หน้าหลัก


4 สัญญาณเตือนลูกน้อยกำลังโดนไวรัสโรต้าเล่นงาน

ไวรัสโรต้าทำให้ลูกมีอาการท้องเสีย ท้องร่วงรุนแรง ซึ่งสัญญาณที่บอกได้ว่าลูกมีอาการไม่น่าไว้ใจ ควรรีบไปพบแพทย์อาจสังเกตได้จากอาการเหล่านี้

โรต้า เป็นอีกโรคที่คุณแม่ ได้ยินกันบ่อย ๆ โรต้าหรือไวรัสโรต้า คือ เชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดอาการท้องร่วง ท้องเสียเฉียบพลัน ไวรัสโรต้ามักระบาดในช่วงฤดูหนาว หรือตั้งแต่ประมาณเดือนตุลาคม ถึงเดือนกุมภาพันธ์ อาการของเด็กที่ได้รับเชื้อจะเหมือนท้องเสียทั่วไป แต่ก็มีจุดต่างที่พ่อแม่ต้องรู้ เพื่อพาลูกเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง ป้องกันความเสี่ยงจากร่างกายขาดน้ำ รวมไปถึงการถ่ายเป็นเลือดค่ะ

4 สัญญาณเตือนลูกน้อยกำลังโดนไวรัสโรต้าเล่นงาน
หากพบว่าลูกมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพาลูกไปหาหมอ
1. มีภาวะขาดน้ำ สังเกตว่าลูกฉี่น้อย หรือไม่ฉี่เลยใน 6 ชม. ฉี่ลูกมีสีเข้ม ปากแห้ง
2. ท้องเสียถ่ายติดต่อกันหลายครั้ง หรือมีอาเจียน นานเกิน 2 วัน
3. ถ่ายเป็นเลือด มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง
4. ดื่มน้ำ รับประทานอาหารไม่ได้ หากคลื่นไส้ อาเจียน จนไม่สามารถดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารได้ ควรรีบไปหาหมอ เพื่อให้น้ำเกลือทดแทนน้ำและอาหารค่ะ

ในเด็กเล็กที่ยังไม่สามารถพูดบอกอาการได้ คุณแม่ต้องคอยสังเกตและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หากกลัวลูกจะมีอาการรุนแรง สามารถพาลูกมาให้หมอตรวจดูอาการได้

วิธีป้องกันไวรัสโรต้าในเด็ก

ฉีดวัคซีนไวรัสโรต้า สำหรับวัคซีนไวรัสโรต้าเป็นวัคซีนเพื่อลดความเสี่ยงจากไวรัสโรต้า ทำให้ท้องเสียจากไวรัสโรต้ามีอาการเบาลง แต่ก็ไม่สามารถป้องกันไวรัสโรต้าได้ 100% ซึ่งสามารถหยอดวัคซีนได้ตอนอายุประมาณ 2 เดือน

ทำความสะอาด ของใช้ที่ลูกหยิบจับระวังไม่ให้ลูกเอาของเข้าปาก ของที่อยู่ใกล้ที่ลูกจะหยิบคว้า ควรหมั่นเช็ดทำความสะอาดอยู่เสมอเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโรต้า

ล้างมือบ่อย ๆ ทั้งพ่อแม่และลูก ๆ เอง ควรล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ โดยเฉพาะก่อนกินอาหาร และจากหลังเข้าห้องน้ำ

รับประทานอาหารที่ปรุงสุก ดื่มน้ำสะอาด ควรกินอาหารที่ปรุงสุก และทำสดใหม่ ไม่กินอาหารที่ทิ้งไว้นานแล้ว

กินนมแม่การกินนมแม่จะช่วยป้องกันโรคท้องเสียจากเชื้อไวรัสได้ส่วนหนึ่ง เพราะนมแม่ทำให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง ช่วยป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารของลูกได้

ไวรัสโรต้าร้ายแรงกว่าแต่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย ท้องร่วงรุนแรงนะคะ เพราะหากคุณพ่อคุณแม่พาลูกไปรักษาช้า อาการจะหยิ่งหนักส่งผลต่อพัฒนาการรอบด้านของลูกได้เช่นกันค่ะ ดังนั้นการดูแลความสะอาด ปกป้องลูกจากโรคต่างๆ ก็เป็นเรื่องสำคัญในการเลี้ยงลูกให้เติบโต แข็งแรง และพัฒนาการดีนะคะ

Love of Mom Thailand
รู้จริง รู้จักเลือก สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก

นมแม่

รู้จักนมแม่ 3 ระยะ ช่วงไหนดีที่สุดสำหรับลูก พลาดแล้วอาจไม่มีให้ลูกอีกเลย!
นมแม่ดีที่สุด หรือจะเรียกว่าเป็นสารอาหารจากรักของแม่ (Love of Mom) ก็ว่าได้ รู้ไหมว่าจริงๆ นมแม่มีระยะของนม และแต่ละระยะก็มีคุณค่าและสารอาหารที่ต่างกัน ที่แน่ๆ คือลูกพลาดไมได้แม้แต่ระยะเดียว เพราะสารอาหารในนมแม่ให้ทั้งพัฒนาการสมวัยและภูมิคุ้มกันที่ทำให้ลูกไม่ป่วยง่ายด้วย นมแม่ดีที่สุด หรือจะเรียกว่าเป็นสารอาหารจากรักของแม่ (Love of Mom) ก็ว่าได้ รู้ไหมว่าจริงๆ นมแม่มีระยะของนม และแต่ละระยะก็มีคุณค่าและสารอาหารที่ต่างกัน
ลูกกินนมแม่แล้วทำไมถ่ายบ่อย ผิดปกติมั้ย ท้องเสียหรือเปล่า?
ช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังคลอด ลูกมักจะถ่ายอุจจาระบ่อยจนแม่ ๆ หลายคนตกใจ ถ่ายกันจนก้นแดง เปลี่ยนผ้าอ้อมมือเป็นระวิง คุณแม่ที่ไม่มีประสบการณ์อาจจะตกใจว่าลูกท้องเสียหรือเปล่า เพราะหลายครั้งดูดนมแม่เสร็จก็ถ่ายออกมาทันที ซึ่งการที่เด็กเล็ก ๆ ที่กินนมแม่ ขับถ่ายบ่อยเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ สาเหตุหลักคือนมแม่ที่กินเข้าไปทำให้ลูกถ่ายบ่อย แต่ไม่ได้ท้องเสีย หรือมีอันตราย หากไม่ได้ถ่ายออกมามีมูกเลือด หรือลูกยังร่าเริงดี กินนมได้ตามปกติ ช่วง
ทำไม นมแม่ ถึงลดความเสี่ยงภูมิแพ้ได้ ไม่อยากให้ลูกเป็นภูมิแพ้ ต้องรู้ไว้!
ภูมิแพ้ โรคที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็น เพราะเป็นโรคที่หายยากและต้องดูแลตัวเองอย่างมาก โรคภูมิแพ้มีตัวกระตุ้นจากหลายแหล่ง เช่น แพ้ฝุ่น แพ้เกสรดอกไม้ แพ้นมวัว แพ้อาหารทะเล การดูแล รักษา และป้องกันจึงต้องต่างกันออกไปตามการกระตุ้นให้เกิดอาหารแพ้เช่นกัน หนึ่งในอาหารที่ดีที่สุดและอาหารแรกของเด็กๆ “นมแม่” ช่วยลดความเสี่ยงภูมิแพ้ได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย เคยสังเกตไหมว่าเด็กที่ดื่มนมแม่มักเป็นภูมิแพ้น้อยกว่าเด็กที่ไม่ได้ดื่มนมแม่ นั่นเป็นเพราะอะไร ภูมิแพ้ โรคที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็น เพราะเป็นโรคที่หายยากและต้องดูแลตัวเองอย่างมาก โรคภูมิแพ้มีตัวกระตุ้นจากหลายแหล่ง
นมแม่น้อย อยากให้นมแม่พุ่งปรี๊ด ไหลมาเทมา ลองทำตามนี้เลย!
นมแม่น้อย อยากให้นมแม่พุ่งปรี๊ด ไหลมาเทมา ลองทำตามนี้เลย!
นมแม่น้อย นมแม่ไม่มา กลัวน้ำนมไม่พอให้ลูก อยากให้นมแม่มาเยอะ ๆ พุ่งปรี๊ด ต้องทำอย่างไร มาเช็กกันดูว่าทำตามเคล็ดลับของเราครบหรือยัง ถ้าทำได้ตามนี้รับรองนมแม่ไหลมาเทมา เพิ่มขึ้นจนพอกับลูกแน่นอน นมแม่น้อย นมแม่ไม่มา กลัวน้ำนมไม่พอให้ลูก อยากให้นมแม่มาเยอะ ๆ พุ่งปรี๊ด ต้องทำอย่างไร มาเช็กกันดูว่าทำตามเคล็ดลับของเราครบหรือยัง ถ้าทำได้ตามนี้รับรองนมแม่ไหลมาเทมา เพิ่มขึ้นจนพอกับลูกแน่นอน ดื่มน้ำให้มากขึ้น ควรดื่มน้ำให้ได้วันละ
9 Do & Don’t เรื่องการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ
ตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปยาวๆ ก็ต้องรู้เรื่องที่ควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการปั๊มนมและการทำสต็อกนมแม่ค่ะ นี่คือ 9 Do & Don’t เรื่องการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปยาวๆ ก็ต้องรู้วิธีปั๊มนมแม่และการทำสต็อกนมแม่ที่ถูกต้องค่ะ เราลองมาดูกันว่าอะไรคือสิ่งที่แม่ให้นมควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ คุณแม่ควรใช้ภาชนะที่ผ่านการฆ่าเชื้อในการเก็บน้ำนม แนะนำให้ใช้เป็นขวดพลาสติกหรือถุงเก็บน้ำนมโดยเฉพาะที่ผ่านการฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว จะช่วยรักษาเซลล์เม็ดเลือดขาวในน้ำนมแม่ที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการติดเชื้อในการช่วยให้กักเก็บคุณค่าของน้ำนมแม่ไว้ได้ดีค่ะ คุณแม่ควรหมั่นตรวจเช็คตู้เก็บน้ำนม คุณแม่ควรหมั่นตรวจสอบตู้เก็บน้ำนม ว่าสภาพการใช้งานปกติอยู่หรือไม่ รวมถึงการเช็คปลั๊กที่เสียบและอุณหภูมิความเย็นของตู้ เพื่อการเก็บรักษาน้ำนมของลูกน้อย คุณแม่ควรเขียนหน้าถุงเก็บน้ำนมให้ชัดเจน ว่านมแต่ในแต่ละถุงที่ปั๊มเก็บวันไหน