หน้าหลัก


7 ทริคสุขภาพที่แม่ต้องรู้และทำให้ได้ถ้าไม่อยากให้ลูกป่วย

ถ้าไม่อยากให้ลูกป่วยบ่อย มาดูเคล็ดลับที่แม่ควรรู้หรือทำให้ได้เพื่อให้ลูกสุขภาพแข็งแรงและไม่เจ็บป่วยง่ายกันค่ะ

ลูกแข็งแรง ไม่ป่วยง่ายคือหนึ่งในสุดยอดความฝันในการดูแลลูกของคุณแม่ทุกคนเลยค่ะ แต่ปัจจุบันเชื้อโรครุนแรงมากขึ้นทุกวัน คุณแม่อย่างเราจะต้องป้องกันและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกอย่างไร Love of Mom Thailand มีคำแนะนำค่ะ

1. ให้ลูกกินนมแม่ตั้งแต่แรกเกิด
คุณแม่ทุกคนควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่แรกเกิด เพราะนมแม่มีสารอาหารกว่า 200 ชนิด ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย พัฒนาการต่าง ๆ และมีภูมิต้านทานในการต่อต้านเชื้อโรค ช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ โดยเฉพาะหัวน้ำนม หรือ โคลอสตรุม(colostrum) ซึ่งเป็นนมแม่ที่ออกมาในช่วงเวลา 24–36 ชั่วโมงแรกหลังคลอด เป็นน้ำนมที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่ทำหน้าที่เสริมสร้างและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายมากที่สุด

2. ล้างจมูก หยอดน้ำเกลือล้างจมูก
สำหรับทารกหรือลูกเล็กๆ ที่ยังสั่งน้ำมูกเองไม่ได้คุณแม่ต้องช่วยโดยการใช้น้ำเกลือสำหรับล้างแผลใส่หลอดฉีดยาค่อยๆ ฉีดล้างจมูกให้ลูก ลดความเหนียวของน้ำมูกและค่อยๆ ใช้ลูกยางดูดน้ำมูกออกมา ซึ่งการล้างจมูกจะช่วยให้ลูกหายใจได้คล่องขึ้น ลดน้ำมูก ทำให้จมูกสะอาด ลดโอกาสเจ็บป่วยจากหวัดได้

3. เช็ดทำความสะอาดสายสะดือ
การดูแลทำความสะอาดสะดือในช่วงที่สะดือยังไม่แห้ง แม่ต้องทำความสะอาดด้วยความระมัดระวัง และทั่วถึงโดยใช้สำลีก้านชุบแอลกอฮอล์ เช็ดถูทำความสะอาดรอบๆ สะดือ และหลังทำความสะอาด เปลี่ยนผ้าอ้อมต้องเช็ดสะดือให้แห้งทุกครั้งเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ถ้าหากสังเกตว่ามีหนอง รอยแดงควรไปหาคุณหมอเพราะอาจติดเชื้อได้

4. เคาะปอดระบายเสมหะ
วิธีที่ทำได้คือต้องรู้จักวิธีเคาะปอดเพื่อระบายเสมหะให้ลูก โดยหลักการคือ การทำมือเป็นกะเปาะแล้วใช้น้ำหนักให้พอเหมาะเคาะบริเวณเหนือกระดูกสะบักด้านหลัง หรือบริเวณหน้าอก เพื่อทำให้เกิดการสั่นสะเทือนไปยังปอด ช่วยระบายเสมหะที่ติดอยู่ตามเนื้อปอดและหลอดลมของลูกให้หลุดออกและระบายออกไปได้ง่ายขึ้นโดยการ¬ไอ หรือในเด็กเล็ก ๆ อาจใช้ลูกยางแดงดูดเสมหะดูด¬เสมหะออกมาอีกที

5. เช็ดเหงือก เช็ดลิ้น
อย่าคิดว่าเด็กทารกที่ยังไม่มีฟันไม่ต้องทำความสะอาดช่องปาก จริง ๆ แล้วควรเริ่มทำความสะอาดช่องปาก เช็ดเหงือก และลิ้นลูกตั้งแต่แรกเกิด โดยใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำต้มสุกสะอาด เช็ดเบาๆ ที่เหงือกและลิ้นวันละครั้ง เพื่อลดโอกาสเกิดเชื้อรา ฝ้าขาวที่เหงือกที่ลิ้น โดยเฉพาะเด็กที่ไม่ได้กินนมแม่ยิ่งมีโอกาสเกิดเชื้อราได้มาก

6. นวดไล่ลม จับเรอ
ทุกครั้งหลังให้ลูกกินนมแล้ว แม่ควรต้องจับลูกเรอเพื่อไล่ลมให้ลูก เพื่อช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายตัว ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุให้ลูกร้องงอแง ไม่สบายท้องได้ ตัวอย่างท่าไล่ลมที่นิยมคือ อุ้มลูกหันหน้าเข้าหาตัว วางศีรษะลูกบนบ่าหันหน้าไปด้านใดด้านหนึ่ง ใช้มือข้างที่ถนัดประคองต้นคอลูก ส่วนมืออีกข้างประคองก้นลูกไว้ การอุ้มลูกท่านี้ ไหล่ของคุณแม่จะช่วยนวดลิ้นปี่ของลูกเพื่อทำให้ลูกเรอ ไล่ลมในท้องออกมาได้

7. นวดท่อน้ำตาทารก
ในเด็กทารกจะมีน้ำตาไหลมาก ตาแฉะ โดยที่ไม่ได้ร้องไห้ อาจเกิดจากสาเหตุลิ้นเปิดปิดในท่อน้ำตาไม่เปิด หรือท่อน้ำตาอุดตัน ถ้าเป็นมากและเรื้อรังจะมีอาการระคายเคือง อักเสบจนกลายเป็นฝีหนองได้ ซึ่งคุณหมอมักแนะนำให้คุณแม่นวดท่อน้ำตาลูกดูก่อน และอาการก็จะหายไปได้ โดยการนวดท่อน้ำตา คือนวดบริเวณหัวตาซึ่งเป็นตำแหน่งของท่อน้ำตาที่อุดตันก่อน เพื่อเป็นการเพิ่มความดันภายในท่อน้ำตาซึ่งจะช่วยดันให้แผ่นพังผืดบางๆ ที่ขวางลิ้นเปิดปิดในท่อน้ำตาเปิดออก

Love of Mom Thailand
รู้จริง รู้จักเลือก สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก

นมแม่

รู้จักนมแม่ 3 ระยะ ช่วงไหนดีที่สุดสำหรับลูก พลาดแล้วอาจไม่มีให้ลูกอีกเลย!
นมแม่ดีที่สุด หรือจะเรียกว่าเป็นสารอาหารจากรักของแม่ (Love of Mom) ก็ว่าได้ รู้ไหมว่าจริงๆ นมแม่มีระยะของนม และแต่ละระยะก็มีคุณค่าและสารอาหารที่ต่างกัน ที่แน่ๆ คือลูกพลาดไมได้แม้แต่ระยะเดียว เพราะสารอาหารในนมแม่ให้ทั้งพัฒนาการสมวัยและภูมิคุ้มกันที่ทำให้ลูกไม่ป่วยง่ายด้วย นมแม่ดีที่สุด หรือจะเรียกว่าเป็นสารอาหารจากรักของแม่ (Love of Mom) ก็ว่าได้ รู้ไหมว่าจริงๆ นมแม่มีระยะของนม และแต่ละระยะก็มีคุณค่าและสารอาหารที่ต่างกัน
ลูกกินนมแม่แล้วทำไมถ่ายบ่อย ผิดปกติมั้ย ท้องเสียหรือเปล่า?
ช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังคลอด ลูกมักจะถ่ายอุจจาระบ่อยจนแม่ ๆ หลายคนตกใจ ถ่ายกันจนก้นแดง เปลี่ยนผ้าอ้อมมือเป็นระวิง คุณแม่ที่ไม่มีประสบการณ์อาจจะตกใจว่าลูกท้องเสียหรือเปล่า เพราะหลายครั้งดูดนมแม่เสร็จก็ถ่ายออกมาทันที ซึ่งการที่เด็กเล็ก ๆ ที่กินนมแม่ ขับถ่ายบ่อยเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ สาเหตุหลักคือนมแม่ที่กินเข้าไปทำให้ลูกถ่ายบ่อย แต่ไม่ได้ท้องเสีย หรือมีอันตราย หากไม่ได้ถ่ายออกมามีมูกเลือด หรือลูกยังร่าเริงดี กินนมได้ตามปกติ ช่วง
ทำไม นมแม่ ถึงลดความเสี่ยงภูมิแพ้ได้ ไม่อยากให้ลูกเป็นภูมิแพ้ ต้องรู้ไว้!
ภูมิแพ้ โรคที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็น เพราะเป็นโรคที่หายยากและต้องดูแลตัวเองอย่างมาก โรคภูมิแพ้มีตัวกระตุ้นจากหลายแหล่ง เช่น แพ้ฝุ่น แพ้เกสรดอกไม้ แพ้นมวัว แพ้อาหารทะเล การดูแล รักษา และป้องกันจึงต้องต่างกันออกไปตามการกระตุ้นให้เกิดอาหารแพ้เช่นกัน หนึ่งในอาหารที่ดีที่สุดและอาหารแรกของเด็กๆ “นมแม่” ช่วยลดความเสี่ยงภูมิแพ้ได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย เคยสังเกตไหมว่าเด็กที่ดื่มนมแม่มักเป็นภูมิแพ้น้อยกว่าเด็กที่ไม่ได้ดื่มนมแม่ นั่นเป็นเพราะอะไร ภูมิแพ้ โรคที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็น เพราะเป็นโรคที่หายยากและต้องดูแลตัวเองอย่างมาก โรคภูมิแพ้มีตัวกระตุ้นจากหลายแหล่ง
นมแม่น้อย อยากให้นมแม่พุ่งปรี๊ด ไหลมาเทมา ลองทำตามนี้เลย!
นมแม่น้อย อยากให้นมแม่พุ่งปรี๊ด ไหลมาเทมา ลองทำตามนี้เลย!
นมแม่น้อย นมแม่ไม่มา กลัวน้ำนมไม่พอให้ลูก อยากให้นมแม่มาเยอะ ๆ พุ่งปรี๊ด ต้องทำอย่างไร มาเช็กกันดูว่าทำตามเคล็ดลับของเราครบหรือยัง ถ้าทำได้ตามนี้รับรองนมแม่ไหลมาเทมา เพิ่มขึ้นจนพอกับลูกแน่นอน นมแม่น้อย นมแม่ไม่มา กลัวน้ำนมไม่พอให้ลูก อยากให้นมแม่มาเยอะ ๆ พุ่งปรี๊ด ต้องทำอย่างไร มาเช็กกันดูว่าทำตามเคล็ดลับของเราครบหรือยัง ถ้าทำได้ตามนี้รับรองนมแม่ไหลมาเทมา เพิ่มขึ้นจนพอกับลูกแน่นอน ดื่มน้ำให้มากขึ้น ควรดื่มน้ำให้ได้วันละ
9 Do & Don’t เรื่องการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ
ตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปยาวๆ ก็ต้องรู้เรื่องที่ควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการปั๊มนมและการทำสต็อกนมแม่ค่ะ นี่คือ 9 Do & Don’t เรื่องการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปยาวๆ ก็ต้องรู้วิธีปั๊มนมแม่และการทำสต็อกนมแม่ที่ถูกต้องค่ะ เราลองมาดูกันว่าอะไรคือสิ่งที่แม่ให้นมควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ คุณแม่ควรใช้ภาชนะที่ผ่านการฆ่าเชื้อในการเก็บน้ำนม แนะนำให้ใช้เป็นขวดพลาสติกหรือถุงเก็บน้ำนมโดยเฉพาะที่ผ่านการฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว จะช่วยรักษาเซลล์เม็ดเลือดขาวในน้ำนมแม่ที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการติดเชื้อในการช่วยให้กักเก็บคุณค่าของน้ำนมแม่ไว้ได้ดีค่ะ คุณแม่ควรหมั่นตรวจเช็คตู้เก็บน้ำนม คุณแม่ควรหมั่นตรวจสอบตู้เก็บน้ำนม ว่าสภาพการใช้งานปกติอยู่หรือไม่ รวมถึงการเช็คปลั๊กที่เสียบและอุณหภูมิความเย็นของตู้ เพื่อการเก็บรักษาน้ำนมของลูกน้อย คุณแม่ควรเขียนหน้าถุงเก็บน้ำนมให้ชัดเจน ว่านมแต่ในแต่ละถุงที่ปั๊มเก็บวันไหน