หน้าหลัก


7 สัญญาณอันตรายของแม่ท้อง มีอาการแบบนี้รีบหาหมอด่วน

พัฒนาการทารกในครรภ์เป็นเรื่องสำคัญที่แม่ท้องต้องหมั่นสังเกต และหากเกิด 7 อาการดังต่อไปนี้ แม่ท้องต้องรีบไปพบหมอทันที เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณอันตรายที่ส่งผลเสียกับลูกในท้อง

วิธีเช็คว่าลูกในท้องแข็งแรงดีไหม คุณแม่สามารถเช็คได้เองด้วยหลายวิธีเช่น นับการดิ้นของลูก การส่องไฟเล่นกับท้องให้ลูกดิ้น การไปพบคุณหมอ การอัลตราซาวนด์ เป็นต้น แต่เมื่อลูกในท้องมีความผิดปกติล่ะ คุณแม่ท้องจะรู้ได้อย่างไรและต้องรีบไปพบหมอตอนไหน Love of Mom มี 7 สัญญาณหรือ 7 อาการที่บ่งบอกว่าอาจเกิดปัญหากับลูกในท้อง

1. คลื่นไส้ อาเจียนมากผิดปกติ ภาวะอาการคลื่นไส้ อาเจียนเกิดขึ้นได้ในช่วงแพ้ท้อง แต่หากมีอาการอาเจียนมากผิดปกติควรปรึกษาคุณหมอ เพราะอาจมีความผิดปกติ หรืออาจทำให้ร่างกายเสียน้ำ อ่อนเพลียจนเกิดอันตรายได้

2. ลูกไม่ดิ้น ในช่วงสัปดาห์ที่ 28 เป็นต้นไป คุณหมอมักแนะนำให้คุณแม่คอยนับลูกดิ้นเพราะลูกจะเริ่มดิ้นสม่ำเสมอ ซึ่งวิธีการนับมีหลายวิธี ที่นิยมคือในช่วงระหว่างวัน 10-12 ชั่วโมง หากลูกดิ้นน้อยกว่า 10 ครั้ง หรือไม่ดิ้นควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะลูกอาจมีอาการผิดปกติ

3. มีเลือดออกที่ช่องคลอด หากมีเลือดออกที่ช่องคลอดปริมาณผิดปกติ ในช่วงไตรมาสแรกอาจเป็นไปได้ว่ามีอาการแท้ง แต่หากในช่วงไตรมาสหลังหากมีเลือดออกอาจจะเกิดจากภาวะรกเกาะต่ำ รกลอกตัวก่อนกำหนด หรือคลอดก่อนกำหนดได้ ควรรีบไปพบแพทย์ค่ะ

4. ตกขาวและมีอาการคันผิดปกติบริเวณช่องคลอด ตกขาวในช่วงตั้งครรภ์เกิดขึ้นได้ปกติ แต่หากตกขาวมีสี กลิ่น ผิดปกติ หรือมีอาการคัน เจ็บช่องคลอดด้วย อาจเป็นไปได้ว่าเกิดการติดเชื้อบริเวณช่องคลอด ซึ่งควรไปพบคุณหมอเพื่อให้คุณหมอรักษา เพราะอาจติดโรคทางเพศสัมพันธ์ หรือมีอาการเชื้อราในช่องคลอดได้

5. ปวดแสบขณะปัสสาวะ ช่วงตั้งครรภ์แม่ตั้งครรภ์จะปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ และอาจมีความเสี่ยงกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ และถ้าสังเกตว่ามีปัสสาวะแสบขัด มีไข้ ควรรีบไปพบแพทย์เพราะอาจเกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ซึ่งมีความเสี่ยงให้ลูกคลอดกำหนดได้

6. แขนขา หน้าบวม หากมีภาวะบวมผิดปกติทั้งมือเท้า ลำตัวหรือใบหน้า ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะอาจเป็นไปได้ว่าเกิดภาวะความดันโลหิตสูงจากการตั้งครรภ์ ถ้าแม่มีอาการรุนแรงมาก เช่น มีอาการชักด้วย อาจทำให้ลูกเสียชีวิตได้

7. น้ำเดิน หากอายุครรภ์ยังไม่ใกล้กำหนดคลอด แต่มีน้ำเดิน หรือน้ำไหลออกมาจากช่องคลอดเรื่อย ๆ เกินกว่าปัสสาวะปกติ อาจเป็นสัญญาณเตือนภาวะน้ำเดินก่อนกำหนด ควรรีบไปพบคุณหมอเพราะอาจเกิดการติดเชื้อ หรือคลอดก่อนกำหนดได้

Love of Mom Thailand
รู้จริง รู้จักเลือก สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก

นมแม่

รู้จักนมแม่ 3 ระยะ ช่วงไหนดีที่สุดสำหรับลูก พลาดแล้วอาจไม่มีให้ลูกอีกเลย!
นมแม่ดีที่สุด หรือจะเรียกว่าเป็นสารอาหารจากรักของแม่ (Love of Mom) ก็ว่าได้ รู้ไหมว่าจริงๆ นมแม่มีระยะของนม และแต่ละระยะก็มีคุณค่าและสารอาหารที่ต่างกัน ที่แน่ๆ คือลูกพลาดไมได้แม้แต่ระยะเดียว เพราะสารอาหารในนมแม่ให้ทั้งพัฒนาการสมวัยและภูมิคุ้มกันที่ทำให้ลูกไม่ป่วยง่ายด้วย นมแม่ดีที่สุด หรือจะเรียกว่าเป็นสารอาหารจากรักของแม่ (Love of Mom) ก็ว่าได้ รู้ไหมว่าจริงๆ นมแม่มีระยะของนม และแต่ละระยะก็มีคุณค่าและสารอาหารที่ต่างกัน
ลูกกินนมแม่แล้วทำไมถ่ายบ่อย ผิดปกติมั้ย ท้องเสียหรือเปล่า?
ช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังคลอด ลูกมักจะถ่ายอุจจาระบ่อยจนแม่ ๆ หลายคนตกใจ ถ่ายกันจนก้นแดง เปลี่ยนผ้าอ้อมมือเป็นระวิง คุณแม่ที่ไม่มีประสบการณ์อาจจะตกใจว่าลูกท้องเสียหรือเปล่า เพราะหลายครั้งดูดนมแม่เสร็จก็ถ่ายออกมาทันที ซึ่งการที่เด็กเล็ก ๆ ที่กินนมแม่ ขับถ่ายบ่อยเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ สาเหตุหลักคือนมแม่ที่กินเข้าไปทำให้ลูกถ่ายบ่อย แต่ไม่ได้ท้องเสีย หรือมีอันตราย หากไม่ได้ถ่ายออกมามีมูกเลือด หรือลูกยังร่าเริงดี กินนมได้ตามปกติ ช่วง
ทำไม นมแม่ ถึงลดความเสี่ยงภูมิแพ้ได้ ไม่อยากให้ลูกเป็นภูมิแพ้ ต้องรู้ไว้!
ภูมิแพ้ โรคที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็น เพราะเป็นโรคที่หายยากและต้องดูแลตัวเองอย่างมาก โรคภูมิแพ้มีตัวกระตุ้นจากหลายแหล่ง เช่น แพ้ฝุ่น แพ้เกสรดอกไม้ แพ้นมวัว แพ้อาหารทะเล การดูแล รักษา และป้องกันจึงต้องต่างกันออกไปตามการกระตุ้นให้เกิดอาหารแพ้เช่นกัน หนึ่งในอาหารที่ดีที่สุดและอาหารแรกของเด็กๆ “นมแม่” ช่วยลดความเสี่ยงภูมิแพ้ได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย เคยสังเกตไหมว่าเด็กที่ดื่มนมแม่มักเป็นภูมิแพ้น้อยกว่าเด็กที่ไม่ได้ดื่มนมแม่ นั่นเป็นเพราะอะไร ภูมิแพ้ โรคที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็น เพราะเป็นโรคที่หายยากและต้องดูแลตัวเองอย่างมาก โรคภูมิแพ้มีตัวกระตุ้นจากหลายแหล่ง
นมแม่น้อย อยากให้นมแม่พุ่งปรี๊ด ไหลมาเทมา ลองทำตามนี้เลย!
นมแม่น้อย อยากให้นมแม่พุ่งปรี๊ด ไหลมาเทมา ลองทำตามนี้เลย!
นมแม่น้อย นมแม่ไม่มา กลัวน้ำนมไม่พอให้ลูก อยากให้นมแม่มาเยอะ ๆ พุ่งปรี๊ด ต้องทำอย่างไร มาเช็กกันดูว่าทำตามเคล็ดลับของเราครบหรือยัง ถ้าทำได้ตามนี้รับรองนมแม่ไหลมาเทมา เพิ่มขึ้นจนพอกับลูกแน่นอน นมแม่น้อย นมแม่ไม่มา กลัวน้ำนมไม่พอให้ลูก อยากให้นมแม่มาเยอะ ๆ พุ่งปรี๊ด ต้องทำอย่างไร มาเช็กกันดูว่าทำตามเคล็ดลับของเราครบหรือยัง ถ้าทำได้ตามนี้รับรองนมแม่ไหลมาเทมา เพิ่มขึ้นจนพอกับลูกแน่นอน ดื่มน้ำให้มากขึ้น ควรดื่มน้ำให้ได้วันละ
9 Do & Don’t เรื่องการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ
ตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปยาวๆ ก็ต้องรู้เรื่องที่ควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการปั๊มนมและการทำสต็อกนมแม่ค่ะ นี่คือ 9 Do & Don’t เรื่องการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปยาวๆ ก็ต้องรู้วิธีปั๊มนมแม่และการทำสต็อกนมแม่ที่ถูกต้องค่ะ เราลองมาดูกันว่าอะไรคือสิ่งที่แม่ให้นมควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ คุณแม่ควรใช้ภาชนะที่ผ่านการฆ่าเชื้อในการเก็บน้ำนม แนะนำให้ใช้เป็นขวดพลาสติกหรือถุงเก็บน้ำนมโดยเฉพาะที่ผ่านการฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว จะช่วยรักษาเซลล์เม็ดเลือดขาวในน้ำนมแม่ที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการติดเชื้อในการช่วยให้กักเก็บคุณค่าของน้ำนมแม่ไว้ได้ดีค่ะ คุณแม่ควรหมั่นตรวจเช็คตู้เก็บน้ำนม คุณแม่ควรหมั่นตรวจสอบตู้เก็บน้ำนม ว่าสภาพการใช้งานปกติอยู่หรือไม่ รวมถึงการเช็คปลั๊กที่เสียบและอุณหภูมิความเย็นของตู้ เพื่อการเก็บรักษาน้ำนมของลูกน้อย คุณแม่ควรเขียนหน้าถุงเก็บน้ำนมให้ชัดเจน ว่านมแต่ในแต่ละถุงที่ปั๊มเก็บวันไหน