หน้าหลัก


4 สาเหตุที่ทำให้เลือดออกขณะตั้งครรภ์ พร้อมวิธีดูแลครรภ์และป้องกันอย่างถูกต้อง

เลือดออกระหว่างตั้งครรภ์ไม่ใช่ภาวะปกติค่ะ ดังนั้นเมื่อแม่ตั้งครรภ์มีเลือดออกควรรีบไปพบหมอ เพราะเลือดออกระหว่างตั้งครรภ์อาจเกิดจาก 4 สาเหตุนี้ ซึ่งอันตรายมาก

แม้ว่าคุณแม่ตั้งครรภ์จะดูแลตัวเองเป็นอย่างดีทั้งเรื่องการตรวจครรภ์ การกิน การนอน การออกกำลังกาย รวมถึงข้อปฏิบัติต่างๆ เพื่อการมีครรภ์สุขภาพ แต่บางครั้งอาจจะมีภาวะแทรกซ้อนที่ทำให้มีภาวะเลือดออกขณะตั้งครรภ์ ซึ่งภาวะนี้เกิดจากหลายสาเหตุ และมีความเสี่ยงสูง เรามาดูกันว่าภาวะเลือดออกระหว่างตั้งครรภ์เกิดจากอะไรได้บ้าง ป้องกันอย่างไร และหากเกิดขึ้นกับเรา จะต้องทำอย่างไร

  1. เลือดออกจากภาวะแท้งคุกคาม เป็นภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ที่พบได้บ่อย โดยที่สาเหตุของการแท้งคุกคามเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความพิการของทารกแต่กำเนิด ความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์ ความผิดปกติของฮอร์โมนที่มีผลต่อการฝังตัว
  2. เลือดออกจากการตั้งครรภ์ผิดปกติ ไม่สมบูรณ์ เช่น การตั้งครรภ์ไม่มีตัวอ่อน หรือตั้งครรภ์ไข่ปลาอุก โดยช่วงแรกแม่ตั้งครรภ์จะมีอาการเหมือนตั้งครรภ์ปกติ แต่หลังจากนั้นอาจจะมีเลือดออกจนนึกว่าเกิดภาวะแท้ง แต่จริง ๆ คือตัวอ่อนไม่เจริญเติบโตตามปกติ
  3. เลือดออกจากโรคที่เกิดระหว่างตั้งครรภ์ ส่วนใหญ่คือโรคทางนรีเวช หรือโรคที่มักเกิดกับผู้หญิงโดยเฉพาะ เช่น มะเร็งปากมดลูก ช่องคลอดอักเสบ ปากมดลูกอักเสบ ซึ่งหากเกิดขึ้นในช่วงระหว่างตั้งครรภ์ก็มีโอกาสทำให้เกิดเลือดออกได้
  4. เลือดออกจากภาวะรก หรือสายสะดือผิดปกติ เช่น รกเกาะต่ำ ซึ่งมักเกิดในช่วง ไตรมาสที่ 2 - 3 ซึ่งอาจอันตรายถึงชีวิตแม่และลูกได้ โดยเฉพาะถ้ามีเลือดออกปริมาณมาก

นอกจาก 4 สาเหตุนี้แล้ว ยังมีสาเหตุอื่น ๆ ที่อาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกขณะตั้งครรภ์ได้ เช่น เลือดออกเนื่องจากปากมดลูกเปิด เลือดออกจากกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ริดสีดวง ฯลฯ

เมื่อเกิดเลือดออกขณะตั้งครรภ์ ควรทำอย่างไร?

  1. ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อรับการตรวจรักษาอย่างเร่งด่วน เพราะภาวะเลือดออกระหว่างตั้งครรภ์อาจส่งผลต่อชีวิตทารกในครรภ์
  2. ต้องหมั่นสังเกตร่างกายสม่ำเสมอ หากมีเลือดออกควรปรึกษาหมอที่ดูแลครรภ์ และควรมีเบอร์ติดต่อคุณหมอไว้ในกรณีฉุกเฉิน หรือต้องการคำปรึกษาอย่างเร่งด่วน

วิธีดูแลตัวเองเพื่อลด เลี่ยง ป้องกันภาวะเลือดออกระหว่างตั้งครรภ์

  1. ไม่ควรออกกำลังกายหนักๆ หรือใช้ร่างกายหนักๆ
  2. เลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงตั้งครรภ์ไตรมาสแรกและไตรมาสสุดท้ายก่อนคลอด
  3. หากเคยมีภาวะแท้งบุตรมาก่อน จะต้องแจ้งหมอผู้ดูแลครรภ์ เพื่อการดูแลอย่างใกล้ชิด
  4. เลี่ยงการใช้ยาอันตรายในระหว่างตั้งครรภ์
  5. แม่ท้องควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด

Love of Mom Thailand
รู้จริง รู้จักเลือก สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก

นมแม่

รู้จักนมแม่ 3 ระยะ ช่วงไหนดีที่สุดสำหรับลูก พลาดแล้วอาจไม่มีให้ลูกอีกเลย!
นมแม่ดีที่สุด หรือจะเรียกว่าเป็นสารอาหารจากรักของแม่ (Love of Mom) ก็ว่าได้ รู้ไหมว่าจริงๆ นมแม่มีระยะของนม และแต่ละระยะก็มีคุณค่าและสารอาหารที่ต่างกัน ที่แน่ๆ คือลูกพลาดไมได้แม้แต่ระยะเดียว เพราะสารอาหารในนมแม่ให้ทั้งพัฒนาการสมวัยและภูมิคุ้มกันที่ทำให้ลูกไม่ป่วยง่ายด้วย นมแม่ดีที่สุด หรือจะเรียกว่าเป็นสารอาหารจากรักของแม่ (Love of Mom) ก็ว่าได้ รู้ไหมว่าจริงๆ นมแม่มีระยะของนม และแต่ละระยะก็มีคุณค่าและสารอาหารที่ต่างกัน
ลูกกินนมแม่แล้วทำไมถ่ายบ่อย ผิดปกติมั้ย ท้องเสียหรือเปล่า?
ช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังคลอด ลูกมักจะถ่ายอุจจาระบ่อยจนแม่ ๆ หลายคนตกใจ ถ่ายกันจนก้นแดง เปลี่ยนผ้าอ้อมมือเป็นระวิง คุณแม่ที่ไม่มีประสบการณ์อาจจะตกใจว่าลูกท้องเสียหรือเปล่า เพราะหลายครั้งดูดนมแม่เสร็จก็ถ่ายออกมาทันที ซึ่งการที่เด็กเล็ก ๆ ที่กินนมแม่ ขับถ่ายบ่อยเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ สาเหตุหลักคือนมแม่ที่กินเข้าไปทำให้ลูกถ่ายบ่อย แต่ไม่ได้ท้องเสีย หรือมีอันตราย หากไม่ได้ถ่ายออกมามีมูกเลือด หรือลูกยังร่าเริงดี กินนมได้ตามปกติ ช่วง
ทำไม นมแม่ ถึงลดความเสี่ยงภูมิแพ้ได้ ไม่อยากให้ลูกเป็นภูมิแพ้ ต้องรู้ไว้!
ภูมิแพ้ โรคที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็น เพราะเป็นโรคที่หายยากและต้องดูแลตัวเองอย่างมาก โรคภูมิแพ้มีตัวกระตุ้นจากหลายแหล่ง เช่น แพ้ฝุ่น แพ้เกสรดอกไม้ แพ้นมวัว แพ้อาหารทะเล การดูแล รักษา และป้องกันจึงต้องต่างกันออกไปตามการกระตุ้นให้เกิดอาหารแพ้เช่นกัน หนึ่งในอาหารที่ดีที่สุดและอาหารแรกของเด็กๆ “นมแม่” ช่วยลดความเสี่ยงภูมิแพ้ได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย เคยสังเกตไหมว่าเด็กที่ดื่มนมแม่มักเป็นภูมิแพ้น้อยกว่าเด็กที่ไม่ได้ดื่มนมแม่ นั่นเป็นเพราะอะไร ภูมิแพ้ โรคที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็น เพราะเป็นโรคที่หายยากและต้องดูแลตัวเองอย่างมาก โรคภูมิแพ้มีตัวกระตุ้นจากหลายแหล่ง
นมแม่น้อย อยากให้นมแม่พุ่งปรี๊ด ไหลมาเทมา ลองทำตามนี้เลย!
นมแม่น้อย อยากให้นมแม่พุ่งปรี๊ด ไหลมาเทมา ลองทำตามนี้เลย!
นมแม่น้อย นมแม่ไม่มา กลัวน้ำนมไม่พอให้ลูก อยากให้นมแม่มาเยอะ ๆ พุ่งปรี๊ด ต้องทำอย่างไร มาเช็กกันดูว่าทำตามเคล็ดลับของเราครบหรือยัง ถ้าทำได้ตามนี้รับรองนมแม่ไหลมาเทมา เพิ่มขึ้นจนพอกับลูกแน่นอน นมแม่น้อย นมแม่ไม่มา กลัวน้ำนมไม่พอให้ลูก อยากให้นมแม่มาเยอะ ๆ พุ่งปรี๊ด ต้องทำอย่างไร มาเช็กกันดูว่าทำตามเคล็ดลับของเราครบหรือยัง ถ้าทำได้ตามนี้รับรองนมแม่ไหลมาเทมา เพิ่มขึ้นจนพอกับลูกแน่นอน ดื่มน้ำให้มากขึ้น ควรดื่มน้ำให้ได้วันละ
9 Do & Don’t เรื่องการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ
ตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปยาวๆ ก็ต้องรู้เรื่องที่ควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการปั๊มนมและการทำสต็อกนมแม่ค่ะ นี่คือ 9 Do & Don’t เรื่องการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปยาวๆ ก็ต้องรู้วิธีปั๊มนมแม่และการทำสต็อกนมแม่ที่ถูกต้องค่ะ เราลองมาดูกันว่าอะไรคือสิ่งที่แม่ให้นมควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ คุณแม่ควรใช้ภาชนะที่ผ่านการฆ่าเชื้อในการเก็บน้ำนม แนะนำให้ใช้เป็นขวดพลาสติกหรือถุงเก็บน้ำนมโดยเฉพาะที่ผ่านการฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว จะช่วยรักษาเซลล์เม็ดเลือดขาวในน้ำนมแม่ที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการติดเชื้อในการช่วยให้กักเก็บคุณค่าของน้ำนมแม่ไว้ได้ดีค่ะ คุณแม่ควรหมั่นตรวจเช็คตู้เก็บน้ำนม คุณแม่ควรหมั่นตรวจสอบตู้เก็บน้ำนม ว่าสภาพการใช้งานปกติอยู่หรือไม่ รวมถึงการเช็คปลั๊กที่เสียบและอุณหภูมิความเย็นของตู้ เพื่อการเก็บรักษาน้ำนมของลูกน้อย คุณแม่ควรเขียนหน้าถุงเก็บน้ำนมให้ชัดเจน ว่านมแต่ในแต่ละถุงที่ปั๊มเก็บวันไหน