หน้าหลัก


10 อาหารที่แม่ท้องควรกินแต่ละไตรมาส เพื่อพัฒนาการลูกในท้องที่ดีตลอด 9 เดือน

อาหารแม่ท้องในแต่ละเดือน แต่ละไตรมาสควรกินอะไรบ้างเพื่อบำรุงและส่งเสริมพัฒนาการที่ดีของทารกในครรภ์ Love of Mom Thailand มีอาหารคนท้องแต่ละไตรมาสมาแนะนำค่ะ

คุณแม่ตั้งครรภ์มีความอยากกินมากกว่าปกติใช่ไหมคะ แต่รู้ไหมว่าหากคุณแม่เลือกกินอาหารที่เหมาะสมกับอายุครรภ์ก็จะยิ่งส่งผลดีต่อพัฒนาการทารกในครรภ์ด้วย นอกจากนั้นอาหารหลายๆ อย่างยังช่วยเสริมสร้างกระบวนการทำงานและสุขภาพของแม่ด้วย เช่น อาหารที่ช่วยป้องกันตะคริวช่วงตั้งครรภ์ หรือ อาหารที่กระตุ้นการสร้างน้ำนมแม่รอลูกคลอด

เรามาดูกันว่าอาหารสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ในแต่ละเดือน แต่ละไตรมาสมีอะไรบ้าง ว่าที่คุณแม่จะได้เลือกกินได้อย่างเหมาะสม

อาหารสำหรับแม่ท้องไตรมาสที่ 1 (เริ่มตั้งครรภ์ – สัปดาห์ที่ 14)

ไตรมาสที่ 1 ควรเน้นอาหารจำพวก โปรตีน แคลเซียม ธาตุเหล็ก และโฟเลต ซึ่งช่วยในเรื่องการสร้างเนื้อเยื่อ และการเจริญเติบโตของลูก

  1. นม   นมมีปริมาณแคลเซียมสูง ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาตัวอ่อนในช่วงไตรมาสแรก แคลเซียมช่วยส่งเสริมพัฒนาโครงสร้างกระดูกของทารกในครรภ์ รักษาความหนาแน่นของกระดูก ดังนั้นแม่ท้องควรได้รับปริมาณแคลเซียมเพียงพอจากอาหารที่กินในช่วงแรกของการตั้งครรภ์จากนม เช่น นมแพะ นมวัว ชีส เป็นต้น
  2. ผลไม้รสเปรี้ยว  ผลไม้รสเปรี้ยวนั้นนอกจากวิตามินซีสูงแล้วยังมีกรดโฟลิก ซึ่งต่อการเจริญเติบโตของทารก และช่วยป้องกันความผิดปกติของท่อประสาทของทารกในช่วงไตรมาสแรก นอกจากนี้ผลไม้รสเปรี้ยวยังช่วยลดอาการวิงเวียน แก้คลื่นไส้จากอาการแพ้ท้องในช่วงไตรมาสแรกได้ด้วย
  3. บร็อคโคลี  บร็อคโคลีมีธาตุเหล็กสูงและมีวิตามินซีสูง นอกจากนี้ยังมีวิตามินบี 6 และวิตามินบี 12 สูง ที่สำคัญต่อการพัฒนาระบบประสาททั้งหมดของทารกและลดอาการอาเจียนและคลื่นไส้ บร็อคโคลีมีโฟลิกสูง ซึ่งคุณหมอมักให้แม่เตรียมพร้อมกินโฟลิกในรูปของวิตามินตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ และกินต่อเนื่องในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันการพิการแต่กำเนิด
  4. ไข่ไก่  ไข่ไก่อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย ทั้งมีโปรตีน เลซิติน วิตามิน A วิตามิน B1 วิตามิน B2 วิตามิน D แคลเซียม และธาตุเหล็ก ซึ่งสารอาหารเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการสร้างเซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆ ของทารกด้วย

อาหารสำหรับแม่ท้องไตรมาสที่ 2 (สัปดาห์ที่ 15 – สัปดาห์ที่ 28)

ไตรมาสที่ 2 เน้นอาหารที่ให้พลังงานและมีไฟเบอร์ เพราะลูกเริ่มเจริญเติบโตมากขึ้นในช่วงนี้ แม่ท้องต้องการพลังงานเพิ่มขึ้น และควรเน้นอาหารที่มีเส้นใยสูงเพื่อช่วยลดอาการท้องผูกของแม่ท้องด้วย

  1.  ธัญพืช  ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวซ้อม ข้าวสาลี ข้าวบาร์เล่ย์ งา ฯลฯ เป็นอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ซึ่งให้พลังงานสูง จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ซึ่งจะมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ดังนั้นแม่ท้องควรกินอาหารที่ให้พลังงาน แต่เป็นคาร์โบไฮเดรตคุณภาพดีคือธัญพืชต่างๆ
  2. ผัก ผลไม้  เหมาะกับแม่ท้องและลูกน้อยที่กำลังเจริญเติบโตในช่วงไตรมาส 2 ในผัก ผลไม้มีวิตามินและไฟเบอร์สูงซึ่งดีกับระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายของแม่ นอกจากนี้ผักและผลไม้ยังมีวิตามินซีสูง ช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดี ช่วยเสริมให้เซลล์ต่างๆ มีการทำงานได้ดีขึ้น และสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
  3. ปลาทู  ปลาทูมีไอโอดีนสูงและจำเป็นสำคัญแม่ตั้งครรภ์ เพราะไอโอดีนเป็นสารตั้งต้นในการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ มีผลในการสร้างสมอง ระบบประสาท และการเจริญเติบโตของร่างกายเด็กในครรภ์ และปลาทูยังเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย ช่วยบรรเทาอาการท้องผูกสำหรับแม่ท้องในช่วงไตรมาสที่ 2 ของการตั้งครรภ์

อาหารสำหรับแม่ท้องไตรมาสที่ 3 (สัปดาห์ที่ 29 – สัปดาห์ที่ 42)
ไตรมาสสุดท้ายนี้ควรเน้นไปที่อาหารที่ช่วยสร้างสมองให้กับลูก เพราะเซลล์สมองของลูกจะพัฒนาสูงสุดในไตรมาสนี้

  1. แซลมอน  ปลาแซลมอนมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว โอเมก้า 3 และ 6 สูง ซึ่งดีต่อการพัฒนาระบบประสาทตาและสมองของทารกในครรภ์ ไขมันยังจำเป็นสำหรับวิตามิน A D E และ K เพราะวิตามินเหล่านี้จะละลายได้ในไขมัน นอกจากกรดไขมันในปลาแซลมอนแล้ว ยังหาได้จากอาหารอื่นๆ เช่น น้ำมันมะกอก ปลาทะเล อาโวคาโด เมล็ดทานตะวัน เป็นต้น
  2. ไข่แดง  ในไข่แดงมีเลซิติน เป็นสารประกอบหลักของโคลีนซึ่งเป็นสารในกลุ่มวิตามินบี มีบทบาทต่อความจำ การเรียนรู้ของสมองและสร้างสารสื่อประสาท ช่วยเสริมสร้างความจำเพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาทต่างๆ นอกจากในไข่แดงแล้ว เลซิตินยังหาได้ใน ตับสัตว์ ปลา ถั่วเหลือง ฯลฯ ด้วย
  3. ผักคะน้า  คะน้ามีวิตามินเคสูง หากแม่มีภาวะขาดวิตามินเค อาจจะส่งผลทำให้ลูกน้อยเกิดภาวะเลือดไม่แข็งตัวได้ วิตามินเคนอกจากจะดีกับทารกแล้วยังดีต่อแม่ท้องที่เตรียมพร้อมสำหรับการคลอดที่อาจจะเสียเลือดมากในช่วงนี้

อาหารสำหรับแม่ท้องนั้น ไม่ได้แตกต่างไปจากปกติก่อนท้องเท่าไหร่นัก สิ่งสำคัญคือเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ และ กินให้หลากหลายครบทั้ง 5 หมู่ ไม่ควรกินอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไป แต่ควรกินอย่างสมดุล เพื่อลูกน้อยเติบโต แข็งแรงมีพัฒนาการที่สมบูรณ์

Love of Mom Thailand
รู้จริง รู้จักเลือก สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก

นมแม่

รู้จักนมแม่ 3 ระยะ ช่วงไหนดีที่สุดสำหรับลูก พลาดแล้วอาจไม่มีให้ลูกอีกเลย!
นมแม่ดีที่สุด หรือจะเรียกว่าเป็นสารอาหารจากรักของแม่ (Love of Mom) ก็ว่าได้ รู้ไหมว่าจริงๆ นมแม่มีระยะของนม และแต่ละระยะก็มีคุณค่าและสารอาหารที่ต่างกัน ที่แน่ๆ คือลูกพลาดไมได้แม้แต่ระยะเดียว เพราะสารอาหารในนมแม่ให้ทั้งพัฒนาการสมวัยและภูมิคุ้มกันที่ทำให้ลูกไม่ป่วยง่ายด้วย นมแม่ดีที่สุด หรือจะเรียกว่าเป็นสารอาหารจากรักของแม่ (Love of Mom) ก็ว่าได้ รู้ไหมว่าจริงๆ นมแม่มีระยะของนม และแต่ละระยะก็มีคุณค่าและสารอาหารที่ต่างกัน
ลูกกินนมแม่แล้วทำไมถ่ายบ่อย ผิดปกติมั้ย ท้องเสียหรือเปล่า?
ช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังคลอด ลูกมักจะถ่ายอุจจาระบ่อยจนแม่ ๆ หลายคนตกใจ ถ่ายกันจนก้นแดง เปลี่ยนผ้าอ้อมมือเป็นระวิง คุณแม่ที่ไม่มีประสบการณ์อาจจะตกใจว่าลูกท้องเสียหรือเปล่า เพราะหลายครั้งดูดนมแม่เสร็จก็ถ่ายออกมาทันที ซึ่งการที่เด็กเล็ก ๆ ที่กินนมแม่ ขับถ่ายบ่อยเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ สาเหตุหลักคือนมแม่ที่กินเข้าไปทำให้ลูกถ่ายบ่อย แต่ไม่ได้ท้องเสีย หรือมีอันตราย หากไม่ได้ถ่ายออกมามีมูกเลือด หรือลูกยังร่าเริงดี กินนมได้ตามปกติ ช่วง
ทำไม นมแม่ ถึงลดความเสี่ยงภูมิแพ้ได้ ไม่อยากให้ลูกเป็นภูมิแพ้ ต้องรู้ไว้!
ภูมิแพ้ โรคที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็น เพราะเป็นโรคที่หายยากและต้องดูแลตัวเองอย่างมาก โรคภูมิแพ้มีตัวกระตุ้นจากหลายแหล่ง เช่น แพ้ฝุ่น แพ้เกสรดอกไม้ แพ้นมวัว แพ้อาหารทะเล การดูแล รักษา และป้องกันจึงต้องต่างกันออกไปตามการกระตุ้นให้เกิดอาหารแพ้เช่นกัน หนึ่งในอาหารที่ดีที่สุดและอาหารแรกของเด็กๆ “นมแม่” ช่วยลดความเสี่ยงภูมิแพ้ได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย เคยสังเกตไหมว่าเด็กที่ดื่มนมแม่มักเป็นภูมิแพ้น้อยกว่าเด็กที่ไม่ได้ดื่มนมแม่ นั่นเป็นเพราะอะไร ภูมิแพ้ โรคที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็น เพราะเป็นโรคที่หายยากและต้องดูแลตัวเองอย่างมาก โรคภูมิแพ้มีตัวกระตุ้นจากหลายแหล่ง
นมแม่น้อย อยากให้นมแม่พุ่งปรี๊ด ไหลมาเทมา ลองทำตามนี้เลย!
นมแม่น้อย อยากให้นมแม่พุ่งปรี๊ด ไหลมาเทมา ลองทำตามนี้เลย!
นมแม่น้อย นมแม่ไม่มา กลัวน้ำนมไม่พอให้ลูก อยากให้นมแม่มาเยอะ ๆ พุ่งปรี๊ด ต้องทำอย่างไร มาเช็กกันดูว่าทำตามเคล็ดลับของเราครบหรือยัง ถ้าทำได้ตามนี้รับรองนมแม่ไหลมาเทมา เพิ่มขึ้นจนพอกับลูกแน่นอน นมแม่น้อย นมแม่ไม่มา กลัวน้ำนมไม่พอให้ลูก อยากให้นมแม่มาเยอะ ๆ พุ่งปรี๊ด ต้องทำอย่างไร มาเช็กกันดูว่าทำตามเคล็ดลับของเราครบหรือยัง ถ้าทำได้ตามนี้รับรองนมแม่ไหลมาเทมา เพิ่มขึ้นจนพอกับลูกแน่นอน ดื่มน้ำให้มากขึ้น ควรดื่มน้ำให้ได้วันละ
9 Do & Don’t เรื่องการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ
ตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปยาวๆ ก็ต้องรู้เรื่องที่ควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการปั๊มนมและการทำสต็อกนมแม่ค่ะ นี่คือ 9 Do & Don’t เรื่องการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปยาวๆ ก็ต้องรู้วิธีปั๊มนมแม่และการทำสต็อกนมแม่ที่ถูกต้องค่ะ เราลองมาดูกันว่าอะไรคือสิ่งที่แม่ให้นมควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ คุณแม่ควรใช้ภาชนะที่ผ่านการฆ่าเชื้อในการเก็บน้ำนม แนะนำให้ใช้เป็นขวดพลาสติกหรือถุงเก็บน้ำนมโดยเฉพาะที่ผ่านการฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว จะช่วยรักษาเซลล์เม็ดเลือดขาวในน้ำนมแม่ที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการติดเชื้อในการช่วยให้กักเก็บคุณค่าของน้ำนมแม่ไว้ได้ดีค่ะ คุณแม่ควรหมั่นตรวจเช็คตู้เก็บน้ำนม คุณแม่ควรหมั่นตรวจสอบตู้เก็บน้ำนม ว่าสภาพการใช้งานปกติอยู่หรือไม่ รวมถึงการเช็คปลั๊กที่เสียบและอุณหภูมิความเย็นของตู้ เพื่อการเก็บรักษาน้ำนมของลูกน้อย คุณแม่ควรเขียนหน้าถุงเก็บน้ำนมให้ชัดเจน ว่านมแต่ในแต่ละถุงที่ปั๊มเก็บวันไหน