หน้าหลัก

Category - การดูแลลูก

ไวรัส RSV โรคระบาดอันตรายที่เด็ก ๆ ป่วยกันเยอะมากค่ะแต่พ่อแม่ป้องกันและดูแลได้นะคะ เรามาดูกันว่าไวรัส RSV อยู่ที่ไหน เลี่ยงอย่างไร และเมื่อลูกติดไวรัส RSV ต้องรักษาดูแลอย่างไร รู้เท่าทันไวรัส RSV เรื่องที่แม่ต้องรู้และเตรียมพร้อมเพื่อลูกก่อนจะสาย Description: ไวรัส RSV ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยค่ะ พ่อแม่บางคนเข้าใจว่าลูกจะติดก็ต่อเมื่อไปโรงเรียนแล้ว หรือเป็นเพราะลูกที่โตแล้ว แต่จริงๆ แล้วปัจจุบัน RSV ระบาดและติดลงไปถึงลูกทารกแรกเกิดได้ด้วยค่ะ ซึ่งเด็กเล็กๆ ที่ยังมีภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรงมากพอก็จะยิ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อ RSV มีภาวะแทรกซ้อน หรือในบางรายอาจเสียชีวิตได้เลย ไวรัส RSV มาจากเชื้อโรคอะไร มีอยู่ที่ไหน อาการเป็นอย่างไร และต้องรักษาอย่างไร Love of Mom Thailand มีคำแนะนำที่พ่อแม่ต้องรู้เพื่อนำไปปฏิบัติกับลูก ป้องกันการติดไวรัส RSV
ไวรัสโรต้าทำให้ลูกมีอาการท้องเสีย ท้องร่วงรุนแรง ซึ่งสัญญาณที่บอกได้ว่าลูกมีอาการไม่น่าไว้ใจ ควรรีบไปพบแพทย์อาจสังเกตได้จากอาการเหล่านี้ โรต้า เป็นอีกโรคที่คุณแม่ ได้ยินกันบ่อย ๆ โรต้าหรือไวรัสโรต้า คือ เชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดอาการท้องร่วง ท้องเสียเฉียบพลัน ไวรัสโรต้ามักระบาดในช่วงฤดูหนาว หรือตั้งแต่ประมาณเดือนตุลาคม ถึงเดือนกุมภาพันธ์ อาการของเด็กที่ได้รับเชื้อจะเหมือนท้องเสียทั่วไป แต่ก็มีจุดต่างที่พ่อแม่ต้องรู้ เพื่อพาลูกเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง ป้องกันความเสี่ยงจากร่างกายขาดน้ำ รวมไปถึงการถ่ายเป็นเลือดค่ะ 4 สัญญาณเตือนลูกน้อยกำลังโดนไวรัสโรต้าเล่นงาน หากพบว่าลูกมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพาลูกไปหาหมอ 1. มีภาวะขาดน้ำ สังเกตว่าลูกฉี่น้อย หรือไม่ฉี่เลยใน 6 ชม. ฉี่ลูกมีสีเข้ม ปากแห้ง 2. ท้องเสียถ่ายติดต่อกันหลายครั้ง หรือมีอาเจียน นานเกิน 2 วัน 3. ถ่ายเป็นเลือด มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง 4. ดื่มน้ำ รับประทานอาหารไม่ได้ หากคลื่นไส้ อาเจียน จนไม่สามารถดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารได้
น้ำหนักของลูกควรขึ้นแค่ไหน และควรให้ลูกกินนมหรืออาหารแบบไหนเพื่อให้ขวบปีแรกลูกมีน้ำหนักตัวพอดีเหมาะสมในแต่ละเดือน น้ำหนักของลูกควรขึ้นแค่ไหน และควรให้ลูกกินนมหรืออาหารแบบไหนเพื่อให้ขวบปีแรกลูกมีน้ำหนักตัวพอดีเหมาะสมในแต่ละเดือน น้ำหนักทารก 1-4 สัปดาห์แรก ไม่ต้องกังวลหากว่าตอนลูกคลอดออกมาอาจจะตัวเล็กน้ำหนักน้อย เพราะถ้าลูกสุขภาพแข็งแรงดี ภายใน 10-12 วัน น้ำหนักลูกก็จะเริ่มขึ้นประมาณ 800-900 กรัมในช่วง 4 สัปดาห์แรกค่ะ ให้ลูกกินอย่างไรดี ช่วงแรกเกิดนมแม่คืออาหารสำคัญ ยิ่งในช่วง 24 ชั่วโมงแรกยิ่งต้องรีบให้ลูกกินนมให้เร็วที่สุดหลังคลอด เพราะจะช่วยกระตุ้นน้ำนมแม่ให้ไหลได้ดี และน้ำนมในช่วงแรกยังเป็นหัวน้ำนม หรือน้ำนมเหลืองที่มีสารอาหารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกได้ดีด้วยค่ะ น้ำหนักทารก 1-3 เดือน ช่วงนี้น้ำหนักจะขึ้นค่อนข้างดี ประมาณ 700-800 กรัมต่อเดือน ให้ลูกกินอย่างไรดี อาหารหลักคือน้ำนมแม่อย่างเดียว ซึ่งลูกจะหิวอยู่ตลอดเวลา ช่วงแรกนี้อาจให้นมทุกๆ 2-3 ชั่วโมง ควรให้ลูกดูดน้ำนมเกลี้ยงเต้าเพราะน้ำนมในส่วนหลังจะมีไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยให้ลูกอิ่มนานไม่หิวบ่อยให้ลูกได้รับสารอาหารที่ดีและน้ำหนักขึ้นดีค่ะ น้ำหนักทารก 4-5 เดือน ลูกเริ่มเคลื่อนไหวมากขึ้น ใช้พลังงานมาก น้ำหนักจึงขึ้นน้อยลง ประมาณ 500-600 กรัมต่อเดือน ไม่ต้องกังวลไปค่ะ
ถ้าไม่อยากให้ลูกป่วยบ่อย มาดูเคล็ดลับที่แม่ควรรู้หรือทำให้ได้เพื่อให้ลูกสุขภาพแข็งแรงและไม่เจ็บป่วยง่ายกันค่ะ ลูกแข็งแรง ไม่ป่วยง่ายคือหนึ่งในสุดยอดความฝันในการดูแลลูกของคุณแม่ทุกคนเลยค่ะ แต่ปัจจุบันเชื้อโรครุนแรงมากขึ้นทุกวัน คุณแม่อย่างเราจะต้องป้องกันและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกอย่างไร Love of Mom Thailand มีคำแนะนำค่ะ 1. ให้ลูกกินนมแม่ตั้งแต่แรกเกิด คุณแม่ทุกคนควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่แรกเกิด เพราะนมแม่มีสารอาหารกว่า 200 ชนิด ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย พัฒนาการต่าง ๆ และมีภูมิต้านทานในการต่อต้านเชื้อโรค ช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ โดยเฉพาะหัวน้ำนม หรือ โคลอสตรุม(colostrum) ซึ่งเป็นนมแม่ที่ออกมาในช่วงเวลา 24–36 ชั่วโมงแรกหลังคลอด เป็นน้ำนมที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่ทำหน้าที่เสริมสร้างและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายมากที่สุด 2. ล้างจมูก หยอดน้ำเกลือล้างจมูก สำหรับทารกหรือลูกเล็กๆ ที่ยังสั่งน้ำมูกเองไม่ได้คุณแม่ต้องช่วยโดยการใช้น้ำเกลือสำหรับล้างแผลใส่หลอดฉีดยาค่อยๆ ฉีดล้างจมูกให้ลูก ลดความเหนียวของน้ำมูกและค่อยๆ ใช้ลูกยางดูดน้ำมูกออกมา ซึ่งการล้างจมูกจะช่วยให้ลูกหายใจได้คล่องขึ้น ลดน้ำมูก ทำให้จมูกสะอาด ลดโอกาสเจ็บป่วยจากหวัดได้ 3. เช็ดทำความสะอาดสายสะดือ การดูแลทำความสะอาดสะดือในช่วงที่สะดือยังไม่แห้ง แม่ต้องทำความสะอาดด้วยความระมัดระวัง และทั่วถึงโดยใช้สำลีก้านชุบแอลกอฮอล์ เช็ดถูทำความสะอาดรอบๆ
ถึงลูกจะยังพูดไม่ได้ แต่ลูกก็รู้จักแสดงความรักแล้ว ถ้าลูกแสดงออกแบบนี้นั่นแสดงว่าลูกกำลังบอกรักคุณอยู่ มาดูกันว่าลูกแสดงออกความรักกันด้วยวิธีไหนบ้าง คุณแม่เชื่อไหมคะว่าลูกของเราคือสิ่งมหัศจรรย์มากกว่าที่คิดนะ เพราะถึงแม้ว่าเขาจะยังพูดไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้มาก แต่ลูกเบบี้สามารถบอกรักคุณแม่ผ่านภาษาทางกายได้น่าทึ่งมากเลยล่ะค่ะ ถ้าคุณแม่มือใหม่คนไหนยังไม่รู้ว่าแบบไหนคือการบอกรักของลูกที่บอกแม่ ลองสังเกตจาก 7 วิธีต่อไปนี้ที่ลูกเบบี้ทำเลยค่ะ 1. ร้องไห้เมื่อไม่เห็นแม่ ก็อยู่กับแม่มาตั้งแต่คลอดนี่คะ พอไม่เห็นหน้าแม่ก็คิดถึง เมื่อไม่เห็นแม่อยู่ในสายตาอาจจะทำให้รู้สึกกลัว ตกใจเป็นธรรมดาค่ะ 2. ยิ้มหัวเราะเอิ๊กอ๊ากกับแม่ มีงานวิจัยออกมาแล้วว่ารอยยิ้มของลูกมีความหมายมากกว่านั้น รอยยิ้มของลูกน้อยนั้นเป็นการสะท้อนรอยยิ้มของแม่ที่ยิ้มให้เขา โดยลูกสามารถสร้างความผูกพันกับพ่อแม่โดยสัญชาตญาณผ่านรอยยิ้มนี่แหละค่ะ 3. จับนิ้ว จับหน้าแม่ มือเล็กของลูกจับนิ้ว สัมผัสใบหน้าของแม่อยู่บ่อยครั้ง หรือแม้แต่ตอนที่ลูกหลับไปแล้วมือน้อย ๆ ก็ยังจับนิ้วแม่ไม่ยอมปล่อย นั่นเพราะลูกรู้สึกผูกพันมั่นคงเมื่อมีแม่อยู่ด้วย ดังนั้นการได้จับนิ้วหรือได้สัมผัสกับแม่เพื่อให้มั่นใจว่าแม่ยังอยู่ใกล้ๆ ด้วย 4. หวงแม่ห้ามใครเข้าใกล้ เคยไหมคะ เวลามีเด็กคนอื่นมาอยู่ใกล้ ๆ หรือเราไปอุ้มไปเล่นกับลูกคนอื่นแล้ว ลูกเราจะร้องงอแงขึ้นมาเลย นี่ก็เป็นสัญญาณแสดงความรัก ความเป็นเจ้าของของลูกอย่างหนึ่งค่ะ “นี่แม่ของหนู ห้ามใครยุ่ง!!” 5. อยากให้แม่อุ้มตลอด เมื่อแม่กอดอุ้มลูกไว้ ลูกจะได้ไออุ่น ได้ยินเสียงหัวใจของแม่ เขาจะรู้สึกสงบ
ร่างกายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่มีเรื่องให้เราทึ่งได้มากมาย ร่างกายของลูกก็เช่นกัน 7 เรื่องต่อไปนี้คือเรื่องเกี่ยวกับร่างกายของลูกที่แม่อาจไม่เคยรู้มาก่อน ร่างกายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่มีเรื่องให้เราทึ่งได้มากมาย ร่างกายของลูกก็เช่นกัน 7 เรื่องต่อไปนี้คือเรื่องเกี่ยวกับร่างกายของลูกที่แม่อาจไม่เคยรู้มาก่อน 1. ทารกสามารถคลานได้ทันทีที่เกิด ในปี ค.ศ. 1987 สถาบันคาโรลินสกา (The Karolinska Institute) ในสวีเดนได้รวบรวมผลการศึกษาซึ่งพบว่า เมื่อจับทารกที่เช็ดตัวแล้วมาวางไว้บนหน้าอกของแม่หลังคลอด ทารกสามารถคลานไปหาหน้าอกของแม่เพื่อพยายามดูดนมได้ภายใน 1 ชั่วโมง ซึ่งนั่นอาจเป็นสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิตเพื่อเอาชีวิตรอดนั่นเอง 2. ทารกรู้จักเสียงแม่ตั้งแต่แรกเกิด แรกเกิดทารกยังไม่สามารถได้ยินเสียงชัดเจน 100% เพราะยังมีของเหลวที่อยู่ในหูชั้นกลางอยู่ แต่เสียงที่ลูกรู้จักและจำได้ตั้งแต่แรกเกิดเลยคือเสียงของแม่ อาจจะเป็นเพราะลูกสามารถได้ยินเสียงแม่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์แล้ว 3. ทารกแรกเกิดร้องไห้ไม่มีน้ำตา เราอาจเห็นทารกร้องไห้เป็นเรื่องปกติเมื่อแรกเกิด แต่แทบไม่เห็นหยดน้ำตาออกมาเลย นั่นเป็นเพราะในช่วงแรกเกิดต่อมน้ำตาของทารกผลิตน้ำตาเพื่อปกป้องและหล่อลื่นดวงตาเท่านั้น แต่ยังผลิตน้ำตาได้ไม่มากพอ ซึ่งเราจะเห็นน้ำตาของทารกมากขึ้นในช่วงอายุ 1-3 เดือนเป็นต้นไป 4. ทารกแรกเกิด มีกระดูกมากกว่าผู้ใหญ่ ทารกแรกเกิดมีกระดูกประมาณ 300 ชิ้น แต่เมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ กระดูกกลับเหลือเพียง 206 ชิ้น
ถ้าคุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่ได้ ทั้งน้ำนมน้อย กินยาที่มีผลต่อน้ำนม คุณแม่จะเลี้ยงลูกอย่างไรกันดี Love of Mom มีคำแนะนำค่ะ นมแม่คือแน่ที่สุด นี่คือเรื่องจริงค่ะ เพราะนมแม่เป็นสุดยอดอาหารที่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงลูก เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และส่งเสริมพัฒนาการรอบด้าน แต่ก็มีคุณแม่บางคนที่น้ำนมน้อยมาก ไม่มีน้ำนม หรือเจ็บป่วย กินยาอันตรายที่มีผลต่อน้ำนมจนไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ เราเข้าใจหัวอกคุณแม่กลุ่มนี้ค่ะ เพราะไหนจะเสียใจที่ไม่สามารถให้นมลูกได้แล้ว ยังโดนกดดันจากคนรอบข้างจนรู้สึกผิดเหมือนทำหน้าที่แม่ไม่สมบูรณ์ อย่าเพิ่งเสียใจไปค่ะคุณแม่ เพราะถึงเราจะไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้เต็มที่ แต่ความเป็นแม่เรายังเต็มร้อย Love of Mom Thailand จะมาช่วยแนะนำวิธีเลี้ยงและดูแลลูกในภาวะที่คุณแม่น้ำนมน้อย ไม่มีน้ำนมเลี้ยงลูกค่ะ 3 ข้อต้องปฏิบัติ เมี่อคุณแม่ไม่มีน้ำนมเลี้ยงลูก เพื่อการดูแลลูกด้วยรักและพัฒนาการดีรอบด้าน 1.ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กเพื่อเลือกนมเสริมที่เหมาะสมสำหรับลูก คุณแม่ที่ไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ การเลือกนมผงหรือนมเสริมที่เหมาะสมกับลูกเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ เพราะลูกเล็กต้องการสารอาหารต่อการเจริญเติบโต ยังมีระบบย่อยไม่แข็งแรง ภูมิคุ้มกันน้อย ดังนั้นนมสำหรับเด็กจึงต้องเลือกให้ดี ตัวอย่างนมที่เหมาะสำหรับเด็ก เช่น นมแพะ ซึ่งมีผลการวิจัยพบว่า แพะมีระบบการผลิตน้ำนมแบบอะโพไคร์นแบบเดียวกับคน เพราะเมื่อหลั่งน้ำนมออกมาจะมีเยื่อหุ้มเซลล์น้ำนมหลุดออกมากับน้ำนมด้วย
ลูกท้องผูกแก้ไขและลดอาการได้ด้วยอาหารต่อไปนี้ คุณแม่ควรเริ่มให้ลูกรับประทานกันได้เลยตอนนี้ค่ะ ลูกท้องผูกทีไร คุณแม่กลุ้มใจทุกที เพราะกลัวลูกอึดอัด ไม่สบายตัว และจะพานไม่สบายหรือพัฒนาการไม่ดีตามไปด้วย วันนี้ Love of Mom Thailand มี 4 อาหารเด็ก และ 2 นม ที่ว่ากันว่าช่วยแก้และลดอาการท้องผูกให้ลูกได้ค่ะ ไปลองเริ่มให้ลูกกินกันเลยค่ะ ทำไมลูกถึงท้องผูก ท้องผูก คือ ภาวะที่อุจาระเคลื่อนที่ในลำไส้ช้า อยู่ในลำไส้นานจนดูดซึมน้ำบางส่วนไป จึงทำให้อุจจาระมีลักษณะแข็ง แห้ง หรือเป็นก้อนเล็กๆ ขับถ่ายที่ยากลำบาก ต้องนั่งนาน หรือออกแรงเบ่งมากจนมีอาการเจ็บ หรือในบางกรณีอาจทำให้มีเลือดออกมากับอุจจาระได้ โดยอาการท้องผูกเกิดได้จาก 2 สาเหตุหลัก คือ 1.ลูกท้องผูกเพราะปัญหาพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น กินอาหารที่มีเส้นใยอาหารน้อย ดื่มน้ำน้อย กินอาหารที่ย่อยยาก อั้นอุจจาระบ่อยๆ เป็นต้น 2.ลูกท้องผูกเพราะโรคที่ส่งผลต่อระบบย่อยและขับถ่าย เช่น
เด็กทารก ลูกเล็ก เล่นอะไรได้บ้าง คุณแม่มือใหม่คนไหนคิดไม่ออก เอา 7 กิจกรรมนี้ไปลองเล่นกับลูกกันเลยค่ะ เพราะยิ่งเล่น สมองลูกยิ่งทำงานดี เป็นการเตรียมความพร้อมให้สมองลูกเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไปเล่นกันเลยค่ะ ถ้ามีใครบอกว่า เด็กทารก ลูกเล็ก เล่นไม่เป็น... อย่าเชื่อเชียวนะคะ เพราะลูกเล่นมาตั้งแต่ในท้องแม่แล้ว และพร้อมมากที่จะเล่นกับพ่อแม่ไปเรื่อยๆ จนโต นี่คือ 7 กิจกรรมการเล่นกับลูกเล็กที่ช่วยเสริมสร้างความฉลาด และพัฒนาการที่ดี คุยกับลูก - การพูดคุยกับลูกบ่อยๆ จะช่วยให้ลูกเข้าใจรูปแบบของภาษาได้เร็ว ช่วยให้ลูกเรียนรู้ความเชื่อมโยงหรือความสัมพันธ์ของคำศัพท์ได้มากขึ้น และเสียงอ่อนโยน นุ่มนวลของพ่อแม่ที่ลูกคุ้นเคยมาตั้งแต่ในท้องจะยิ่งทำให้ลูกตั้งใจฟัง และสนุกกับการคุยมากขึ้น เล่นจ๊ะเอ๋ - ช่วยกระตุ้นสมองลูกให้เกิดการจดจำ การคาดเดาทิศทางว่าพ่อแม่จะโผล่มาทางไหน ฝึกการรอคอย และการได้เล่น พูดคุยสบตา หัวเราะ ยิ้มแย้มกับลูกยังส่งเสริมสายสัมพันธ์ระหว่างกันทำให้ลูกมีความสุขซึ่งส่งผลกับพัฒนาการทางสมองของลูก กระจกวิเศษ
สีและลักษณะอึของลูกช่วงขวบปีแรกที่ดื่มนมแม่ เริ่มนมเสริม และเริ่มอาหารเสริมต่างกันอย่างไร อึแบบไหนที่เรียกว่าสุขภาพดี คุณแม่มือใหม่เช็คสุขภาพลูกได้จากสีอึตรงนี้เลย คุณแม่ทราบไหมคะว่า เราสามารถเช็คสุภาพของลูกได้ด้วยการสังเกตสีและลักษณะของอึของลูก เพราะลูกที่ดื่มนมแม่ นมเสริม และอาหารเสริมจะมีสีและลักษณะอึที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นมาลองเช็คสีและลักษณะอึลูกกันค่ะ จะได้รู้ว่าลูกเรามีปัญหาสุขภาพไหม ต้องปรับเปลี่ยนการให้นมหรืออาหารเสริมหรือเปล่า สีและลักษณะอึของเด็กกินนมแม่ ขี้เทา สีดำ เทาเข้ม และมีลักษณะข้นเหนียว - ช่วงแรกเกิด 1-2 วันแรก อึลูกอาจมีสีดำ สีเทาเข้ม นั่นคือ ขี้เทา เป็นสิ่งต่าง ๆ ที่ลูกกลืนเข้าไปในระหว่างที่อยู่ท้องแม่ เช่น เซลล์ผนังลำไส้เล็ก ขนอ่อน เมือก น้ำคร่ำ น้ำดี เมื่อขับถ่ายออกมาจะมีลักษณะเหนียวข้นเป็นสีดำเข้ม สีเหลืองทอง เหลว นุ่ม - ลักษณะอึของเด็กที่กินนมแม่ล้วนมักจะมีลักษณะค่อนข้างเหลว สีอึจะเหลืองทอง
ลูกแรกเกิดถึง 1 ปี เป็นช่วงที่ต้องการภูมิคุ้มกันป้องกันโรคต่างๆ มากที่สุด นี่คือ 5 วิธีง่ายๆ ที่แม่มือใหม่ต้องทำให้ได้ เพราะจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกเล็กแข็งแรง ไม่ป่วยง่าย ลูกแรกเกิดยังมีภูมิคุ้มกันน้อยจึงเป็นหน้าที่ของแม่อย่างเรานี่ล่ะค่ะที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกเล็กได้ นี่คือ 5 วิธีง่ายๆ ที่คุณแม่สามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกแข็งแรง ไม่ป่วยง่าย เชื่อเลยว่าถ้าทำได้ครบทั้ง 5 ข้อ ลูกจะมีภูมิคุ้มกันเยี่ยม สุขภาพและพัฒนาการดีแน่นอนค่ะ กินนมแม่ – นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุด และลูกจะได้รับภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ จากน้ำนมแม่ค่ะ เช่น แอนติบอดีและโปรตีนต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน อีกทั้งระบบการสร้างน้ำนมแม่เป็นแบบอะโพไครน์ ทำให้ได้สารอาหารจากธรรมชาติที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ระบบย่อยและระบบขับถ่ายให้ทำงานเป็นปกติ ไม่ท้องผูก และไม่ป่วยง่าย ฉีดวัคซีนให้ครบ – ลูกตั้งแต่แรกเกิด ควรฉีดวัคซีนให้ครบตามระยะเวลาเพื่อป้องกันและลดโอกาสเจ็บป่วย ดังนั้นคุณแม่ต้องเก็บและจำตารางนัดหมายฉีดวัคซีนของลูกให้แม่นยำ
ลูกร้องทุกวัน ลูกร้องแบบไม่มีสาเหตุ อาการแบบนี้เรียกว่าโคลิกหรือเปล่า และถ้าลูกมีการโคลิกต้องดูแล รักษาอย่างไร มาเช็คอาการโคลิกกันก่อนพร้อมวิธีรับกันค่ะ คุณพ่อคุณแม่มือใหม่คนไหนกำลังเจอปัญหา ลูกร้องไห้หนักๆ ร้องไห้ทุกวัน ร้องเวลาเดิมนานหลายชั่วโมง แถมยังไม่รู้สาเหตุด้วยว่าลูกร้องเพราะอะไร ทั้งที่ก็ดื่มนมอิ่ม อาบน้ำสบายตัว ตอนเล่นก็ร่าเริงดี อาการลูกร้องแบบนี้อาจเข้าข่ายโคลิก แต่ก่อนจะสรุปว่าลูกเป็นโคลิกหรือไม่ เรามาเช็คอาการกันก่อน เพื่อการรับมือและแก้ไขได้อย่างถูกต้องค่ะ เช็คอาการของโคลิก เวลาเห็นลูกร้องไห้ในช่วงเป็นทารกนั้น ไม่ใช่ว่าจะเรียกว่าอาการโคลิกเสมอไป เพราะอาการที่จะเข้าค่าย “โคลิก” นั้น ต้องมีอาการดังนี้ • โคลิกมักจะมีอาการร้องไห้ที่รุนแรง โมโห ร้องแบบแผดเสียง หน้าแดงด้วย • ร้องไห้แบบโคลิกอาจจะกำหมัดแน่น ขางอเข้าหาหน้าท้อง • ร้องไห้มากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน มากกว่า 3 วันต่อสัปดาห์ และเป็นอยู่นานมากกว่า 3 เดือน • ร้องไห้รุนแรงแต่มีสุขภาพดีและกินอาหารได้เป็นปกติ • ร้องไห้ในช่วงบ่าย เย็น