หน้าหลัก

Category - นมแม่

นอกจากสารอาหารเต็มเปี่ยมในนมแม่แล้ว การให้ลูกกินนมแม่ยังมีข้อดีอีกมากมายที่คุณแม่นึกไม่ถึง มาดูกันว่าการให้ลูกกินนมแม่มหัศจรรย์มากแค่ไหน นอกจากสารอาหารเต็มเปี่ยมในนมแม่แล้ว การให้ลูกกินนมแม่ยังมีข้อดีอีกมากมายที่คุณแม่นึกไม่ถึง มาดูกันว่าการให้ลูกกินนมแม่มหัศจรรย์มากแค่ไหน 1. ประหยัดเงิน กินนมแม่ช่วยให้ประหยัดเงิน เพราะนมแม่ไม่ต้องซื้อหามา เป็นน้ำนมที่มาจากร่างกายของแม่ ถ้าแม่มีความตั้งใจ พยายาม ก็สามารถมีน้ำนมให้เพียงพอกับลูก ๆ ได้ และนมแม่ยังมีสารอาหารที่ดีกับลูกด้วย 2. นมแม่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของทารกยังไม่สมบูรณ์ ทารกจะมีภูมิคุ้มกันโดยรับแอนติบอดีต่างๆ ผ่านทางนมแม่ ซึ่งในนมแม่ประกอบไปด้วยสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพหลายชนิดที่เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ลูกได้รับภูมิคุ้มกัน ไม่เจ็บป่วยง่ายด้วยการกินนมแม่ตั้งแต่แรกเกิด 3. ลดโอกาสเกิดภูมิแพ้ เด็กที่กินนมแม่ช่วยลดโอกาสเสี่ยงของภูมิแพ้ต่างๆ ได้ จากงานวิจัยหลายชิ้นมีผลสรุปว่าการกินนมแม่ของทารกตั้งแต่แรกเกิด สามารถลดโอกาสการเกิดโรคภูมิแพ้ในเด็กเล็กได้ค่ะ 4. ช่วยให้แม่น้ำหนักลด มดลูกเข้าอู่เร็ว เพราะเมื่อให้นมลูกต้องใช้พลังงานเยอะ ทำให้น้ำหนักลดลงได้เร็ว และยังช่วยให้มดลูกกลับสู่สภาวะเดิมก่อนคลอด ซึ่งในกระบวนการนี้ต้องอาศัยฮอร์โมนออกซิโทซินช่วยเร่ง ซึ่งฮอร์โมนออกซิโทซินจะเพิ่มขึ้นในช่วงการให้นมลูก ส่งผลให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น 5. กินนมแม่แล้วสายตาดี ในนมแม่มีสารอาหารที่ช่วยบำรุงสายตา เช่น กรดไขมันดีเอชเอ กรดอะมิโน ที่ดีต่อพัฒนาการการมองเห็น
5 เรื่องควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการเก็บสต็อกนมแม่ วิธีการเก็บที่ถูกต้อง และวิธีที่ไม่ควรทำเพื่อไม่ให้นมแม่สูญเสียคุณค่า 5 เรื่องไม่ควรทำกับสต็อกนมแม่ 1. ห้ามนำนมแม่อุ่นด้วยความร้อนสูง ห้ามแช่น้ำร้อน หรืออุ่นนมแม่ในเตาไมโครเวฟเด็ดขาด เพราะจะทำให้สารอาหารในน้ำนมสูญเสียไป 2. ไม่ควรปล่อยให้นมแช่แข็งละลายเองที่อุณหภูมิห้อง เพราะต้องใช้ระยะเวลานาน อาจทำให้น้ำนมเสียได้ การละลายนมแม่แช่แข็งที่ถูกต้องคือ นำถุงน้ำนมมาวางในช่องแช่เย็นธรรมดาล่วงหน้า 24 ชั่วโมงเพื่อให้น้ำนมค่อยๆละลาย เมื่อละลายแล้วจึงเทใส่ขวดนม แกว่งเบาๆ แล้วป้อนลูกค่ะ 3. ไม่ควรนำนมแม่ที่ละลายแล้วกลับไปแช่แข็งใหม่ นมแม่ที่ละลายแล้วสามารถอยู่ข้างนอกได้ 4-6 ชม. หรือเก็บใส่ตู้เย็นช่องธรรมดาได้ไม่เกิน 24 ชม. แต่ไม่ควรนำกลับไปแช่แข็งใหม่ 4. ไม่ควรให้ลูกกินนมแม่ของคนอื่น อาจเสี่ยงกับการติดเชื้อได้ เพราะถึงแม้จะมีการตรวจร่างกาย ตรวจสุขภาพของผู้บริจาค แต่คุณหมอก็แนะนำว่าเป็นแค่การตรวจเพื่อลดความเสี่ยง ซึ่งมีโรคอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถตรวจพบ ดังนั้นหากน้ำนมแม่พอ ไม่ควรให้ลูกกินนมสต็อกจากคนอื่นค่ะ 5. ไม่ควรเก็บนมแม่แช่แข็งปะปนกับอาหารอย่างอื่น ไม่เก็บนมแม่ใกล้กับประตูตู้เย็นเพราะความเย็นจะไม่คงที่จากการเปิดตู้เย็น หากมีปริมาณสต็อกนมเยอะ อาจจะหาตู้แช่แข็งแยกเก็บโดยเฉพาะ 5 เรื่องควรทำกับสต็อกนมแม่ 1.
นมแม่มีสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูก และนมแม่ยังช่วยป้องกันโรคอันตรายหลายโรค มีโรคอะไรบ้างที่สามารถป้องกันได้หากให้ลูกกินนมแม่ตั้งแต่เกิดและยาวนานที่สุด น้ำนมแม่มีสารอาหารครบถ้วนและดีที่สุดในการเลี้ยงลูกแรกเกิดค่ะ ยิ่งถ้าคุณแม่คนไหนกระตุ้นนมแม่ได้เรื่อยๆ ก็ยิ่งดี น้ำนมแม่มีสารอาหารครบถ้วนและดีที่สุดในการเลี้ยงลูกแรกเกิดค่ะ ยิ่งถ้าคุณแม่คนไหนกระตุ้นนมแม่ได้เรื่อยๆ ก็ยิ่งดี เพราะเราจะสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่พร้อมอาหารเสริมตามวัยไปได้นานที่สุดเท่าที่ทำได้ นอกจากสารอาหารแล้ว นมแม่ยังมีภูมิคุ้มกันที่เสริมสร้างความแข็งแรงให้ลูกไม่ป่วยง่ายด้วยนะคะ เรามาดูกันว่านมแม่ช่วยป้องกันโรคอะไรที่อาจเกิดกับลูกได้บ้าง 1. ภูมิแพ้ ลดโอกาสภูมิแพ้เพราะในนมแม่มีโปรตีนและไขมันที่ย่อยและดูดซึมง่าย จึงไม่กระตุ้นให้เกิดการแพ้ ดังนั้นเด็กที่กินนมแม่ จึงมีอัตราการเกิดโรคภูมิแพ้น้อยกว่า 2. หูน้ำหนวก การกินนมแม่ช่วยลดโอกาสเป็นโรคหูน้ำหนวก หรือหูอักเสบ เนื่องจากลักษณะการดูดนมของลูกต้องใช้การเคลื่อนไหวของลิ้นหรือแรงดันทางช่องปาก ทำให้มีการเคลียร์น้ำในหูของลูกน้อยออกไปด้วย 3. โรคท้องเสียและลำไส้อักเสบ นมแม่ช่วยให้ลำไส้ทำงานได้ดีและแข็งแรง ในน้ำนมแม่มีสารอาหารที่ปกป้องระบบทางเดินอาหาร ช่วยป้องกันโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติในลำไส้ ลดการติดเชื้อในทางเดินอาหาร ช่วยป้องกันโรคท้องเสีย ทำให้การขับถ่ายลูกเป็นปกติ 4. โรคมือเท้าปาก โรคมือเท้าปากเป็นโรคติดต่อที่เกิดขึ้นได้บ่อยโดยเฉพาะในเด็กเล็ก แต่มือเท้าปากสามารถหายได้เอง แต่หากมือเท้าปากที่เกิดจากเชื้อ Enterovirus 71ก็มีโอกาสที่โรคจะรุนแรงมากขึ้น แต่มีงานวิจัยที่ระบุว่าสาร Glycanในนมแม่ช่วยไม่ให้มือเท้าปากรุนแรงขึ้น เพราะ Glycan ช่วยไม่ให้เชื้อ Enterovirus
ระหว่างให้นมแม่มีข้อห้ามอะไรบ้างที่แม่มือใหม่ไม่ควรทำ ซึ่งจะส่งผลต่อลูกหรือสุขภาพระหว่างให้นม หรือทำให้น้ำนมลดลง เพราะฉะนั้นสิ่งต่างๆเรานี้ห้ามได้ควรห้ามเด็ดขาดค่ะ 1. ห้ามเครียดโดยเฉพาะคุณแม่ที่น้ำนมน้อย น้ำนมไม่มาหลังคลอด ห้ามเครียดเด็ดขาดค่ะ เพราะยิ่งเครียดจะยิ่งส่งผลให้น้ำนมหดน้อยลงไปอีกค่ะ พยายามผ่อนคลาย ทำใจให้สบาย เช่น ฟังเพลง เดินเล่น ดูซีรีส์เรื่องโปรด หรือคุณสามีเองก็ควรช่วยทำให้คุณแม่อารมณ์ดีค่ะ 2. ห้ามดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีน - แอลกอฮอล์ สำหรับแม่หลังคลอดที่อยู่ในช่วงให้นมลูก ควรงดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น น้ำอัดลม ชา กาแฟ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะคาเฟอีนและแอลกอฮอล์จะส่งผ่านไปถึงลูกได้ผ่านทางน้ำนมแม่ ซึ่งมีผลกระทบต่อร่างกายของลูกโดยตรง เพราะการทำงานของตับในทารกที่ยังไม่สมบูรณ์ยังไม่สามารถจัดการกับแอลกอฮอล์ได้สมบูรณ์ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อพัฒนาการของทารกได้ 3. ห้ามใช้ยาบางชนิด ในช่วงระหว่างให้นมควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาต่างๆ เพราะยาสามารถถูกขับผ่านทางน้ำนมได้ ยาบางชนิดมีอันตรายกับทารก ดังนั้นหากต้องใช้ยาในระหว่างให้นมลูกควรปรึกษาคุณหมอทุกครั้ง ตัวอย่างยาที่ห้ามใช้ระหว่างให้นมลูก เช่น ยากลุ่ม Amiodaroneใช้รักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งยานี้มีไอโอดีน (iodine) เป็นส่วนประกอบอาจทำให้ทารกเกิดภาวะไฮโปไทรอยด์
รู้ไหมคะว่าในนมแม่มีสารอาหารสำคัญช่วยในการทำงานของสมอง เราไปดูกันว่าสารอาหารอะไรในนมแม่ที่ดีต่อสมองของลูก มาดูกันว่า ในนมแม่มีสารอาหารสำคัญอะไรที่จำเป็นต่อพัฒนาการทางสมองของลูก ซึ่งจะเป็นการเตรียมความพร้อมให้คุณแม่ส่งเสริมศักยภาพอื่นๆ ในนมแม่มีสารอาหารสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของสมองลูก องค์การอนามัยโลก (WHO) จึงรณรงค์ให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน และต่อเนื่องยาวนานไปจนถึง 2 ปีหากเป็นไปได้ เพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารครบถ้วน เหมาะสม และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ ไม่เจ็บป่วยง่าย นอกจากนั้นนมแม่ยังมีสารอาหารสำคัญที่จำเป็นสำหรับเสริมสร้างและกระตุ้นการทำงานของสมองทารกด้วย เรามาดูกันว่าในนมแม่มีสารอาหารสำคัญอะไรที่จำเป็นต่อพัฒนาการทางสมองของลูก ซึ่งจะเป็นการเตรียมความพร้อมให้คุณแม่ส่งเสริมศักยภาพอื่นๆ ต่อไปค่ะ 1. แลคโตส (lactose) แลคโตส เป็นน้ำตาลในนมแม่ที่ถูกย่อยเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว 2 ชนิด คือ กลูโคส และกาแลคโตส ซึ่งกลูโคสเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญสำหรับการใช้พลังงานของเซลล์สมอง ส่วนกาแลคโตสเป็นส่วนประกอบสำคัญของเนื้อเยื่อประสาท 2. ดีเอชเอ (DHA) นมแม่มีกรดไขมัน DHA (docosahexaenoic acid) และ AA (Arachidonic acid) สูง ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็นที่สำคัญต่อการพัฒนาระบบประสาทและการมองเห็น
นมแม่มีประโยชน์ต่อพัฒนาการลูกที่สุดค่ะ และนี่คือ 3 ประโยชน์ดีๆ จากนมแม่ที่คุณแม่มือใหม่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ Love of Mom จึงมีมาบอกค่ะ นมแม่เป็นสุดยอดอาหารที่ดีกับร่างกายของลูก เรารู้ว่านมแม่ดีต่อระบบภูมิคุ้มกันช่วยให้ลูกแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยบ่อย แต่ยังมีประโยชน์อีกหลายอย่างที่เราอาจไม่รู้เกี่ยวกับนมแม่ 1. นมแม่ช่วยให้ระบบประสาทการได้ยินพัฒนาได้ดี ลดความเสี่ยงหูอักเสบ การให้นมแม่ด้วยการเอาลูกเข้าเต้าจะช่วยลดโอกาสเป็นโรคหูน้ำหนวก หรือหูอักเสบ เนื่องจากลักษณะการดูดนมของลูกต้องใช้การเคลื่อนไหวของลิ้นหรือแรงดันทางช่องปาก ทำให้มีการเคลียร์น้ำในหูของลูกออกไปด้วย นอกจากนี้ในนมแม่ยังมีสารยับยั้งการแบ่งตัวของแบคทีเรียด้วย ทำให้ช่วยลดความเสี่ยงโรคหูชั้นกลางอักเสบได้จากการให้ลูกกินนมแม่ 2. นมแม่ทำให้ลูกผิวดี เด็กที่กินนมแม่มีแนวโน้มที่จะมีผิวพรรณที่เนียนนุ่ม สุขภาพดีมากกว่าเด็กที่กินนมผสม นมแม่ยังช่วยลดโอกาสภูมิแพ้ผิวหนัง ช่วยรักษาและลดผื่นแพ้ที่ผิวหนังของลูกได้อีกด้วย ถ้าเห็นลูกมีผื่นผ้าอ้อม หรือผิวแห้งแพ้ รอยยุงกัด หรือแม้แต่รอยแดงไหม้จากแสงแดด สามารถใช้นมแม่ทาที่ผิวเพื่อบรรเทาอาการได้ด้วยค่ะ 3. นมแม่ทำให้ลูกสายตาดี นมแม่มี DHA สูง ซึ่ง DHA เป็นส่วนประกอบสำคัญของเรติน่า และนมแม่ยังมีกรดอะมิโน และไขมันอื่น ๆ ที่ดีต่อพัฒนาการการมองเห็น ช่วยให้สายตาคมชัด ประโยชน์ของนมแม่ดีขนาดนี้ แล้วคุณแม่จะพลาดการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ยังไงกันจริงไหมคะ
เด็กแรกเกิดมีระบบภูมิคุ้มกันที่ยังไม่สมบูรณ์ดังนั้นจึงเจ็บป่วยง่าย ยิ่งช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย คุณแม่ควรช่วยลูกสร้างพื้นฐานร่างกายที่แข็งแรง สารอาหารอะไรในนมแม่ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกไม่ป่วยง่าย มาเช็กกันตรงนี้ค่ะคุณแม่ ทำไมภูมิคุ้มกันจึงสำคัญกับลูก ลูกแรกเกิดถึง 3 ปี เป็นช่วงที่ภูมิคุ้มกันร่างกายยังไม่มากนัก อาจป่วยได้ง่ายหากได้รับเชื้อโรค ดังนั้นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกจึงเป็นเรื่องสำคัญค่ะ หนึ่งในวิธีที่ง่ายและดีที่สุดในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกในขวบปีแรก คือ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั่นเอง เพราะเมื่อลูกมีภูมิคุ้มกันดี ร่างกายแข็งแรง จะส่งผลให้มีการเจริญเติบโตสมวัย และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลาจนกลายเป็นทักษะ และความเฉลียวฉลาดได้นั่นเองค่ะ เริ่มสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกด้วยสารอาหารสำคัญในน้ำนมแม่กันเถอะ ในนมน้ำนมแม่เต็มไปด้วยสารอาหารสำคัญและจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของลูกแรกเกิดที่สุดค่ะ นั่นรวมถึงในน้ำนมแม่มีแอนติบอดี เอนไซม์ โปรตีน ไขมัน วิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารอื่นๆ ไว้จำนวนมาก ซึ่งสารอาหารเหล่านี้สำคัญต่อการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ลูกแข็งแรง ปกป้องจากโรคต่างๆ ได้ค่ะ จากการศึกษาระบบการผลิตน้ำนมแม่พบว่า เป็นกระบวนการสร้างน้ำนมที่เรียกว่า อะโพไครน์ ในกระบวนการสร้างน้ำนมนี้จะมีเยื่อหุ้มเซลล์น้ำนมสลายผสมอยู่ในน้ำนม ทำให้น้ำนมมีคุณค่าทางโภชนาการสูงทั้งยังเป็นแหล่งรวมสารอาหารที่จำเป็นต่อพัฒนาการทางร่างกายและสมองของลูกน้อย เช่น โปรตีน ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ และภูมิคุ้มกันร่างกายที่ส่งผ่านจากนมแม่ไปยังลูกด้วย ด้วยสารอาหารที่ครบถ้วนและดีที่สุดจึงทำให้องค์การอนามัยโลกระบุว่า เด็กควรได้รับนมแม่อย่างน้อย
จริงหรือไม่? นมมีส่วนช่วยทำให้ลูกหลับสบายตลอดคืน โดยเฉพาะนมแม่ มาหาความจริงเพื่อดูแลลูกที่จะทำให้คุณแม่ได้นอนยาวตลอดคืนไปพร้อมลูกค่ะ เชื่อเลยค่ะว่าคุณแม่มือใหม่หลายคนกำลังเจอปัญหาลูกหลับยาก ชอบตื่นบ่อยๆ หลับไม่สนิททั้งคืน ทำเอาคุณแม่ไม่ได้นอนไปด้วยเลย ลูกนอนยากหรือลูกหลับไม่สนิทเกิดได้จากหลายสาเหตุค่ะ เราลองไปสำรวจกันก่อนว่าลูกเรานอนหลับไม่สนิทเพราะอะไร จะได้รับมือกันได้ถูกต้องค่ะ ทำไมลูกเล็กถึงนอนยาก หลับไม่สนิท • บรรยากาศในห้องมีแสงสว่าง เสียงรบกวน ทำให้นอนหลับไม่สนิท • ลูกรู้สึกไม่สบายตัว เช่น เป็นผื่นคัน ร้อน อากาศไม่ถ่ายเท เป็นต้น • ลูกเล่นหรือทำกิจกรรมก่อนนอนที่ทำให้ตื่นตัวมากเกินไป • ลูกอาจไม่สบาย เช่น มีไข้ เป็นหวัด หรือมีอาการโคลิก เป็นต้น • ลูกปวดท้อง ท้องอืด ไม่สบายท้อง ซึ่งเกิดจากการดื่มนม ลูกนอนยาก ร้องไห้งอแงตอนนอน หรือนอนไม่สนิทตลอดที่มีสาเหตุมาจากนมนั้น มักเกิดจากดื่มนมที่ย่อยและดูดซึมยาก จึงทำให้โปรตีนนมเหลือค้างในกระเพาะอาหารและลำไส้ เกิดอาการท้องอืด ปวดท้อง ไม่สบายตัวจนนอนไม่หลับนั่นเองค่ะ ดังนั้นเราจึงสนับสนุนให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้นานที่สุด เพราะนมแม่ย่อยและดูดซึมง่าย
คุณแม่น้ำนมน้อยไม่ต้องกลัวค่ะ เรามี 4 ท่านวดเต้านมที่จะช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนมแม่ 4 ท่านวดเต้านมกระตุ้นน้ำนมแม่ทำอย่างไร ไปลองทำกันได้เลย สาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้คุณแม่น้ำนมน้อย หรือน้ำนมไม่เพียงพอให้ลูกดื่มจนอิ่มทุกมื้อ คือเต้านมคัด ระบบไหลเวียนโลหิตบริเวณเต้านมไม่ดี การนวดเต้านมกระตุ้นน้ำนมแม่เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเพิ่มนมแม่ได้ค่ะ Love of Mom Thailand เลยขอนำเสนอ 4 ท่านวดเต้านม ที่คุณแม่นวดเองได้ง่ายๆ เพลินๆ ในช่วงที่ลูกหลับ ช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนมแม่สำหรับแม่น้ำนมน้อย ขั้นตอนการนวดเต้านม เพิ่มน้ำนมเมื่อน้ำนมน้อย ก่อนนวดคลึงให้ใช้ผ้าร้อน หรือแผ่นร้อนประคบบริเวณเต้านมก่อน โดยให้แม่รู้สึกอุ่น ๆ ไม่ต้องร้อนจัด ใช้เวลาประคบนาน 15-20 นาที จากนั้นจึงเริ่มนวดเต้านม ท่านวดเต้านมท่าที่ 1 - ใช้สามนิ้ว คือนิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง วางบนเต้านมแล้วค่อย ๆ
คุณแม่ที่วางแผนให้นมลูก มีอุปกรณ์หลายอย่างที่เป็นของจำเป็นที่ช่วยให้คุณแม่ให้นมลูกได้ยาวนานขึ้น และแถมยังกระตุ้นน้ำนมให้มามากขึ้นด้วย และนี่คือ 5 ไอเทมสำคัญเพื่อให้นมได้นานขึ้น คุณแม่ที่วางแผนให้นมลูก มีอุปกรณ์หลายอย่างที่เป็นของจำเป็นที่ช่วยให้คุณแม่ให้นมลูกได้ยาวนานขึ้น และแถมยังกระตุ้นน้ำนมให้มามากขึ้นด้วย และนี่คือ 5 ไอเทมสำคัญเพื่อให้นมได้นานขึ้น 1. เครื่องปั๊มนม เครื่องปั๊มนมเป็นอุปกรณ์สำคัญแม่ให้นมจำเป็นต้องมี เพื่อปั๊มนมในระหว่างลูกหลับ ปั๊มนมสม่ำเสมอ ป้อองกันการคัดเต้า และช่วยกระตุ้นให้สร้างน้ำนมแม่ได้ตลอดระยะเวลาที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ทิปส์ • เครื่องปั๊มนมช่วยกระตุ้นน้ำนมแม่ได้ดีสำหรับคุณแม่ที่น้ำนมน้อยที่อาจเกิดจากลูกดูดผิดวิธี เครื่องปั๊มนมที่ดีจะปั๊มนมได้เหมือนกับการดูดนมของทารก ซึ่งช่วยกระตุ้นให้นมไหลดี ยิ่งถ้าปั๊มอย่างสม่ำเสมอก็กระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้มากขึ้น • ควรเลือกเครื่องปั๊มนมที่มีประสิทธิภาพ มีแรงดูดอย่างน้อย 200 มม.ปรอท จังหวะในการดูดอย่างน้อย 40-60 รอบต่อนาที จึงจะใกล้เคียงการดูดของทารก 2. ถุงเก็บน้ำนม เหมาะสำหรับคุณแม่ที่เก็บสต๊อกน้ำนมให้ลูกได้กินกันยาวๆ ถุงเก็บน้ำนมแม่มีหลายยี่ห้อ หลายขนาดความจุตั้งแต่ 5 -9 ออนซ์ คุณแม่ควรเลือกแบบที่เหมาะกับปริมาณน้ำนมที่ปั๊มออกมาในแต่ละครั้ง ทิปส์ • ถุงเก็บน้ำนมควรเลือกถุงเก็บน้ำนมที่มีซิปล็อกแน่นหนาไม่รั่วซึม ปลอดภัย ปลอดสาร BPA
แกงเลียง เมนูเพิ่มนมแม่สำหรับคุณแม่ให้นม แกงเลียงที่รวมทุกสมุนไพรเรียกนมแม่ต้องใส่อะไรบ้าง ทำอย่างไร Love of Mom TH มีวิธีทำเมนูแกงเลียงสูตรเด็ดเรียกนมแม่มาฝากค่ะ แกงเลียงเป็นหนึ่งในเมนูอาหารอันดับต้นๆ ที่คุณแม่บอกต่อกันมาว่าเป็นอาหารกระตุ้นและเพิ่มนมแม่ได้ดีสุดๆ เพราะในแกงเลียง 1 ถ้วยรวมผักและสมุนไพรเด็ดๆ ที่ขึ้นชื่อว่าช่วยกระตุ้นการสร้างนมแม่ได้ดีสุดๆ เช่น หัวปลี ฝักทอง พริกไทย เป็นต้น แกงเลียงสูตรเด็ดเรียกนมแม่ต้องใส่อะไรบ้าง ทำยังไง และต้องกินบ่อยแค่ไหนกว่านมแม่จะมา Love of Mom TH มีคำแนะนำมาฝาก ไปเปิดครัวกันเลยค่ะ วิธีทำ ตำกุ้งแห้งให้แหลกแล้วตักแยกพักไว้ จากนั้นนำส่วนผสมของเครื่องแกงทั้งหมดตำละเอียดเข้ากัน จากนั้นจึงนำกุ้งแห้งลงไปตำผสม (กุ้งแห้งโขลกละเอียดยากจึงควรตำแยกไว้ก่อน) ต้มน้ำสะอาดหรือน้ำซุปที่เตรียมไว้ให้เดือด ใส่เครื่องแกงลงไป คนให้ละลาย ใส่เครื่องปรุงรสลงไปทีละนิด และชิมรสตามชอบ แต่ไม่ควรเค็มมาก เพราะในเครื่องแกงก็มีกะปิและกุ้งแห้งให้รสเค็มอยู่แล้ว ใส่กุ้งสดและใส่ผักที่หั่นไว้ตามลงไป คนให้น้ำแกงท่วมผักแล้วสังเกตว่าผักเริ่มนุ่ม
หลังคลอดแม่ทุกคนหวังที่จะมีโอกาสได้ให้นมลูกให้ได้มากที่สุด เพราะในน้ำนมแม่เป็นแหล่งของสารอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูก มีภูมิคุ้มกันที่ดี ช่วยให้ลูกน้อยแข็งแรง ไม่ป่วยง่าย แต่สำหรับคุณแม่บางคนการให้นมกับลูกไม่ใช่เรื่องง่าย แม่หลายคนมีน้ำนมน้อยจนต้องหาวิธีมาช่วยกระตุ้นน้ำนม หนึ่งในวิธีที่คุณแม่หลายคนนิยมคือ การกินอาหารที่ช่วยเพิ่มน้ำนมแม่ ในอาหารหรือพืชผักสมุนไพรหลายชนิดมีสรรพคุณที่ช่วยเพิ่มน้ำนมอย่างที่หลายคนทราบดี แต่จะนำมาปรุงเป็นเมนูอะไรให้คุณแม่ไม่เบื่อ และดีกับร่างกาย ช่วยให้นมแม่มาเยอะ มาดูเมนูแล้วไปทำตามกันเลยค่ะ วัตถุดิบ พืชผัก สมุนไพรเพิ่มน้ำนม : หัวปลี ขิง บวบ ตำลึง ฟักทอง กุยช่าย มะรุม กะเพรา พริกไทย อินทผลัม 1. แกงเลียง แกงเลียงนับเป็นเมนูทีเด็ดสำหรับคุณแม่ที่ต้องการเพิ่มน้ำนม เพราะแกงเลียงนั้นนอกจากเครื่องแกงที่เผ็ดร้อนทั้งหอมแดง และพริกไทยแล้ว ยังรวมผักที่มีสรรพคุณในการเพิ่มน้ำนมไว้อย่างครบครัน ทั้งหัวปลี บวบ ตำลึง ฟักทอง ใบแมงลักเรียกว่าเป็นตัวแม่ของเมนูเรียกน้ำนมเลย 2. ปลาทอดราดซอสขิงเปรี้ยวหวาน เมนูจากขิงเราสามารถนำมาทำได้หลายเมนูไม่เพียงแค่ไก่ผัดขิงเท่านั้น เช่น เมนูนี้เป็นเมนูปลาทอด ที่นำปลามาทอดให้เหลืองกรอบ จากนั้นตั้งกระทะใช้ซอสหอยนางรม