Select Page

10 อาการกวนตัวกวนใจที่แม่ท้องต้องเจอแน่ แก้อย่างไรดี

แม่ตั้งครรภ์จะต้องเจอกับอาการอะไรบ้างที่มักเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ หลายอาการขณะตั้งครรภ์สร้างความหงุดหงิด เหนื่อย ล้า แต่ทุกอาการก็มีวิธีแก้และรับมือได้ นี่คือ 10 อาการที่มักเกิดขึ้นกับแม่ตั้งครรภ์พร้อมวิธีรับมือแก้ทั้ง 10 อาการให้หายไปได้ง่ายๆ

 

เมื่อเริ่มตั้งครรภ์ แม่ท้องจะมีความเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกายและจิตใจ นอกจากอารมณ์ที่ขึ้นลงง่ายจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงแล้ว ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายก็อาจยิ่งทำให้แม่ท้องไม่สบายตัวเพิ่มขึ้นอีก อาการที่แม่ท้องต้องเจอแน่ ๆ มีอะไรบ้าง มาเตรียมพร้อมรับมือกันไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เลยค่ะ
1. แพ้ท้อง คลื่นไส้ ช่วงไตรมาสแรกแม่ท้องมักจะเจอกับอาการแพ้ท้อง ซึ่งอาการแพ้ท้องอาจแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่คือมีอาการคลื่นไส้ เวียนหัวเมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้า ๆ บางคนอาจจะเหม็นกลิ่นอาหาร เหม็นสิ่งของรอบตัว กินอาหารไม่ได้ ฯลฯ

รับมืออาการแพ้ท้อง คลื่นไส้
• หลังตื่นนอนตอนเช้าอย่าเพิ่งรีบลุก ควรนอนพักสัก 10-15 นาที แล้วค่อย ๆ ลุกช้า ๆ
• แบ่งกินอาหารมื้อเล็ก ๆ หลาย ๆ มื้อ
• หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เวียนหัว คลื่นไส้ เช่น กลิ่นอาหารที่เหม็น
• ดื่มน้ำเยอะ ๆ หากอาเจียน ควรจิบน้ำบ่อย ๆ เพื่อให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ และน้ำยังช่วยให้ร่างกายสดชื่น ช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดี

2. ท้องอืด ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงขณะตั้งครรภ์ จะทำให้เกิดการหลั่งกรดในกระเพาะออกมามากขึ้น และระบบย่อยอาหารทำงานได้ช้าลงซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้แม่ท้องมักมีอาการท้องอืด เพราะปริมาณกรดเกินที่สะสม ทำให้รู้สึกจุกเสียด อาหารไม่ย่อย เกิดอาการท้องอืด ไม่สบายตัว

รับมืออาการท้องอืด
• กินอาหารอ่อน ๆ ที่ย่อยง่าย เพื่อให้กระเพาะอาหารไม่ทำงานหนัก ไม่กินอาหารตอนใกล้เวลานอน
• งดอาหารที่มีกรดสูง เช่น ผลไม้ที่มีกรด หรือน้ำอัดลม
• เลี่ยงอาหารรสจัด อาหารรสจัดก็ทำให้เกิดกรดเกินขึ้นได้
• ดื่มน้ำขิง หรือผักสมุนไพรที่ช่วยขับลม เช่น กะเพรา ขมิ้นชัน หรือชาคาโมมายล์

3. ตะคริว เกิดจากการแม่ท้องขาดแคลเซียม และน้ำหนักที่ตัวเพิ่มขึ้น ขาทั้งสองข้างของคุณแม่ต้องแบกรับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น และหากยิ่งต้องยืน นั่ง ท่าเดิม หรือเดินเป็นเวลานาน ๆ ก็ทำให้เกิดตะคริวได้มากขึ้นจากเลือดที่ไม่ได้หมุนเวียน เกิดของเสียคั่งทำให้เกิดตะคริวได้มากขึ้น

รับมืออาการตะคริวตอนตั้งครรภ์
• เลือกอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นมสด ผักใบเขียว ปลาเล็กปลาน้อย ช่วยเพิ่มแคลเซียม
• พยายามยืดเหยียดร่างกาย ไม่อยู่ในท่าใดท่าหนึ่งเป็นเวลานาน ๆ หากนั่งทำงานที่โต๊ะ ควรลุกขึ้นเดินเพื่อผ่อนคลายบ้าง
• เลือกรองเท้าที่ใส่สบาย รับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของแม่ท้องได้ดี งดใส่รองเท้ามีส้น
• ดื่มน้ำเยอะ ๆ เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตให้ดีขึ้น
• ใช้หมอนหนุนรองขา ยกขาสูงขึ้นเล็กน้อยเวลานอน

4. ปวดเมื่อย ปวดหลัง ช่วงไตรมาสสุดท้ายที่ท้องเริ่มใหญ่ขึ้น อาการปวดเมื่อยตามข้อต่อ หรืออาการปวดหลังจะมีมากขึ้น เนื่องด้วยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น บวกกับฤทธิ์ของฮอร์โมนที่ทำให้ข้อต่อต่างๆ หลวมเพื่อเตรียมพร้อมคลอด ยิ่งทำให้แม่ท้องมีอาการปวดหลัง ปวดเมื่อยตามตัวมากขึ้น

รับมืออาการปวดเมื่อย ปวดหลัง
• เริ่มออกกำลังกายเบา ๆ ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์เพื่อช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ข้อต่อต่าง ๆ ให้รับน้ำหนักได้เมื่อน้ำหนักเพิ่มขึ้น
• เดิน ยืน หรือนั่งให้ถูกอิริยาบถ เวลาเดินให้ยืดตัวยืดหน้าท้องขึ้น หลัง ไหล่ตั้งตรง เวลานั่งควรนั่งหลังตรงหรือมีที่วางรองขาเล็กน้อย
• หากไม่มีหมอนสำหรับคนท้อง อาจใช้หมอนหนุนรองบริเวณใต้เข่า หรือเลือกท่านอนตะแคงและกอดหมอนข้าง

5. อ่อนเพลีย ง่วงนอนตลอดเวลา ฮอร์โมนที่สร้างขึ้นขณะตั้งครรภ์ รวมทั้งหน้าท้องที่ขยายใหญ่ขึ้นจนทำให้อาจจะหายใจได้ไม่สะดวก ทำให้รู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย และรู้สึกง่วงนอนบ่อยกว่าปกติ

รับมืออาการเพลีย ง่วงนอน
• หาเวลางีบหลับให้มากขึ้น เช่นหลังกินข้าวถ้ารู้สึกง่วงอาจจะหลับในช่วงนี้
• นอนหลับพักผ่อนในช่วงกลางคืนให้เพียงพอ นอนแต่หัวค่ำ ควรนอนให้ได้อย่างน้อย 8 ชั่วโมง
• งดเล่นโทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะช่วงก่อนนอนเพราะทำให้ร่างกาย สมอง สายตาล้า ร่างกายไม่ได้พักผ่อนเต็มที่

6. ตกขาว ปกติก่อนท้องผู้หญิงก็มีตกขาวกันอยู่แล้ว แต่เมื่อตั้งท้องหลายคนตกขาวมากผิดปกติ นั่นเป็นเพราะฮอร์โมนจากการตั้งครรภ์ การมีตกขาวมากในแม่ที่ตั้งครรภ์เป็นกลไกการปรับตัวตามปกติสำหรับแม่ท้อง อาจจะรู้สึกรำคาญตัว แต่ไม่ได้มีอันตราย

รับมืออาการตกขาว
• ตกขาวจะกลับมาเป็นปกติหลังคลอด ซึ่งหากตกขาวตอนท้องเป็นมูกขาวถือว่าปกติ แต่หากมีสีอื่น ๆ มีกลิ่น หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อาการคัน ปวดท้อง ควรปรึกษาคุณหมอค่ะ

7. กรดไหลย้อน แสบร้อนหน้าอก กรดไหลย้อนตอนตั้งครรภ์เกิดจากฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งมดลูกที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้กดเบียดลำไส้และกระเพาะอาหาร ระบบการย่อยอาหารจะช้าลง อาหารจะค้างในกระเพาะอาหารนานมากขึ้น และเมื่อหูรูดหลอดอาหารมีการหย่อนตัวลงจากการตั้งครรภ์ ก็จะทำให้กรดที่ออกมาเพื่อย่อยอาหารในกระเพาะย้อนไปที่หลอดอาหาร ทำให้เกิดอาการแสบร้อนบริเวณอกหรือลิ้นปี่ได้

รับมืออาการกรดไหลย้อน
• เลี่ยงอาหารที่มีกรดหรือแก๊ส เช่น อาหารรสจัด น้ำอัดลม ของหมักดอง
• เลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง หรืออาหารทอด ๆ มัน ๆ
• กินอาหารมื้อเล็ก ๆ และเป็นอาหารที่ย่อยง่าย
• ไม่ควรกินแล้วนอนทันที ควรทิ้งระยะเวลา 3-4 ชั่วโมงให้อาหารย่อยก่อนค่อยนอน
• ถ้ามีอาการรุนแรงมาก ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แพทย์สั่งยาลดกรดให้ ไม่ควรซื้อยากินเอง

8. หน้าอกขยาย น้ำนมไหล ช่วงใกล้คลอด หน้าอกหรือเต้านมแม่ท้องจะมีขนาดขยายใหญ่ขึ้น และบางคนอาจมีน้ำนมไหลในช่วงตั้งครรภ์ เพราะระดับฮอร์โมนโปรแลกตินที่มีปริมาณสูงมากในขณะตั้งครรภ์ อาจกระตุ้นให้มีการสร้างและหลั่งน้ำนมได้ ทำให้มีน้ำนมไหลออกมาก่อนคลอด ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดปกติ

รับมืออาการหน้าอกขยาย น้ำนมไหล
• หลีกเลี่ยงการบีบ จับ หรือเค้นที่หัวนมบ่อยๆ เพราะอาจจะเป็นการกระตุ้นให้มีน้ำนมไหลออกมามากขึ้น และอาจจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการหดรัดตัวของมดลูกจนคลอดก่อนกำหนดได้
• หากน้ำนมไหลไม่เยอะมาก อาจใช้แผ่นซับน้ำนมเพื่อไม่ให้น้ำนมไหลออกมาเลอะเทอะชุดชั้นใน
• หากเต้านมขยายขึ้น ควรเลือกชุดชั้นในให้เหมาะกับขนาดหน้าอก ไม่ให้บีบรัดหน้าอก อาจจะซื้อชุดชั้นในแบบให้นมลูก เผื่อไว้ใช้หลังคลอดตอนให้นมได้เลย

9. เท้าบวม เส้นเลือดขอด ความดันในหลอดเลือดสูงขึ้น ส่งผลให้หลอดเลือดเล็กๆบริเวณโคนขา น่อง เท้า ฯลฯ โป่งพองขึ้น โดยปกติภาวะนี้ไม่มีอันตราย และจะหายได้เองภายหลังคลอด แต่คุณแม่บางคนก็อาจจะมีอาการรุนแรง มีเส้นเลือดขอดบวมปูดชัดเจนออกมา

รับมืออาการเท้าบวม เส้นเลือดขอด
• หลีกเลี่ยงการเดิน ยืน หรือนั่งห้อยเท้านาน ๆ
• ใช้ผ้าพันแผลชนิดยืดพันรอบจากเท้ามาถึงใต้หัวเข่าหรือโคนขา จะช่วยป้องกันไม่ให้เส้นเลือดขอดเป็นมากขึ้น
• เวลานอนควรหาหมอนหนุนเท้าให้สูงกว่าปกติ อาการของเส้นเลือดขอดก็จะลดลง

10. เหงือกอักเสบ ฟันผุ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนส่งผลให้เหงือกและเนื้อเยื่ออ่อนต่างๆ ที่รองรับฟันอ่อนแอ รวมถึงหากมีอาการอาเจียนบ่อย ดูแลอนามัยในช่องปากไม่ดี ก็ทำให้เสี่ยงกับฟันผุ เหงือกอักเสบตอนตั้งครรภ์ได้ง่าย

รับมืออาการเหงือกบวม ฟันผุ
• ทำความสำอาดตามสูตร 222 คือ แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ นานครั้งละ 2 นาที วันละ 2 ครั้ง และหลังแปรงฟันควรงดขนมหวาน น้ำอัดลม 2 ชั่วโมง
• ใช้ไหมขัดฟัน หรือน้ำยาบ้วนปากเป็นประจำ
• ไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันสม่ำเสมอ

 

Love of Mom Thailand
รู้จริง รู้จักเลือก สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก

 

 

นมแม่

วิธีสต๊อกน้ำนมแบบแม่มือโปร

วิธีสต๊อกน้ำนมแบบแม่มือโปร

วิธีสต๊อกน้ำนมแบบแม่มือโปร           ตั้งใจจะให้ลูกกินนมแม่ยาวๆ แต่ก็ต้องกลับไปทำงานแล้ว หนทางเดียวที่ลูกจะได้กินนมแม่ก็คือทำสต๊อกน้ำนมเอาไว้ แต่แม่มือใหม่จะเริ่มยังไงดีนั้น วิธีทำไม่ยากค่ะ           เมื่อตั้งใจเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แล้ว...

วิธีขจัดความเครียด ต้นเหตุน้ำนมน้อย

วิธีขจัดความเครียด ต้นเหตุน้ำนมน้อย

วิธีขจัดความเครียด ต้นเหตุน้ำนมน้อย           เพราะนมแม่มีความพิเศษจากกระบวนการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ (Apocrine Secretion) ซึ่งเป็นกระบวนการสร้างน้ำนมที่ให้สารอาหารจากธรรมชาติในปริมาณสูง...

นมแม่ สร้างวัคซีนให้ลูกตั้งแต่หยดแรก

นมแม่ สร้างวัคซีนให้ลูกตั้งแต่หยดแรก

นมแม่ สร้างวัคซีนให้ลูกตั้งแต่หยดแรก           หลังจากลูกคลอดออกมาแล้วได้รับนมแม่ตั้งแต่หยดแรก ร่างกายของทารกก็เหมือนได้รับวัคซีนรวมจากธรรมชาติ ที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคต่างๆ หลายโรคเลยค่ะ           โดยช่วง 1...

เตรียมร่างกายให้ฟิต พิชิตปัญหาให้นม

เตรียมร่างกายให้ฟิต พิชิตปัญหาให้นม

เตรียมร่างกายให้ฟิต พิชิตปัญหาให้นม           หลังจากคลอดลูกออกมาแล้วคุณแม่มีอะไรใหม่ๆ ให้ทำเยอะแยะมากมาย หนึ่งในนั้นคือการให้นมลูก แต่หลายๆ คนก็ประสบปัญหาน้ำนมน้อย อยากจะให้ลูกกินนมแม่ แต่ปั๊มยังไงนมก็ไม่มาสักที...

สัมผัสและสัมพันธ์ระหว่างให้นม ต่อยอดพัฒนาการรอบด้าน

สัมผัสและสัมพันธ์ระหว่างให้นม ต่อยอดพัฒนาการรอบด้าน

สัมผัสและสัมพันธ์ระหว่างให้นม ต่อยอดพัฒนาการรอบด้าน           แค่สัมผัสลูก อุ้ม กอด ก็สามารถความอบอุ่นให้กับลูกน้อยได้อย่างไม่น่าเชื่อแล้ว แต่ทราบมั้ยคะว่าในช่วงเวลาที่แม่อุ้มลูกแนบอกตอนให้นมนั้น ลูกจะมีความมั่นคง ไว้ใจ และมีพัฒนาการที่ดีเพิ่มขึ้นด้วยค่ะ...

สอบถามเพิ่มเติม

Love of Mom Thailand ขอต้อนรับผู้อ่านทุกท่าน หากท่านมีความเห็นใดๆ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาส่งข้อความของท่านมาถึงเราได้ทางอีเมลล์ข้างต้น.

สำนักงานใหญ่: 932 ถนนประชาชื่น ซอยรัชดาภิเษก 35 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ 10800