หน้าหลัก


7 เรื่องสุดทึ่งของร่างกายลูกที่แม่อาจไม่เคยรู้มาก่อน

ร่างกายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่มีเรื่องให้เราทึ่งได้มากมาย ร่างกายของลูกก็เช่นกัน 7 เรื่องต่อไปนี้คือเรื่องเกี่ยวกับร่างกายของลูกที่แม่อาจไม่เคยรู้มาก่อน

ร่างกายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่มีเรื่องให้เราทึ่งได้มากมาย ร่างกายของลูกก็เช่นกัน 7 เรื่องต่อไปนี้คือเรื่องเกี่ยวกับร่างกายของลูกที่แม่อาจไม่เคยรู้มาก่อน

1. ทารกสามารถคลานได้ทันทีที่เกิด
ในปี ค.ศ. 1987 สถาบันคาโรลินสกา (The Karolinska Institute) ในสวีเดนได้รวบรวมผลการศึกษาซึ่งพบว่า เมื่อจับทารกที่เช็ดตัวแล้วมาวางไว้บนหน้าอกของแม่หลังคลอด ทารกสามารถคลานไปหาหน้าอกของแม่เพื่อพยายามดูดนมได้ภายใน 1 ชั่วโมง ซึ่งนั่นอาจเป็นสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิตเพื่อเอาชีวิตรอดนั่นเอง

2. ทารกรู้จักเสียงแม่ตั้งแต่แรกเกิด
แรกเกิดทารกยังไม่สามารถได้ยินเสียงชัดเจน 100% เพราะยังมีของเหลวที่อยู่ในหูชั้นกลางอยู่ แต่เสียงที่ลูกรู้จักและจำได้ตั้งแต่แรกเกิดเลยคือเสียงของแม่ อาจจะเป็นเพราะลูกสามารถได้ยินเสียงแม่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์แล้ว

3. ทารกแรกเกิดร้องไห้ไม่มีน้ำตา
เราอาจเห็นทารกร้องไห้เป็นเรื่องปกติเมื่อแรกเกิด แต่แทบไม่เห็นหยดน้ำตาออกมาเลย นั่นเป็นเพราะในช่วงแรกเกิดต่อมน้ำตาของทารกผลิตน้ำตาเพื่อปกป้องและหล่อลื่นดวงตาเท่านั้น แต่ยังผลิตน้ำตาได้ไม่มากพอ ซึ่งเราจะเห็นน้ำตาของทารกมากขึ้นในช่วงอายุ 1-3 เดือนเป็นต้นไป

4. ทารกแรกเกิด มีกระดูกมากกว่าผู้ใหญ่
ทารกแรกเกิดมีกระดูกประมาณ 300 ชิ้น แต่เมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ กระดูกกลับเหลือเพียง 206 ชิ้น กระดูกที่หายไปเกิดจากการถูกเชื่อมต่อเป็นชิ้นเดียวกัน เมื่อร่างกายค่อยๆ เติบโตขึ้น ดังนั้นกระดูกของทารกในตอนแรกเกิดจึงมีมากกว่าผู้ใหญ่

5. ทารกหายใจได้มากกว่าผู้ใหญ่
อัตราการหายใจของเด็กทารกอยู่ที่ประมาณ 40 ครั้งต่อนาที ขณะที่ผู้ใหญ่จะหายใจประมาณ 12-20 ครั้งต่อนาที

6. ทารก 1 ใน 3 มีปานแต่กำเนิด
ทารกส่วนใหญ่ที่คลอดออกมาจะมีปานแต่กำเนิดติดตัวมาด้วย ซึ่งอาจจะมีขนาดเล็กใหญ่หรือชนิดปานที่แตกต่างกันไป และพบในเด็กผู้หญิงมากกว่าเด็กผู้ชาย

7. ทารกน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในเวลา 5 เดือน
ช่วง 4-5 เดือนแรกเป็นช่วงที่ลูกจะโตเร็วมาก น้ำหนักขึ้นเร็วเดือนละ 800 - 1,000 กรัม ทำให้ทารกมีน้ำหนักประมาณ 2 เท่าของน้ำหนักแรกเกิดในช่วงเดือนที่ 5 แต่หลังจากนี้น้ำหนักลูกก็จะค่อย ๆ ขึ้น

Love of Mom Thailand
รู้จริง รู้จักเลือก สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก

นมแม่

รู้จักนมแม่ 3 ระยะ ช่วงไหนดีที่สุดสำหรับลูก พลาดแล้วอาจไม่มีให้ลูกอีกเลย!
นมแม่ดีที่สุด หรือจะเรียกว่าเป็นสารอาหารจากรักของแม่ (Love of Mom) ก็ว่าได้ รู้ไหมว่าจริงๆ นมแม่มีระยะของนม และแต่ละระยะก็มีคุณค่าและสารอาหารที่ต่างกัน ที่แน่ๆ คือลูกพลาดไมได้แม้แต่ระยะเดียว เพราะสารอาหารในนมแม่ให้ทั้งพัฒนาการสมวัยและภูมิคุ้มกันที่ทำให้ลูกไม่ป่วยง่ายด้วย นมแม่ดีที่สุด หรือจะเรียกว่าเป็นสารอาหารจากรักของแม่ (Love of Mom) ก็ว่าได้ รู้ไหมว่าจริงๆ นมแม่มีระยะของนม และแต่ละระยะก็มีคุณค่าและสารอาหารที่ต่างกัน
ลูกกินนมแม่แล้วทำไมถ่ายบ่อย ผิดปกติมั้ย ท้องเสียหรือเปล่า?
ช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังคลอด ลูกมักจะถ่ายอุจจาระบ่อยจนแม่ ๆ หลายคนตกใจ ถ่ายกันจนก้นแดง เปลี่ยนผ้าอ้อมมือเป็นระวิง คุณแม่ที่ไม่มีประสบการณ์อาจจะตกใจว่าลูกท้องเสียหรือเปล่า เพราะหลายครั้งดูดนมแม่เสร็จก็ถ่ายออกมาทันที ซึ่งการที่เด็กเล็ก ๆ ที่กินนมแม่ ขับถ่ายบ่อยเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ สาเหตุหลักคือนมแม่ที่กินเข้าไปทำให้ลูกถ่ายบ่อย แต่ไม่ได้ท้องเสีย หรือมีอันตราย หากไม่ได้ถ่ายออกมามีมูกเลือด หรือลูกยังร่าเริงดี กินนมได้ตามปกติ ช่วง
ทำไม นมแม่ ถึงลดความเสี่ยงภูมิแพ้ได้ ไม่อยากให้ลูกเป็นภูมิแพ้ ต้องรู้ไว้!
ภูมิแพ้ โรคที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็น เพราะเป็นโรคที่หายยากและต้องดูแลตัวเองอย่างมาก โรคภูมิแพ้มีตัวกระตุ้นจากหลายแหล่ง เช่น แพ้ฝุ่น แพ้เกสรดอกไม้ แพ้นมวัว แพ้อาหารทะเล การดูแล รักษา และป้องกันจึงต้องต่างกันออกไปตามการกระตุ้นให้เกิดอาหารแพ้เช่นกัน หนึ่งในอาหารที่ดีที่สุดและอาหารแรกของเด็กๆ “นมแม่” ช่วยลดความเสี่ยงภูมิแพ้ได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย เคยสังเกตไหมว่าเด็กที่ดื่มนมแม่มักเป็นภูมิแพ้น้อยกว่าเด็กที่ไม่ได้ดื่มนมแม่ นั่นเป็นเพราะอะไร ภูมิแพ้ โรคที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็น เพราะเป็นโรคที่หายยากและต้องดูแลตัวเองอย่างมาก โรคภูมิแพ้มีตัวกระตุ้นจากหลายแหล่ง
นมแม่น้อย อยากให้นมแม่พุ่งปรี๊ด ไหลมาเทมา ลองทำตามนี้เลย!
นมแม่น้อย อยากให้นมแม่พุ่งปรี๊ด ไหลมาเทมา ลองทำตามนี้เลย!
นมแม่น้อย นมแม่ไม่มา กลัวน้ำนมไม่พอให้ลูก อยากให้นมแม่มาเยอะ ๆ พุ่งปรี๊ด ต้องทำอย่างไร มาเช็กกันดูว่าทำตามเคล็ดลับของเราครบหรือยัง ถ้าทำได้ตามนี้รับรองนมแม่ไหลมาเทมา เพิ่มขึ้นจนพอกับลูกแน่นอน นมแม่น้อย นมแม่ไม่มา กลัวน้ำนมไม่พอให้ลูก อยากให้นมแม่มาเยอะ ๆ พุ่งปรี๊ด ต้องทำอย่างไร มาเช็กกันดูว่าทำตามเคล็ดลับของเราครบหรือยัง ถ้าทำได้ตามนี้รับรองนมแม่ไหลมาเทมา เพิ่มขึ้นจนพอกับลูกแน่นอน ดื่มน้ำให้มากขึ้น ควรดื่มน้ำให้ได้วันละ
9 Do & Don’t เรื่องการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ
ตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปยาวๆ ก็ต้องรู้เรื่องที่ควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการปั๊มนมและการทำสต็อกนมแม่ค่ะ นี่คือ 9 Do & Don’t เรื่องการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปยาวๆ ก็ต้องรู้วิธีปั๊มนมแม่และการทำสต็อกนมแม่ที่ถูกต้องค่ะ เราลองมาดูกันว่าอะไรคือสิ่งที่แม่ให้นมควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ คุณแม่ควรใช้ภาชนะที่ผ่านการฆ่าเชื้อในการเก็บน้ำนม แนะนำให้ใช้เป็นขวดพลาสติกหรือถุงเก็บน้ำนมโดยเฉพาะที่ผ่านการฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว จะช่วยรักษาเซลล์เม็ดเลือดขาวในน้ำนมแม่ที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการติดเชื้อในการช่วยให้กักเก็บคุณค่าของน้ำนมแม่ไว้ได้ดีค่ะ คุณแม่ควรหมั่นตรวจเช็คตู้เก็บน้ำนม คุณแม่ควรหมั่นตรวจสอบตู้เก็บน้ำนม ว่าสภาพการใช้งานปกติอยู่หรือไม่ รวมถึงการเช็คปลั๊กที่เสียบและอุณหภูมิความเย็นของตู้ เพื่อการเก็บรักษาน้ำนมของลูกน้อย คุณแม่ควรเขียนหน้าถุงเก็บน้ำนมให้ชัดเจน ว่านมแต่ในแต่ละถุงที่ปั๊มเก็บวันไหน