หน้าหลัก


รู้เท่าทันไวรัส RSV เรื่องที่แม่ต้องรู้และเตรียมพร้อมเพื่อลูกก่อนจะสาย

ไวรัส RSV โรคระบาดอันตรายที่เด็ก ๆ ป่วยกันเยอะมากค่ะแต่พ่อแม่ป้องกันและดูแลได้นะคะ เรามาดูกันว่าไวรัส RSV อยู่ที่ไหน เลี่ยงอย่างไร และเมื่อลูกติดไวรัส RSV ต้องรักษาดูแลอย่างไร

รู้เท่าทันไวรัส RSV เรื่องที่แม่ต้องรู้และเตรียมพร้อมเพื่อลูกก่อนจะสาย
Description: ไวรัส RSV ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยค่ะ พ่อแม่บางคนเข้าใจว่าลูกจะติดก็ต่อเมื่อไปโรงเรียนแล้ว หรือเป็นเพราะลูกที่โตแล้ว แต่จริงๆ แล้วปัจจุบัน RSV ระบาดและติดลงไปถึงลูกทารกแรกเกิดได้ด้วยค่ะ ซึ่งเด็กเล็กๆ ที่ยังมีภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรงมากพอก็จะยิ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อ RSV มีภาวะแทรกซ้อน หรือในบางรายอาจเสียชีวิตได้เลย

ไวรัส RSV มาจากเชื้อโรคอะไร มีอยู่ที่ไหน อาการเป็นอย่างไร และต้องรักษาอย่างไร Love of Mom Thailand มีคำแนะนำที่พ่อแม่ต้องรู้เพื่อนำไปปฏิบัติกับลูก ป้องกันการติดไวรัส RSV กันค่ะ

ไวรัส RSV คืออะไร
Respiratory Syncytial virus หรือ RSV เป็นเชื้อไวรัสที่รู้จักกันมานานในวงการแพทย์ ซึ่ง RSV เป็นสาเหตุของอาการหรือโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจโดยเฉพาะในเด็กเล็ก

ร่างกายได้รับไวรัส RSV ได้อย่างไร
ไวรัส RSV จะพบมากและเจริญเติบโตได้ดีในช่วงที่มีอากาศชื้นโดยเฉพาะหน้าฝน แถมยังติดต่อกันได้ง่ายเพียงการสัมผัสใกล้ชิด หรือสัมผัสสารคัดหลั่งทางตาหรือจมูก และทางลมหายใจ

อันตรายของโวรัส RSV
ไวรัส RSV จะทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ มีอาการที่ดูเหมือนคล้ายเป็นหวัด แต่ไวรัส RSV ส่งผลกับหลอดลม อาจทำให้เกิดโรคหลอดลมฝอยอักเสบ ปอดบวม แต่หากมีอาการรุนแรง หรืออาการแทรกซ้อน อาจทำให้เสียชีวิตได้เนื่องจากระบบทางเดินหายใจล้มเหลว ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังว่าอาการที่ลูกเป็นอยู่นั้นเกิดจากไวรัส RSV หรือไม่

สัญญาณเตือนควรพาลูกไปหาหมอ
● มีไข้สูง คือไข้สูงมากกว่า 39 องศาเซลเซียส
● กินอาหาร หรือกินนมไม่ได้ มีอาการซึมลง
● ปากเขียว ตัวเขียว
● มีอาการไอหอบรุนแรงจนชายโครงหรือหน้าอกบุ๋ม
● หายใจลำบาก หอบ
● หายใจสั้น ๆ เร็ว ๆ เวลาหายใจมีเสียงวี๊ด

ลูกป่วยเป็นไวรัส RSV รักษาอย่างไร
ไวรัส RSV เป็นโรคจากเชื้อไวรัส ซึ่งคล้าย ๆ กับไข้หวัดซึ่งยังไม่มีรักษาได้ ทำได้เพียงรักษาตามอาการ คือถ้ามีไข้ก็ต้องเช็ดตัวลดไข้ ให้ยาลดไข้ พักผ่อนให้เพียงพอ แต่ถ้าในเด็กเล็กควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษไม่ให้เกิดอาการป่วยแทรกซ้อน ที่อาจทำให้อาการป่วยรุนแรง

วิธีป้องกัน ไวรัส RSV
● หลีกเลี่ยงการไปที่ที่แออัด หรือควรใส่หน้ากากอนามัยเมื่อต้องไปที่ที่อาจมีการติดต่อของเชื้อไวรัส
● ล้างมือ ฟอกสบู่ให้สะอาดอยู่เสมอ ก่อนอุ้มหรือเล่นกับลูก
● ระวังการเล่นกับลูกหรือเด็กเล็ก ไม่ควรให้ผู้ใหญ่จูบ หอมแก้ม อาจทำให้ลูกติดเชื้อไวรัส RSV ได้
● ทำความสะอาดข้าวของ เครื่องใช้ ของเล่น เฟอร์นิเจอร์ที่ลูก ๆ ต้องจับสัมผัสให้สะอาดเสมอ
● รับประทานที่สะอาดและปรุงสุกใหม่ ๆ
● ถ้าที่โรงเรียนมีเด็กป่วยจากไวรัส RSV ควรให้ลูกหยุดเรียนเพื่อป้องกันการติดต่อ

Love of Mom Thailand
รู้จริง รู้จักเลือก สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก

นมแม่

รู้จักนมแม่ 3 ระยะ ช่วงไหนดีที่สุดสำหรับลูก พลาดแล้วอาจไม่มีให้ลูกอีกเลย!
นมแม่ดีที่สุด หรือจะเรียกว่าเป็นสารอาหารจากรักของแม่ (Love of Mom) ก็ว่าได้ รู้ไหมว่าจริงๆ นมแม่มีระยะของนม และแต่ละระยะก็มีคุณค่าและสารอาหารที่ต่างกัน ที่แน่ๆ คือลูกพลาดไมได้แม้แต่ระยะเดียว เพราะสารอาหารในนมแม่ให้ทั้งพัฒนาการสมวัยและภูมิคุ้มกันที่ทำให้ลูกไม่ป่วยง่ายด้วย นมแม่ดีที่สุด หรือจะเรียกว่าเป็นสารอาหารจากรักของแม่ (Love of Mom) ก็ว่าได้ รู้ไหมว่าจริงๆ นมแม่มีระยะของนม และแต่ละระยะก็มีคุณค่าและสารอาหารที่ต่างกัน
ลูกกินนมแม่แล้วทำไมถ่ายบ่อย ผิดปกติมั้ย ท้องเสียหรือเปล่า?
ช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังคลอด ลูกมักจะถ่ายอุจจาระบ่อยจนแม่ ๆ หลายคนตกใจ ถ่ายกันจนก้นแดง เปลี่ยนผ้าอ้อมมือเป็นระวิง คุณแม่ที่ไม่มีประสบการณ์อาจจะตกใจว่าลูกท้องเสียหรือเปล่า เพราะหลายครั้งดูดนมแม่เสร็จก็ถ่ายออกมาทันที ซึ่งการที่เด็กเล็ก ๆ ที่กินนมแม่ ขับถ่ายบ่อยเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ สาเหตุหลักคือนมแม่ที่กินเข้าไปทำให้ลูกถ่ายบ่อย แต่ไม่ได้ท้องเสีย หรือมีอันตราย หากไม่ได้ถ่ายออกมามีมูกเลือด หรือลูกยังร่าเริงดี กินนมได้ตามปกติ ช่วง
ทำไม นมแม่ ถึงลดความเสี่ยงภูมิแพ้ได้ ไม่อยากให้ลูกเป็นภูมิแพ้ ต้องรู้ไว้!
ภูมิแพ้ โรคที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็น เพราะเป็นโรคที่หายยากและต้องดูแลตัวเองอย่างมาก โรคภูมิแพ้มีตัวกระตุ้นจากหลายแหล่ง เช่น แพ้ฝุ่น แพ้เกสรดอกไม้ แพ้นมวัว แพ้อาหารทะเล การดูแล รักษา และป้องกันจึงต้องต่างกันออกไปตามการกระตุ้นให้เกิดอาหารแพ้เช่นกัน หนึ่งในอาหารที่ดีที่สุดและอาหารแรกของเด็กๆ “นมแม่” ช่วยลดความเสี่ยงภูมิแพ้ได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย เคยสังเกตไหมว่าเด็กที่ดื่มนมแม่มักเป็นภูมิแพ้น้อยกว่าเด็กที่ไม่ได้ดื่มนมแม่ นั่นเป็นเพราะอะไร ภูมิแพ้ โรคที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็น เพราะเป็นโรคที่หายยากและต้องดูแลตัวเองอย่างมาก โรคภูมิแพ้มีตัวกระตุ้นจากหลายแหล่ง
นมแม่น้อย อยากให้นมแม่พุ่งปรี๊ด ไหลมาเทมา ลองทำตามนี้เลย!
นมแม่น้อย อยากให้นมแม่พุ่งปรี๊ด ไหลมาเทมา ลองทำตามนี้เลย!
นมแม่น้อย นมแม่ไม่มา กลัวน้ำนมไม่พอให้ลูก อยากให้นมแม่มาเยอะ ๆ พุ่งปรี๊ด ต้องทำอย่างไร มาเช็กกันดูว่าทำตามเคล็ดลับของเราครบหรือยัง ถ้าทำได้ตามนี้รับรองนมแม่ไหลมาเทมา เพิ่มขึ้นจนพอกับลูกแน่นอน นมแม่น้อย นมแม่ไม่มา กลัวน้ำนมไม่พอให้ลูก อยากให้นมแม่มาเยอะ ๆ พุ่งปรี๊ด ต้องทำอย่างไร มาเช็กกันดูว่าทำตามเคล็ดลับของเราครบหรือยัง ถ้าทำได้ตามนี้รับรองนมแม่ไหลมาเทมา เพิ่มขึ้นจนพอกับลูกแน่นอน ดื่มน้ำให้มากขึ้น ควรดื่มน้ำให้ได้วันละ
9 Do & Don’t เรื่องการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ
ตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปยาวๆ ก็ต้องรู้เรื่องที่ควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการปั๊มนมและการทำสต็อกนมแม่ค่ะ นี่คือ 9 Do & Don’t เรื่องการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปยาวๆ ก็ต้องรู้วิธีปั๊มนมแม่และการทำสต็อกนมแม่ที่ถูกต้องค่ะ เราลองมาดูกันว่าอะไรคือสิ่งที่แม่ให้นมควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ คุณแม่ควรใช้ภาชนะที่ผ่านการฆ่าเชื้อในการเก็บน้ำนม แนะนำให้ใช้เป็นขวดพลาสติกหรือถุงเก็บน้ำนมโดยเฉพาะที่ผ่านการฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว จะช่วยรักษาเซลล์เม็ดเลือดขาวในน้ำนมแม่ที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการติดเชื้อในการช่วยให้กักเก็บคุณค่าของน้ำนมแม่ไว้ได้ดีค่ะ คุณแม่ควรหมั่นตรวจเช็คตู้เก็บน้ำนม คุณแม่ควรหมั่นตรวจสอบตู้เก็บน้ำนม ว่าสภาพการใช้งานปกติอยู่หรือไม่ รวมถึงการเช็คปลั๊กที่เสียบและอุณหภูมิความเย็นของตู้ เพื่อการเก็บรักษาน้ำนมของลูกน้อย คุณแม่ควรเขียนหน้าถุงเก็บน้ำนมให้ชัดเจน ว่านมแต่ในแต่ละถุงที่ปั๊มเก็บวันไหน