หน้าหลัก

Category - สาระน่ารู้

ในนมแพะ และนมวัวมีปริมาณแลคโตสที่แตกต่างกัน มาเปรียบเทียบแลคโตสในนมแต่ละชนิดว่ามีมากน้อยต่างกันอย่างไร และแลคโตสมีข้อดีข้อเสียอย่างไร แลคโตส คือ น้ำตาลในนมที่พบได้ในสิ่งมีชีวิตเลี้ยงลูกด้วยนม เช่น นมแม่ นมแพะ นมวัว ชนิดของนม   นมแพะ   นมวัว   นมถั่วเหลือง ปริมาณแลคโตส   4.1%   4.7%  - เปรียบเทียบปริมาณแลคโตสในน้ำนม ในนมแพะมีปริมาณแลคโตสประมาณ 4.1% นมวัวมีปริมาณแลคโตสประมาณ 4.7 % ส่วนนมถั่วเหลืองผลิตจากโปรตีนถั่วเหลือง ดังนั้นในนมถั่วเหลืองจึงไม่มีน้ำตาลแลคโตส ปัญหาการย่อยแลคโตสในนม ในคนไทยหรือคนเอเชีย มักมีปัญหาการย่อยแลคโตสในนม โดยลำไส้เล็กผลิตแลคเทสซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ใช้ย่อยแลคโตสไม่เพียงพอที่จะใช้ย่อยแลคโตส เมื่อกินนมที่มีแลคโตส อาจทำให้มีอาการแพ้น้ำตาลแลคโตส คือ ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสีย ท้องไส้ปั่นป่วน นมแพะมีแลคโตสน้อยกว่านมวัวเล็กน้อย สำหรับเด็กที่ภาวะย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมผิดปกติ การดื่มนมแพะอาจส่งผลดีมากกว่า เพราะมีปริมาณแลคโตสน้อยกว่า ร่างกายอาจจะย่อยได้ดีกว่า นมถั่วเหลือง ถึงแม้ไม่มีแลคโตส แต่มีสัดส่วนของสารอาหารที่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็กเล็ก มีแคลเซียม มีไขมันน้อย ถ้าหากเลือกนมถั่วเหลืองให้ลูกต้องเลือกนมถั่วเหลืองที่เป็นสูตรเฉพาะสำหรับเด็ก ดังนั้นหากลูกไม่ได้แพ้แลคโตสในนมก็ไม่จำเป็นต้องเลือกนมที่เป็นสูตรไม่มีแลคโตส เพราะ
เปรียบเทียบพลังงานในนมแพะ นมวัว นมถั่วเหลือง และคุณสมบัติของโปรตีนในนมที่ดูดซึมไปใช้ได้ดี และทำให้ลูกน้ำหนักตัวขึ้นอย่างเหมาะสม คุณแม่ทราบไหมคะว่า เด็กทารกจะต้องการพลังงานต่อหนึ่งหน่วยน้ำหนักมากกว่าวัยอื่นๆ เพราะนมถือว่าเป็นอาหารหลักในช่วงขวบปีแรก โดยเฉลี่ยเด็กทารกช่วง 0-6 เดือนต้องการพลังงานประมาณ 500-600 แคลอรี่ต่อวัน การดื่มนมของทารกขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว แต่ส่วนใหญ่ช่วงแรกเกิดจะดื่มนมแม่มื้อละประมาณ 2 - 3 ออนซ์ ทุก 2-3 ชั่วโมง หรือประมาณ 20-24 ออนซ์ต่อวัน (600-720 กรัม) แต่หากดื่มนมผสมอาจจะกินเพิ่มขึ้นเล็กน้อยค่ะ นมแพะ 100 มล. ให้พลังงาน 69 กิโลแคลอรี่ • หากลูกดื่มนมแพะ 20-24 ออนซ์ หรือ 600 มล.ต่อวัน จะให้พลังงานประมาณ 414
กรดอะมิโนที่มีอยู่ในนมแพะ นมวัว นมถั่วเหลือง มีปริมาณที่แตกต่างกัน กรดอะมิโนมีความสำคัญกับร่างกาย อย่างไรบ้าง กรดอะมิโนที่มีอยู่ในนมแพะ นมวัว นมถั่วเหลือง มีปริมาณที่แตกต่างกัน กรดอะมิโนมีความสำคัญกับร่างกาย อย่างไรบ้าง กรดอะมิโนจำเป็นแต่ละชนิดสำคัญอย่างไร • ทริปโตเฟน (Tryptophan) ลดความเครียด บรรเทาอาการไมเกรน ช่วยแก้ปัญหาการนอนไม่หลับได้ดี บรรเทาอาการซึมเศร้าได้ • ทรีโอนีน (Threonine) ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ช่วยเผาผลาญไขมัน รักษาระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยและดูดซึมสารอาหารได้ดี • ฟีนิลอะลานีน (Phenylalanine) เพิ่มความตื่นตัว ช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้าและลดอาการเวียนศีรษะได้ดี • เมไธโอนีน (Methionine) เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระอันทรงพลัง และช่วยในการย่อยสลายไขมัน • ลิวซีน (Leucine) ช่วยกระตุ้นให้สมองเพิ่มพลังให้กล้ามเนื้อ และช่วยให้เซลล์ประสาทแข็งแรงขึ้น • ไลซีน (Lysine) ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง กระตุ้นการดูดซึมแคลเซียมให้ดียิ่งขึ้น
คุณแม่หลายคนสงสัยว่า นมแพะผงที่นิยมในปัจจุบันมีกระบวนการผลิตเหมือนนมทั่วไปไหม ปลอดภัยไหม เรามาเคลียร์ทุกข้อสงสัยด้วยการบุกไปถึงแหล่งผลิตนมแพะผงกันเลยค่ะ ปัจจุบันนมแพะผงกำลังเป็นที่นิยมสำหรับคุณแม่ที่ให้ลูกดื่มนมเสริมต่อจากนมแม่ หลังหย่านมแม่ หรือในกรณีที่คุณแม่มีน้ำนมน้อย แต่คุณแม่หลายคนก็มีข้อสงสัยกันว่า นมแพะผงดีจริงไหม นมแพะมีประโยชน์อย่างไร และ กระบวนการผลิตนมแพะดีและปลอดภัยเหมือนนมทั่วไปไหม เพราะการจะเลือกนมสำหรับลูก “ไม่ใช่อะไรก็ได้” จริงไหมคะ ปกติเราจะได้ข้อมูลกระบวนการผลิตนมสำหรับเด็กซึ่งส่วนใหญ่เป็นนมวัวค่ะ แต่สำหรับนมแพะที่กำลังเป็นที่นิยมกลับมีข้อมูลค่อนข้างน้อย Love of Mom Thailand จึงไปหาข้อมูลเรื่องกระบวนการผลิตนมแพะผงมานำเสนอ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับคุณแม่ที่กำลังตัดสินใจว่าจะเลือกนมแพะให้ลูกดื่มดีหรือไม่ ไปดูกันเลยค่ะ แวะดูแพะคุณภาพดีที่ทุ่งหญ้ากันก่อน ปัจจุบัน นมแพะผงคุณภาพอันดับ 1 ของโลก เลี้ยงและผลิตที่ประเทศนิวซีแลนด์ค่ะ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีสภาพแวดล้อมและสะอาดที่สุดของโลก นั่นรวมไปถึงการเลี้ยงแพะคุณภาพสูงที่ประเทศนิวซีแลนด์ด้วยค่ะ จากการเยี่ยมชมฟาร์มเลี้ยงแพะคุณภาพที่ประเทศนิวซีแลนด์พบว่า แพะได้รับการดูแลในฟาร์มที่เป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี มีน้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ ตามมาตรฐานการเลี้ยงสัตว์ของประเทศนิวซีแลนด์ รวมไปถึงทุ่งหญ้าที่เป็นแหล่งอาหารของแพะก็ได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวดตามวิธีออร์แกนิก ทำให้แพะได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนนั่นเองค่ะ ได้เวลาเยี่ยมชมกระบวนการผลิตนมแพะผงกันแล้ว กระบวนการผลิตนมแพะผงมีความต่างกับการผลิตนมทั่วไปค่อนข้างมากค่ะ ทั้งระยะเวลาในการผลิต การเติมสารอาหาร และคุณภาพ เนื่องจากนมแพะมีกระบวนการผลิตน้ำนมที่เรียกว่า “ระบบอะโพไคร์น” (Apocrine)
นมสำหรับเด็กมีหลายชนิด เราลองมาดูกันว่าแต่ละชนิดดีอย่างไร นมแบบไหนเหมาะสำหรับลูกทั้งสารอาหาร อิ่มสบายท้อง และพัฒนาการดี นมชนิดแรกที่ลูกได้ดื่มคือ นมแม่ค่ะ นมแม่เป็นสุดยอดอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน เหมาะสมกับการเจริญเติบโต และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกแข็งแรง แต่เมื่อลูกถึงวัยที่ต้องเริ่มนมเสริม คุณแม่มีน้ำนมน้อย หรือคุณแม่อยู่ในภาวะที่ไม่สามารถให้นมแม่ได้ เราควรเลือกนมชนิดไหนให้ลูกดื่ม? Love of Mom Thailand มีข้อมูลนม 4 ประเภทสำหรับเด็กๆ มาให้คุณแม่ได้ศึกษากันไว้ก่อนค่ะว่า นมแต่ละชนิดมีสารอาหารอะไรบ้าง และนมแบบไหนที่เหมาะที่สุดสำหรับส่งเสริมพัฒนาการของลูกรอบด้านค่ะ 1. นมผงจากถั่วเหลือง นมถั่วเหลือง เป็นนมจากธัญพืชที่มีโปรตีน ใยอาหาร ทองแดง เหล็ก และไนอาซินสูง แต่มีปริมาณโซเดียมน้อย ไม่มีคอเลสเตอรอลและแลคโตส แต่ในกระบวนการผลิตนมถั่วเหลืองชนิดผงต้องใช้ความร้อนสูงมากสกัดผง รวมถึงมีการใช้สารละลายบางชนิดในการแช่ถั่วเหลืองก่อนนำเข้ากระบวนการผลิต จึงอาจทำให้นมถั่วเหลืองชนิดผงมีอันตรายกับสุขภาพได้ 2. นมผงจากข้าว นมชนิดนี้มีคุณค่าทางโภชนาการและอ่อนโยนต่อระบบย่อยที่บอบบางของลูกน้อย โดยเฉพาะใยอาหารในนมข้าวมีประโยชน์ในการเสริมสร้างระบบประสาทและระบบย่อยของลูกน้อย ช่วยป้องกันอาการท้องผูก ขับอุจาระและปัสสาวะได้ง่ายขึ้น นมผงจากข้าวมีคาร์โบไฮเดรตสูง แต่มีโปรตีนและแคลเซียมน้อยกว่านมชนิดอื่น ดังนั้นคุณหมอมักแนะนำให้เสริมโปรตีนและแคลเซียมจากอาหารอื่น
อยู่ๆ ก็มีกระแสเลี้ยงลูกด้วยนมแพะเกิดขึ้นค่ะ เราเลยไปหาข้อมูลมาให้ลองดูว่า นมแพะมีประโยชน์มากแค่ไหน ทำไมคุณแม่หลายคนถึงเทใจให้ลูกดื่มนมแพะ หลังจากหย่านมแม่ เริ่มดื่มนมเสริม หรือคุณแม่ที่มีน้ำนมน้อย ให้นมลูกเองไม่ได้ด้วยปัญหาสุขภาพ เรามักเข้าใจว่านมเสริมทั่วไปก็ดีอยู่แล้ว จนเมื่อไม่นานนี้เริ่มมีกระแสเรื่องนมแพะมากขึ้นค่ะ ซึ่งมีคุณแม่หลายคนปรึกษา และให้ข้อมูลเรื่องนมแพะกันมากขึ้นว่า มีประโยชน์ เหมาะสำหรับเป็นนมเสริมให้ลูก คุณแม่คนไหนสนใจเรื่องนมแพะ เราขอให้หยุดและอ่านประโยชน์ของนมแพะตรงนี้ก่อนค่ะ เพราะจะช่วยในการตัดสินใจในการเลือกนมเสริมที่เหมาะกับลูกเราได้ค่ะ นมแพะมีสารอาหารธรรมชาติที่สำคัญ เหมาะสมกับการเจริญเติบโต เช่น โปรตีน กรดไขมันจำเป็น  วิตามิน  แร่ธาตุ เป็นต้น นมแพะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันได้ เพราะมีสารอาหารที่ชื่อ นิวคลีโอไทด์และโพลีเอมีนส์ ปริมาณมาก จึงช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็กได้ นมแพะลดอาการท้องอืดในเด็กเล็กได้ เพราะนมแพะมีโปรตีน ย่อยง่ายซึ่งเป็นโปรตีนที่เหมาะกับระบบย่อยและขับถ่ายของเด็ก จึงไม่ทำให้เหลือโปรตีนตกค้างในกระเพาะและลำไส้จนเกิดอาการท้องผูก นมแพะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการแพ้ได้ เพราะมีโปรตีนชื่อ เบต้าแลคโตกลอบบูลิน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ก่อให้เกิดอาการแพ้อยู่ในปริมาณน้อย นมแพะช่วยให้ลูกขับถ่ายง่าย ลดปัญหาลูกท้องผูก เพราะมีโอลิโกแซ็กคาไรด์ ที่เป็นพรีไบโอติกหรือใยอาหารที่พบในนมแม่ ซึ่งช่วยแก้ปัญหาอาการท้องผูก กระตุ้นการเกิดแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้ เพิ่มความสามารถในการดูดซึมและการย่อย ทำให้ระบบย่อยอาหารแข็งแรง จริงๆ
คุณแม่หลายคนค้นข้อมูลพบว่า นมแพะช่วยลดอาการท้องผูกที่เกิดบ่อยๆ กับลูกได้ เรื่องนี้ชัวร์หรือไม่ เช็กกันตรงนี้ค่ะ คุณแม่หลายคนอาจกำลังเจอปัญหา “ลูกท้องผูก” กันอยู่ค่ะ ซึ่งอาจมาจากสาเหตุที่ต่างกัน เช่น ดื่มน้ำน้อย กินอาหารที่ใยอาหารน้อย เพิ่งเริ่มรับประทานอาหารเสริม หรือแม้แต่การเปลี่ยนสูตรนมเสริม ดังนั้นคุณแม่จึงควรหาสาเหตุให้ชัดก่อนเพื่อแก้ไขอย่างตรงจุดค่ะ สำหรับเด็กๆ ที่ยังอยู่ในวัยดื่มนมเสริม นมก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ โดยอาจเกิดจาก • เพิ่งเริ่มดื่มนมเสริมใหม่ๆ ระบบย่อยและขับถ่ายยังย่อยโปรตีนนมได้ไม่ดี • ชงนมไม่ถูกวิธี และไม่ได้สัดส่วนที่เหมาะสม • สูตรนมไม่เหมาะกับระบบย่อยและขับถ่ายกับลูก มีโปรตีนที่ย่อยยาก หลักการแก้และลดอาการท้องผูกในเด็กเล็กที่มีสาเหตุมาจากนมนั้นทำได้โดย คุณแม่ต้องให้ลูกเริ่มนมเสริมในวัยที่ระบบย่อยและขับถ่ายของลูกแข็งแรงพร้อม เช่น หลังอายุ 6 เดือน หรือ 1 ปี ไปแล้ว เป็นต้น รวมถึงต้องเลือกนมเสริมที่มีโปรตีนนมย่อยง่าย ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายนำสารอาหารไปใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ไม่เหลือตกค้างและสะสมมากจนเกิดอาการท้องผูกนั่นเองค่ะ นมแพะช่วยลดอาการท้องผูกได้จริงไหม? คุณแม่หลายคนค้นหาข้อมูลและปรึกษากันในกลุ่มต่างๆ ว่า นมแพะ เป็นนมที่ย่อยง่าย เหมาะสำหรับเด็กๆ
เมื่อลูกหย่านม ลูกอายุ 6 เดือนไปแล้ว หรือคุณแม่มีน้ำนมไม่เพียงพอ ควรดื่มนมแพะเสริมจะดีที่สุดจริงหรือไม่ คุณแม่ต้องอ่านเพื่อความมั่นใจก่อนเลือกนมเสริมให้ลูกค่ะ การเลือกนมเสริมสำหรับลูกเป็นเรื่องหนักใจสำหรับคุณแม่ไม่น้อยเลยค่ะ เพราะเมื่อลูกถึงวัยต้องดื่มนมเสริม หรือหย่านมแม่หลัง 6 เดือน หรือแม้แต่คุณแม่มีน้ำนมน้อยไม่เพียงพอจึงต้องให้ลูกดื่มนมเสริมควบคู่กับนมแม่ไปด้วย แล้วนมแบบไหนที่จะเหมาะกับลูกเล็กของเรา...นี่ล่ะค่ะปัญหา ถ้าค้นหาข้อมูลในเว็บต่างๆ หรือกลุ่มที่คุณแม่ปรึกษากับเรื่องนมสำหรับลูก คงได้รับคำแนะนำนมหลายยี่ห้อเลยค่ะ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีการแนะนำว่า นมแพะเหมาะสำหรับลูกเล็ก ลูกที่กำลังหย่านมแม่ เรามาดูกันค่ะว่านมแพะเหมาะสำหรับลูกเราจริงไหม คุณแม่ต้องรู้ไว้ก่อนเริ่มนมเสริม ลูกต้องได้ดื่มนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน ตามคำแนะนำของ WHO (องค์การอนามัยโลก) คุณแม่ควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน เพราะนมแม่มีสารอาหารจำเป็นครบถ้วน เสริมสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันโรคต่างๆ และการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ยังเป็นวิธีกระตุ้นนมแม่ให้มีอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่เมื่อลูกเข้าสู่วัยที่ต้องเริ่มอาหารเสริม หรือนมเสริม (หลัง 6 เดือน) ลูกก็ยังดื่มนมแม่ได้และได้ประโยชน์ครบถ้วน นมแพะคือนมที่ลูกควรดื่มหลังหย่านมแม่ หรือ คุณแม่มีน้ำนมน้อยจริงไหม ทราบไหมคะว่า มีหลายงานวิจัยแสดงให้เห็นว่านมแพะเหมาะสำหรับระบบย่อยอาหารที่ยังบอบบางของเด็ก เนื่องจากแพะมีกระบวนการหลั่งน้ำนมแบบเดียวกับมนุษย์
รู้ไหมว่าระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ของนมแม่คือส่วนสำคัญที่ทำให้นมแม่มีสารอาหารครบถ้วน เหมาะสำหรับเลี้ยงลูก เรามาดูกันว่าระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ทำให้น้ำนมมีประโยชน์อะไรบ้าง   นมแม่คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูก และเป็นอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนที่สุดเช่นกัน กระบวนการผลิตนมแม่เราเรียกว่า ระบบอะโพไครน์ ซึ่งกระบวนการนี้มีอยู่ในมนุษย์และสัตว์บางชนิดเท่านั้น เช่น นมแพะ ระบบสร้างน่ำนมอะโพไครน์ทำให้น้ำนมเป็นอย่างไร มีสารอาหารอะไรบ้าง Love of Mom มีข้อมูลมาฝากค่ะ   นมแม่ ระบบสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์คืออะไร กระบวนการสร้างน้ำนมที่เรียกว่าอะโพไครน์แบบนมแม่นั้น ในกระบวนการสร้างน้ำนมนั้นจะมีเยื่อหุ้มเซลล์น้ำนมสลายผสมอยู่ในน้ำนม ทำให้น้ำนมมีคุณค่าทางโภชนาการสูงทั้งยังเป็นแหล่งรวมสารอาหารที่จำเป็นต่อพัฒนาการทางร่างกายและสมองของลูกน้อย เช่น โปรตีน ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ และภูมิคุ้มกันร่างกายที่ส่งผ่านนมแม่ไปยังลูกด้วย ด้วยสารอาหารที่ครบถ้วนและดีที่สุดจึงทำให้องค์การอนามัยโลกระบุว่า เด็กควรได้รับนมแม่อย่างน้อย 6 เดือนเพื่อได้รับสารอาหรอย่างเต็มที่ก่อนเริ่มอาหารเสริมหรือนมเสริมตามช่วงวัย ซึ่งนมแม่ย่อยง่าย ดูดซึมง่าย ป้องกันโคลิค และยังกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย ทำให้ลูกไม่ป่วยง่าย ระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ ดีอย่างไร จากการศึกษาพบว่าระบบสร้างน้ำนมแบบ "อะโพไครน์" (Apocrine) ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับระบบสร้างน้ำนมของแพะ จึงทำให้มีสารอาหารธรรมชาติ Bioactive Components ในปริมาณสูง
นมย่อยง่ายจะช่วยลดปัญหาลูกท้องอืด ลูกท้องผูก และลดการเกิดอาการแพ้ นมชนิดไหนย่อยง่ายเหมาะสมสำหรับเด็ก Love of Mom มีการเปรียบเทียบการย่อยง่ายระหว่างนมวัวและนมแพะมาแนะนำค่ะ นมที่ดีที่สุดสำหรับลูกคือ นมแม่ เพราะนมแม่มีสารอาอาหารครบถ้วน เหมาะสำหรับการเจริญเติบโต ในนมแม่มีสารภูมิคุ้มกันที่ส่งผ่านน้ำนมแม่ไปยังลูก ซึ่งจะทำให้ลูกไม่ป่วยง่าย รวมไปถึงนมแม่ย่อยง่าย ดูดซึมได้ง่าย เด็กนมแม่จึงแข็งแรง ไม่ป่วยบ่อย ไม่มีปัญหาท้องอืด ท้องผูก หรือท้องเสีย เมื่อถึงวัยที่ต้องเริ่มนมเสริม หรือสาแหตุจากน้ำนมแม่ไม่เพียงพอ หรือคุณแม่ไม่สามารถให้นมลูกได้เอง การเลือกนมเสริมที่ดีต่อระบบย่อยและระบบขับถ่ายจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะนมที่ย่อยยากจะทำให้ลูกท้องอืด และท้องผูกได้ ซึ่งจะส่งผลต่อการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และพัฒนาการของลูกได้เช่นกัน ดังนั้นการเลือกนมเสริมสำหรับลูกจึงเป็นเรื่องสำคัญที่แม่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจเลือกนม Love of Mom มีตารางเปรียบเทียบระหว่างนมแพะและนมวัวมาแนะนำค่ะ เลือกนมที่ย่อยง่าย-เลือกนมแพะได้หรือไม่ จากตารางเปรียบเทียบจะเห็นได้ว่านมแพะย่อยได้ง่ายกว่านมวัว และจากงานวิจัยหลายชิ้นแสดงว่านมแพะมีกระบวนการผลิตน้ำนมเช่นเดียวกับนมแม่ที่มีสารอาหารจากธรรมชาติมากมาย นมแพะไม่จำเป็นต้องผ่านขั้นตอนกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนหลายขั้นตอนเหมือนกับนมวัวแต่ยังคงเหมาะสำหรับเด็ก Love of Mom Thailand รู้จริง รู้จักเลือก สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก
เมื่อลูกถึงวัยต้องดื่มนมเสริม หรือคุณแม่เกิดปัญหาน้ำนมน้อยอยู่ในระหว่างกู้นมแม่ นมเสริมแบบไหนที่เราควรเลือกให้ลูกได้ดื่ม เพื่อได้รับสารอาหารและช่วยส่งเสริมพัฒนาการ เรามีคำแนะนำค่ะ นมแม่ดีที่สุด เพราะนมแม่มีสารอาหารสำคัญกว่า 200 ชนิด ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต รวมถึงช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก คุณแม่ทุกคนจึงพยายามอย่างเต็มที่ที่จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน หรือเลี้ยงให้นานที่สุด... เยี่ยมค่ะ ในความเป็นจริงก็ไม่ใช่คุณแม่ทุกคนที่จะมีน้ำนมแม่เยอะแบบไหลมาเทมาให้ลูกกินอิ่มทุกมื้อและยาวนาน รวมถึงคุณแม่ที่ไม่มีน้ำนมเลย และคุณแม่ที่มีปัญหาสุขภาพไม่สามารถให้นมลูกได้ จึงทำให้การเลือกนมสำหรับลูกเป็นเรื่องที่คุณแม่ให้ความสำคัญและพยายามเลือกนมที่ดีที่สุด เพื่อส่งเสริมพัฒนาการที่ดีของลูก นมแพะ เป็นนมที่มีสารอาหารธรรมชาติเหมาะสมกับร่างกายและภาวะโภชนาการของเด็กเล็ก ซึ่งหากคุณแม่ค้นหาข้อมูลจะพบงานวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากที่แนะนำว่า นมแพะมีสารอาหารที่เหมาะสมกับเด็ก ย่อยและดูดซึมง่าย กระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกัน และไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้นม เพื่อสร้างความมั่นใจให้คุณแม่มากขึ้น เราลองมาดูกันค่ะว่าในนมแพะมีอะไรดี ผู้เชี่ยวชาญและคุณแม่หลายคนจึงเลือกนมแพะ นมแพะมีระบบการสร้างน้ำนมที่เรียกว่า อะโพไคร์น (Apocrine)แบบเดียวกับคน ทำให้นมแพะมีสารอาหารครบถ้วนสำหรับลูกน้อยที่อยู่ในวัยเจริญเติบโต นมแพะมีสัดส่วนของโปรตีนเบต้าเคซีนที่ย่อยง่าย ช่วยป้องกันปัญหาเกี่ยวกับการย่อย ท้องผูก ปวดท้อง ที่สำคัญนมแพะมีโปรตีนที่ก่อแพ้ต่ำจึงช่วยลดโอกาสเกิดอาการแพ้โปรตีนนมวัว หรือการแหวะนมของลูกน้อยอีกด้วย นมแพะอุดมไปด้วยไขมันและกรดไขมันสายปานกลาง กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว และกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน หยดไขมันเหล่านี้กระจายอย่างสม่ำเสมอและมีขนาดเล็กจึงทำให้นมแพะสามารถดูดซึมไปใช้ได้เร็วและย่อยง่าย นมแพะประกอบไปด้วยกรดอะมิโนที่ร่างกายของลูกน้อยสังเคราะห์เองไม่ได้ถึง 9 ชนิด
ระบบการสร้างน้ำนมของนมแม่ นมแพะ และนมวัว แตกต่างกันอย่างไร คุณแม่ทราบไหมคะว่า นมแม่ นมแพะ นมวัว ที่คุณแม่ใช้เลี้ยงลูก มีระบบการสร้างนมน้ำที่ต่างกัน นั่นจึงเป็นที่มาว่า นมแม่ นมแพะ และนมวัว มีสารอาหาร ประโยชน์ และคุณสมบัติที่ต่างกัน เพื่อให้คุณแม่ได้มีข้อมูลในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และเลือกนมเสริมอย่างถูกต้องเมื่อถึงวัยหย่านม เราจึงมีข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการสร้างนมแม่ของนมแม่ นมแพะ นมวัวมาให้ดูค่ะ ระบบการสร้างน้ำนมของนมแม่ นมวัว และ นมแพะ แตกต่างกันอย่างไร นมแม่ • นมแม่ มีระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ (Apocrine Secretion) ซึ่งเป็นกระบวนการสร้างน้ำนมแบบหนึ่ง ที่ให้สารอาหารจากธรรมชาติในปริมาณสูง กระบวนการแบบอะโพไครน์นี้จะทำให้มีเยื่อหุ้มเซลล์น้ำนมหลุดออกมากับนมในปริมาณสูง ซึ่งเป็นสารอาหารธรรมชาติที่ดีกับร่างกายของลูกน้อย นมแพะ • นมแพะ มีระบบการสร้างน้ำนมเช่นเดียวกับนมแม่ คือ แบบอะโพรไครน์ ซึ่งทำให้ในน้ำนมแพะมีสารอาหารจากธรรมชาติที่ เรียกกันว่า “Bioactive