หน้าหลัก


ลูกท้องเสีย ต้องดูแลอย่างไร อาการแบบไหนที่ต้องรีบพาไปหาหมอ

แม้จะดูแลอาหารการกินของลูกดีแล้ว แต่เด็กๆ ทุกคนต้องเคยท้องเสียใช่ไหมคะ เพราะสิ่งปนเปื้อนนั้นปะปนอยู่กับของเล่นที่ลูกเอาเข้าปาก จาน แก้ว ช้อน หรือจากมือที่ไม่สะอาด ดังนั้นเรามาอ่านคำแนะนำการดูแลเด็กท้องเสียของคุณหมอกันค่ะ

ท้องเสียนอกจากจะเป็นอาการของโรคแล้วยังเป็นกระบวนการของร่างกายในการขับเชื้อโรคสาเหตุของท้องเสียอีกทางหนึ่งเพียงแต่การขับถ่ายนี้จะต้องไม่มากจนร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่จนเป็นอันตรายครับ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องช่วยเหลือลูก คือ ต้องให้ลูกได้รับน้ำและเกลือแร่ อย่างเพียงพอกับการสูญเสียออกไป และสังเกตอาการของลูกว่า ควรไปพบคุณหมอเมื่อใดครับ

ให้น้ำและเกลือแร่ชดเชยให้เพียงพอกับที่ร่างกายลูกเสียไป
คุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกสารละลายเกลือแร่ที่มีมาตรฐานซึ่งจำหน่ายในร้านขายยาทั่วไป โดยผสมตามคำแนะนำของเอกสารกำกับการใช้ โดยทั่วไปมักใช้สัดส่วน 1 ซองต่อน้ำ 1 แก้ว (ประมาณ 240 ซีซี) หากหาไม่ได้ก็อาจทำน้ำเกลือแร่ใช้เองก็ได้นะครับ โดยมีวิธีทำน้ำเกลือ คือ ใช้น้ำต้มสุก 1 แก้ว ใส่น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ กับเกลือป่น 2 หยิบมือ

ส่วนปริมาณที่จะให้ลูกให้ดูตามการขับถ่ายของเขาครับ ถ่ายมากก็ให้ดื่มน้ำเกลือแร่มาก ถ่ายน้อยก็ดื่มน้อยหน่อยครับ ถ้าถ่ายไม่มากและยังไม่มีอาการของการขาดน้ำมาก ได้แก่ ไม่มีอาการอ่อนเพลีย ไม่กระหายน้ำ ไม่มีชีพจรเบาเร็ว ไม่มีอาการหายใจหอบ ปากไม่แห้ง ร้องไห้ยังมีน้ำตา ไม่มีอาการมือเท้าเย็น ยังปัสสาวะได้เหมือนปกติ

ปริมาณการให้น้ำเกลือที่เหมาะสมคือ
• เด็กเล็กกว่า 1 ปี ให้ระหว่าง 1/4 แก้ว ถึง 1/2 แก้ว
• อายุ 1 ปี ขึ้นไปให้ระหว่าง 1/2 แก้ว ถึง 1 แก้ว
• อายุ 10 ปีให้ได้เท่าที่ดื่มได้ หากลูกมีอาการอาเจียนต้องค่อยๆป้อนให้จิบทีละน้อย

อาหารสำหรับเด็กท้องเสีย
เด็กที่รับประทานนมแม่และนมผสมสามารถให้ได้ตามปกติ ส่วนเด็กโตให้รับประทานอาหารย่อยง่ายไปก่อนครับ

เมื่อใดควรจะไปพบแพทย์
ถ้าให้น้ำและเกลือแร่ลูกแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการของการขาดน้ำรุนแรง ควรรีบพาเด็กๆ ไปหาหมอนะคะ อาการที่สังเกตว่าต้องพาน้องไปหาหมอมีดังนี้ครับ
• อ่อนเพลีย กระหายน้ำมาก อาเจียนมาก
• ชีพจรเบาเร็ว หายใจหอบ ปากแห้ง ขาดน้ำจนตาโหล ร้องไห้ไม่มีน้ำตา
• มือเท้าเย็น ปัสสาวะลดลงถ่ายเป็นมูกเลือด
• ถ่ายมากกว่า 10 ครั้งต่อวัน หรืออาการท้องเสียไม่ดีขึ้นใน 2-3 วันควรพาลูกไปพบคุณหมอครับ

นอกจากคุณหมอจะให้น้ำเกลือทางเส้นเลือดและการรักษาตามอาการแล้ว ยังจะพิจารณาให้ยาฆ่าเชื้อในรายที่เป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย หรืออาจให้ยาเพื่อช่วยลดอาการท้องเสียที่ปัจจุบันมียาซึ่งสามารถช่วยให้อาการท้องเสียระยะเฉียบพลันหายเร็วขึ้น ผ่านการดูดซับสารพิษดูดจับไวรัสและแบคทีเรีย ป้องกันการจับตัวของเชื้อโรคกับผนังลำไส้ช่วยให้ผนังลำไส้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น อาการท้องเสียของเด็กก็จะหายได้เร็วและไม่เป็นเรื้อรังครับ

ดูแลลูกท้องเสียเบื้องต้นกันแล้วอย่าลืมติดตามการป้องกันไม่ให้ลูกท้องเสียในตอนต่อไปนะครับ

รศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ กุมารแพทย์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล 
มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

ร่วมส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาการที่ดีของเด็กโดย

Love of Mom Thailand
รู้จริง รู้จักเลือก สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก

นมแม่

รู้จักนมแม่ 3 ระยะ ช่วงไหนดีที่สุดสำหรับลูก พลาดแล้วอาจไม่มีให้ลูกอีกเลย!
นมแม่ดีที่สุด หรือจะเรียกว่าเป็นสารอาหารจากรักของแม่ (Love of Mom) ก็ว่าได้ รู้ไหมว่าจริงๆ นมแม่มีระยะของนม และแต่ละระยะก็มีคุณค่าและสารอาหารที่ต่างกัน ที่แน่ๆ คือลูกพลาดไมได้แม้แต่ระยะเดียว เพราะสารอาหารในนมแม่ให้ทั้งพัฒนาการสมวัยและภูมิคุ้มกันที่ทำให้ลูกไม่ป่วยง่ายด้วย นมแม่ดีที่สุด หรือจะเรียกว่าเป็นสารอาหารจากรักของแม่ (Love of Mom) ก็ว่าได้ รู้ไหมว่าจริงๆ นมแม่มีระยะของนม และแต่ละระยะก็มีคุณค่าและสารอาหารที่ต่างกัน
ลูกกินนมแม่แล้วทำไมถ่ายบ่อย ผิดปกติมั้ย ท้องเสียหรือเปล่า?
ช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังคลอด ลูกมักจะถ่ายอุจจาระบ่อยจนแม่ ๆ หลายคนตกใจ ถ่ายกันจนก้นแดง เปลี่ยนผ้าอ้อมมือเป็นระวิง คุณแม่ที่ไม่มีประสบการณ์อาจจะตกใจว่าลูกท้องเสียหรือเปล่า เพราะหลายครั้งดูดนมแม่เสร็จก็ถ่ายออกมาทันที ซึ่งการที่เด็กเล็ก ๆ ที่กินนมแม่ ขับถ่ายบ่อยเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ สาเหตุหลักคือนมแม่ที่กินเข้าไปทำให้ลูกถ่ายบ่อย แต่ไม่ได้ท้องเสีย หรือมีอันตราย หากไม่ได้ถ่ายออกมามีมูกเลือด หรือลูกยังร่าเริงดี กินนมได้ตามปกติ ช่วง
ทำไม นมแม่ ถึงลดความเสี่ยงภูมิแพ้ได้ ไม่อยากให้ลูกเป็นภูมิแพ้ ต้องรู้ไว้!
ภูมิแพ้ โรคที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็น เพราะเป็นโรคที่หายยากและต้องดูแลตัวเองอย่างมาก โรคภูมิแพ้มีตัวกระตุ้นจากหลายแหล่ง เช่น แพ้ฝุ่น แพ้เกสรดอกไม้ แพ้นมวัว แพ้อาหารทะเล การดูแล รักษา และป้องกันจึงต้องต่างกันออกไปตามการกระตุ้นให้เกิดอาหารแพ้เช่นกัน หนึ่งในอาหารที่ดีที่สุดและอาหารแรกของเด็กๆ “นมแม่” ช่วยลดความเสี่ยงภูมิแพ้ได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย เคยสังเกตไหมว่าเด็กที่ดื่มนมแม่มักเป็นภูมิแพ้น้อยกว่าเด็กที่ไม่ได้ดื่มนมแม่ นั่นเป็นเพราะอะไร ภูมิแพ้ โรคที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็น เพราะเป็นโรคที่หายยากและต้องดูแลตัวเองอย่างมาก โรคภูมิแพ้มีตัวกระตุ้นจากหลายแหล่ง
นมแม่น้อย อยากให้นมแม่พุ่งปรี๊ด ไหลมาเทมา ลองทำตามนี้เลย!
นมแม่น้อย อยากให้นมแม่พุ่งปรี๊ด ไหลมาเทมา ลองทำตามนี้เลย!
นมแม่น้อย นมแม่ไม่มา กลัวน้ำนมไม่พอให้ลูก อยากให้นมแม่มาเยอะ ๆ พุ่งปรี๊ด ต้องทำอย่างไร มาเช็กกันดูว่าทำตามเคล็ดลับของเราครบหรือยัง ถ้าทำได้ตามนี้รับรองนมแม่ไหลมาเทมา เพิ่มขึ้นจนพอกับลูกแน่นอน นมแม่น้อย นมแม่ไม่มา กลัวน้ำนมไม่พอให้ลูก อยากให้นมแม่มาเยอะ ๆ พุ่งปรี๊ด ต้องทำอย่างไร มาเช็กกันดูว่าทำตามเคล็ดลับของเราครบหรือยัง ถ้าทำได้ตามนี้รับรองนมแม่ไหลมาเทมา เพิ่มขึ้นจนพอกับลูกแน่นอน ดื่มน้ำให้มากขึ้น ควรดื่มน้ำให้ได้วันละ
9 Do & Don’t เรื่องการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ
ตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปยาวๆ ก็ต้องรู้เรื่องที่ควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการปั๊มนมและการทำสต็อกนมแม่ค่ะ นี่คือ 9 Do & Don’t เรื่องการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปยาวๆ ก็ต้องรู้วิธีปั๊มนมแม่และการทำสต็อกนมแม่ที่ถูกต้องค่ะ เราลองมาดูกันว่าอะไรคือสิ่งที่แม่ให้นมควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ คุณแม่ควรใช้ภาชนะที่ผ่านการฆ่าเชื้อในการเก็บน้ำนม แนะนำให้ใช้เป็นขวดพลาสติกหรือถุงเก็บน้ำนมโดยเฉพาะที่ผ่านการฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว จะช่วยรักษาเซลล์เม็ดเลือดขาวในน้ำนมแม่ที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการติดเชื้อในการช่วยให้กักเก็บคุณค่าของน้ำนมแม่ไว้ได้ดีค่ะ คุณแม่ควรหมั่นตรวจเช็คตู้เก็บน้ำนม คุณแม่ควรหมั่นตรวจสอบตู้เก็บน้ำนม ว่าสภาพการใช้งานปกติอยู่หรือไม่ รวมถึงการเช็คปลั๊กที่เสียบและอุณหภูมิความเย็นของตู้ เพื่อการเก็บรักษาน้ำนมของลูกน้อย คุณแม่ควรเขียนหน้าถุงเก็บน้ำนมให้ชัดเจน ว่านมแต่ในแต่ละถุงที่ปั๊มเก็บวันไหน