควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการปั๊มนมและการทำสต็อกนมแม่ค่ะ นี่คือ 9 Do & Don’t เรื่องการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปยาวๆ ก็ต้องรู้วิธีปั๊มนมแม่และการทำสต็อกนมแม่ที่ถูกต้องค่ะ เราลองมาดูกันว่าอะไรคือสิ่งที่แม่ให้นมควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ คุณแม่ควรใช้ภาชนะที่ผ่านการฆ่าเชื้อในการเก็บน้ำนม แนะนำให้ใช้เป็นขวดพลาสติกหรือถุงเก็บน้ำนมโดยเฉพาะที่ผ่านการฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว จะช่วยรักษาเซลล์เม็ดเลือดขาวในน้ำนมแม่ที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการติดเชื้อในการช่วยให้กักเก็บคุณค่าของน้ำนมแม่ไว้ได้ดีค่ะ คุณแม่ควรหมั่นตรวจเช็คตู้เก็บน้ำนม คุณแม่ควรหมั่นตรวจสอบตู้เก็บน้ำนม ว่าสภาพการใช้งานปกติอยู่หรือไม่ รวมถึงการเช็คปลั๊กที่เสียบและอุณหภูมิความเย็นของตู้ เพื่อการเก็บรักษาน้ำนมของลูกน้อย คุณแม่ควรเขียนหน้าถุงเก็บน้ำนมให้ชัดเจน ว่านมแต่ในแต่ละถุงที่ปั๊มเก็บวันไหน