หน้าหลัก


5 วิธีส่งความรักถึงลูกในท้องง่าย ๆ ช่วยสานสายใยก่อนคลอด

การบอกรักลูกในท้องจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเขาได้นะคะ คุณพ่อและคุณแม่ตั้งครรภ์ลองมาบอกรักลูกในท้องด้วย 5 วิธีนี้เลยค่ะ

ถึงแม้ลูกน้อยจะยังไม่ออกมาลืมตาดูโลก แต่ลูกสามารถรับรู้ถึงสัมผัสและความรักที่พ่อแม่ส่งไปได้ นอกจากนี้การแสดงความรักให้กับลูกในท้องยังดีต่อพัฒนาการและสมองของลูกด้วยค่ะ Love of Mom Thailand มีวิธีบอกรักลูกในท้องให้ว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ไปทำตามกันค่ะ

1. พูดคุย กระซิบบอกรัก
วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะส่งความรักถึงลูกในท้อง คือ บอกรักค่ะ หมั่นพูดคุยกับลูกในท้องบ่อย ๆ และแถมท้ายด้วยการกระซิบบอกรักลูกทุก ๆ วัน ลูกในท้องเริ่มมีพัฒนาการที่สามารถได้ยินเสียงได้ เมื่ออายุครรภ์ราว 20 สัปดาห์

2. นวดสัมผัสรัก
การนวดหน้าท้องเบา ๆ เป็นการส่งต่อสัมผัสจากแม่ถึงลูกได้ สัมผัสของแม่จะช่วยให้เซลล์ประสาทลูกน้อยมีการเชื่อมโยงได้ดียิ่งขึ้น ดีกับพัฒนาการสมอง และยังช่วยให้ลูกรู้สึกผูกพัน สงบ มั่นคงปลอดภัย แต่ควรนวดเมื่ออายุครรภ์เกิน 3 เดือนขึ้นไปแล้ว ระหว่างการนวดหน้าท้องอาจจะใช้ครีม หรือเบบี้ออยล์นวดเพื่อช่วยลดริ้วรอยเป็นผลพลอยได้อีกด้วย

3. เล่านิทานสานสายใยรัก
นอกจากการพูดคุย เล่นกับลูกผ่านทางหน้าท้องแม่แล้ว ลองหาหนังสือมาอ่านออกเสียงให้ลูกฟังก็เป็นการเชื่อมสายสัมพันธ์ส่งความรักถึงกันได้นะคะ ในระหว่างที่อ่าน หรือเล่านิทาน ควรอ่านออกเสียงให้ชัดเจน เสียงดังกำลังดี มีเสียงโทนสูงต่ำ และทำเป็นกิจวัตรประจำวันทุกวัน

4. อัลตราซาวด์
เวลาที่อัลตราซาวด์แล้วได้เห็นหัวใจลูกเต้น เห็นใบหน้า เห็นนิ้วมือนิ้วเท้าของเบบี๋ เป็นช่วงเวลาที่แม่จะรู้สึกผูกพันและเชื่อมโยงถึงลูกได้มากขึ้น มีหัวใจที่กำลังเต้นอยู่ในร่างกายของแม่ ยิ่งทำให้แม่อยากเฝ้าทะนุถนอมลูกด้วยความรักมากยิ่งขึ้น หากต้องการดูเพศลูกสามารถอัลตราซาวด์เห็นได้ชัดเจนราวสัปดาห์ที่ 16

5. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
การเลือกรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์กับลูกเป็นการบอกรักลูกผ่านทางสายสะดือเลยล่ะค่ะ คุณแม่ควรเลือกรับประทานอาหารที่ดี เริ่มตั้งแต่การบำรุงด้วยโฟลิค และวิตามินต่าง ๆ ตามที่คุณหมอสั่ง รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผักผลไม้เยอะ ๆ และลดของหวาน ของมัน ดื่มน้ำในแต่ละวันเพิ่มขึ้นเพื่อให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ จะทำให้รู้สึกสดชื่น ถ้าทำได้เช่นนี้ ถือว่าเป็นการบอกรักไปถึงลูกที่ดีที่สุดเลยค่ะ

Love of Mom Thailand
รู้จริง รู้จักเลือก สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก

นมแม่

รู้จักนมแม่ 3 ระยะ ช่วงไหนดีที่สุดสำหรับลูก พลาดแล้วอาจไม่มีให้ลูกอีกเลย!
นมแม่ดีที่สุด หรือจะเรียกว่าเป็นสารอาหารจากรักของแม่ (Love of Mom) ก็ว่าได้ รู้ไหมว่าจริงๆ นมแม่มีระยะของนม และแต่ละระยะก็มีคุณค่าและสารอาหารที่ต่างกัน ที่แน่ๆ คือลูกพลาดไมได้แม้แต่ระยะเดียว เพราะสารอาหารในนมแม่ให้ทั้งพัฒนาการสมวัยและภูมิคุ้มกันที่ทำให้ลูกไม่ป่วยง่ายด้วย นมแม่ดีที่สุด หรือจะเรียกว่าเป็นสารอาหารจากรักของแม่ (Love of Mom) ก็ว่าได้ รู้ไหมว่าจริงๆ นมแม่มีระยะของนม และแต่ละระยะก็มีคุณค่าและสารอาหารที่ต่างกัน
ลูกกินนมแม่แล้วทำไมถ่ายบ่อย ผิดปกติมั้ย ท้องเสียหรือเปล่า?
ช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังคลอด ลูกมักจะถ่ายอุจจาระบ่อยจนแม่ ๆ หลายคนตกใจ ถ่ายกันจนก้นแดง เปลี่ยนผ้าอ้อมมือเป็นระวิง คุณแม่ที่ไม่มีประสบการณ์อาจจะตกใจว่าลูกท้องเสียหรือเปล่า เพราะหลายครั้งดูดนมแม่เสร็จก็ถ่ายออกมาทันที ซึ่งการที่เด็กเล็ก ๆ ที่กินนมแม่ ขับถ่ายบ่อยเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ สาเหตุหลักคือนมแม่ที่กินเข้าไปทำให้ลูกถ่ายบ่อย แต่ไม่ได้ท้องเสีย หรือมีอันตราย หากไม่ได้ถ่ายออกมามีมูกเลือด หรือลูกยังร่าเริงดี กินนมได้ตามปกติ ช่วง
ทำไม นมแม่ ถึงลดความเสี่ยงภูมิแพ้ได้ ไม่อยากให้ลูกเป็นภูมิแพ้ ต้องรู้ไว้!
ภูมิแพ้ โรคที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็น เพราะเป็นโรคที่หายยากและต้องดูแลตัวเองอย่างมาก โรคภูมิแพ้มีตัวกระตุ้นจากหลายแหล่ง เช่น แพ้ฝุ่น แพ้เกสรดอกไม้ แพ้นมวัว แพ้อาหารทะเล การดูแล รักษา และป้องกันจึงต้องต่างกันออกไปตามการกระตุ้นให้เกิดอาหารแพ้เช่นกัน หนึ่งในอาหารที่ดีที่สุดและอาหารแรกของเด็กๆ “นมแม่” ช่วยลดความเสี่ยงภูมิแพ้ได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย เคยสังเกตไหมว่าเด็กที่ดื่มนมแม่มักเป็นภูมิแพ้น้อยกว่าเด็กที่ไม่ได้ดื่มนมแม่ นั่นเป็นเพราะอะไร ภูมิแพ้ โรคที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็น เพราะเป็นโรคที่หายยากและต้องดูแลตัวเองอย่างมาก โรคภูมิแพ้มีตัวกระตุ้นจากหลายแหล่ง
นมแม่น้อย อยากให้นมแม่พุ่งปรี๊ด ไหลมาเทมา ลองทำตามนี้เลย!
นมแม่น้อย อยากให้นมแม่พุ่งปรี๊ด ไหลมาเทมา ลองทำตามนี้เลย!
นมแม่น้อย นมแม่ไม่มา กลัวน้ำนมไม่พอให้ลูก อยากให้นมแม่มาเยอะ ๆ พุ่งปรี๊ด ต้องทำอย่างไร มาเช็กกันดูว่าทำตามเคล็ดลับของเราครบหรือยัง ถ้าทำได้ตามนี้รับรองนมแม่ไหลมาเทมา เพิ่มขึ้นจนพอกับลูกแน่นอน นมแม่น้อย นมแม่ไม่มา กลัวน้ำนมไม่พอให้ลูก อยากให้นมแม่มาเยอะ ๆ พุ่งปรี๊ด ต้องทำอย่างไร มาเช็กกันดูว่าทำตามเคล็ดลับของเราครบหรือยัง ถ้าทำได้ตามนี้รับรองนมแม่ไหลมาเทมา เพิ่มขึ้นจนพอกับลูกแน่นอน ดื่มน้ำให้มากขึ้น ควรดื่มน้ำให้ได้วันละ
9 Do & Don’t เรื่องการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ
ตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปยาวๆ ก็ต้องรู้เรื่องที่ควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการปั๊มนมและการทำสต็อกนมแม่ค่ะ นี่คือ 9 Do & Don’t เรื่องการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปยาวๆ ก็ต้องรู้วิธีปั๊มนมแม่และการทำสต็อกนมแม่ที่ถูกต้องค่ะ เราลองมาดูกันว่าอะไรคือสิ่งที่แม่ให้นมควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ คุณแม่ควรใช้ภาชนะที่ผ่านการฆ่าเชื้อในการเก็บน้ำนม แนะนำให้ใช้เป็นขวดพลาสติกหรือถุงเก็บน้ำนมโดยเฉพาะที่ผ่านการฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว จะช่วยรักษาเซลล์เม็ดเลือดขาวในน้ำนมแม่ที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการติดเชื้อในการช่วยให้กักเก็บคุณค่าของน้ำนมแม่ไว้ได้ดีค่ะ คุณแม่ควรหมั่นตรวจเช็คตู้เก็บน้ำนม คุณแม่ควรหมั่นตรวจสอบตู้เก็บน้ำนม ว่าสภาพการใช้งานปกติอยู่หรือไม่ รวมถึงการเช็คปลั๊กที่เสียบและอุณหภูมิความเย็นของตู้ เพื่อการเก็บรักษาน้ำนมของลูกน้อย คุณแม่ควรเขียนหน้าถุงเก็บน้ำนมให้ชัดเจน ว่านมแต่ในแต่ละถุงที่ปั๊มเก็บวันไหน