หน้าหลัก


คู่มือแม่มือใหม่ 10 อาการของทารกแบบนี้ที่แม่ต้องเจอแน่

การเลี้ยงลูกแรกเกิดไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคุณแม่มือใหม่เลยใช่ไหมคะ นี่คือ 10 เรื่องที่เกิดกับลูกเล็กและมักทำให้คุณแม่เครียดไปตามๆ กัน แต่บอกเลยว่าเป็นอาการโดยปกติของทารกและคุณแม่สามารถรับมือได้แน่นอน

หลังคลอดลูก และกลับมาเลี้ยงลูกที่บ้านกันแล้ว เมื่อลูกมีอาการบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น อาจทำให้แม่ตกใจทำอะไรไม่ถูก คุณแม่ต้องเลิกวิตกและเตรียมรับมือกับ 10 อาการเหล่านี้ที่อาจเกิดขึ้นได้กับลูก ๆ

1. ผดผื่น ปัญหาเรื่องผด ผื่น ผิวหนังอักเสบ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย ๆ ในเด็กทารก เพราะผิวลูกยังบอบบาง ผดผื่นอาจมีทั้งผดผื่นทั่วไป ที่เป็นตุ่มสีแดงเม็ดเล็กๆ หรือตุ่มน้ำใส บริเวณไรผม หน้าผาก คอ หรืออาจจะเป็นลักษณะของสิวที่เป็นเม็ดเล็ก ๆ สีแดง หรือมีหัวสีขาว ซึ่งอาจเกิดจากต่อมไขมันของทารกที่ทำงานมากกว่าปกติ ซึ่งผดผื่น หรือสิวของลูกมักจะหายได้เองในช่วง 3-6 เดือน แต่ในช่วงนี้ต้องดูแลความสะอาดลูกให้ดี และตัดเล็บลูกให้สั้น ระวังไม่ให้ลูกแกะเกาบริเวณผดผื่น เพราะหากเกิดแผลอาจทำให้เกิดติดเชื้อได้

2. มีผื่นแดง ขุยสะเก็ดที่ศีรษะ หากลูกมีแผ่นสะเก็ดบางๆ สีขาวที่ศีรษะ เป็นขุยสีเหลือง มันวาว หรือมีผื่นแดงด้วย เป็นไปได้ว่าเป็นต่อมไขมันที่ศีรษะอักเสบในทารก ซึ่งสาเหตุหนึ่งคือ ต่อมไขมันถูกกระตุ้นด้วยฮอร์โมนจากแม่ขณะตั้งครรภ์ ทำให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น ผลิตไขมันออกมามาก เกิดการอุดตันของท่อมไขมัน ซึ่งในเด็กทารกส่วนใหญ่จะมีอาการในช่วง 3 เดือนแรกหลังคลอด และอาการจะค่อยดีขึ้นเมื่อเด็กโตขึ้น เพราะต่อมไขมันจะเริ่มฝ่อลงเรื่อยๆ แต่หากมีอาการนานกว่านั้นหรืออาการรุนแรงอาจจะต้องไปหาคุณหมออีกครั้ง

3. ลูกขาโก่ง ความเชื่อหลายคนเห็นลูกขาโก่งไม่ตรงกลัวลูกจะผิดปกติ แต่จริง ๆ แล้วเด็กเล็ก ๆ มีภาวะรูปร่างของขาที่โก่ง หรือไม่ตรงได้เป็นปกติธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องดัดขา เพราะเมื่อลูกค่อย ๆ โตขึ้นขาก็จะกลับมาตรงปกติ ยกเว้นว่าลูกอายุ 2-3 ขวบแล้วขายังโก่ง ไม่ตรง มีการเดินผิดปกติ ล้มบ่อย อาจจะต้องมาให้คุณหมอวินิจฉัยหาความผิดปกติ

4. ลูกสะอึก ลูกสะอึกเป็นเรื่องปกติของเด็กทารก ถ้าสะอึกแล้วหายไม่มีอันตรายอะไร เมื่อลูกอายุประมาณ 4-5 เดือนจะค่อย ๆ หายไปเอง ที่ลูกสะอึกเนื่องจากกล้ามเนื้อกระบังลมทำงานไม่สัมพันธ์กับการหายใจเข้าออก ตอนกำลังกลืนนมเลยทำให้ลูกสะอึก แต่หากสะอึกเป็นเวลานานไม่หาย หรือมีอาเจียนร่วมด้วยควรรีบไปพบคุณหมอค่ะ

5. สะดุ้ง ผวา หลังคลอดใหม่ ๆ ลูกจะมีอาการสะดุ้งผวาได้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม จากที่อยู่ในท้องของแม่มาตลอด เมื่อออกมาเจอกับเสียง กับแสง สภาพแวดล้อมก็ทำให้ลูกยังมีอาการสะดุ้งผวาตกใจได้ง่าย ไม่มีอันตรายใด ๆ แต่อาจทำให้ลูกโยเย งอแง ในช่วงนี้คุณแม่ควรใช้ผ้าห่อตัวลูกอย่างถูกวิธี จะทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ในท้องแม่ และช่วยลดอาการสะดุ้งผวาได้

6. กะหม่อมหรือกะโหลกลูกนิ่มยุบ เมื่อใช้มือคลำไปที่ศีรษะของลูกจะพบว่าส่วนของศีรษะด้านบน หรือด้านหลังบางส่วนยังนิ่ม ๆ หรือเห็นรอยบุ๋มยุบ ไม่ต้องตกใจไปค่ะ เพราะกระหม่อมส่วนหน้าและส่วนหลังของเด็กทารกจะยังไม่ปิดสนิทดี ซึ่งต้องใช้เวลา 6-18 เดือน กว่ากระหม่อมจะปิดสนิทดี ซึ่งเป็นช่วงที่พ่อแม่ต้องระวังไม่ให้มีของแข็งมากระทบศีรษะลูกรุนแรง หรือคอยสังเกตหากกระหม่อมยุบลง หรือนูนขึ้นผิดปกติ ควรไปปรึกษาคุณหมอค่ะ

7. ลิ้นเป็นฝ้าขาว หากคุณแม่สังเกตลิ้นลูกเป็นฝ้าขาวอาจเกิดจากให้ลูกกินนมผสมแล้วไม่ได้กินน้ำตาม ไม่ได้เช็ดทำความสะอาดทำให้เกิดเป็นคราบสะสม หรืออาจเกิดจากเชื้อราในธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้กับเด็กทารก ซึ่งโดยปกติจะหายไปได้เอง แต่หากสังเกตว่าลูกงอแง กินนม หรืออาหารเสริมไม่ได้ อาจเป็นเพราะมีอาการเจ็บปาก เนื่องจากเชื้อราได้ ควรพาลูกไปหาคุณหมอค่ะ

8. ลูกไม่อึ ในทารกที่กินนมแม่อาจจะไม่ถ่ายทุกวัน เป็นไปได้ว่านมแม่ย่อยง่าย จึงทำให้เหลือกากใยเป็นอุจจาระน้อย ทำให้ลูกไม่ได้ถ่ายทุกวัน จนแม่กลัวว่าลูกท้องผูกหรือเปล่า แต่ลองสังเกตว่าถ้าลูกถ่ายออกมาเป็นครีมเหนียวดี ไม่เป็นก้อนแข็ง หรือลูกไม่ต้องเบ่งจนหน้าแดง ก้นแดง แสดงว่าลูกยังขับถ่ายได้เป็นปกติถึงแม้จะไม่ได้ถ่ายออกมาทุกวัน ไม่ต้องกังวลไปค่ะ

9. ลูกอึเหลว เด็กที่กินนมแม่ล้วนมักจะอึเหลวจนคุณแม่กลัวว่าลูกท้องเสียหรือเปล่า แต่ทารกที่กินนมแม่มักจะอึเหลวเป็นปกติ ซึ่งเมื่ออายุมากขึ้นจะค่อย ๆ ถ่ายเป็นเนื้อมากขึ้น บางครั้งอึลูกที่กินนมแม่อาจมีสีที่แตกต่างกัน ซึ่งอาจจะขึ้นอยู่กับสิ่งที่แม่กินเข้าไปด้วย แต่หากอึลูกไม่มีกลิ่นผิดปกติ หรือไม่มีมูกเลือด ลูกกินนมได้ปกติ ร่าเริง ไม่งอแง ไม่ซึม ก็ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ

10. ลูกตัวเหลือง หากคลอดออกมาแล้วคุณหมอวินิจฉัยว่าลูกตัวเหลืองแบบปกติสามารถกลับมาอยู่บ้านได้ เพราะเด็กตัวเหลืองปกติเกิดขึ้นได้ และจะหายเองราว 2 สัปดาห์ ไม่มีอันตราย แต่ระหว่างนี้แม่อาจจะสังเกตว่าถ้าลูกมีไข้ ซึม อุจจาระสีซีด หรือปัสสาวะสีเข้มอาจจะพาลูกมาพบคุณหมอเพื่อดูอาการเพื่อความแน่ใจอีกครั้งหนึ่ง

Love of Mom Thailand
รู้จริง รู้จักเลือก สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก

นมแม่

รู้จักนมแม่ 3 ระยะ ช่วงไหนดีที่สุดสำหรับลูก พลาดแล้วอาจไม่มีให้ลูกอีกเลย!
นมแม่ดีที่สุด หรือจะเรียกว่าเป็นสารอาหารจากรักของแม่ (Love of Mom) ก็ว่าได้ รู้ไหมว่าจริงๆ นมแม่มีระยะของนม และแต่ละระยะก็มีคุณค่าและสารอาหารที่ต่างกัน ที่แน่ๆ คือลูกพลาดไมได้แม้แต่ระยะเดียว เพราะสารอาหารในนมแม่ให้ทั้งพัฒนาการสมวัยและภูมิคุ้มกันที่ทำให้ลูกไม่ป่วยง่ายด้วย นมแม่ดีที่สุด หรือจะเรียกว่าเป็นสารอาหารจากรักของแม่ (Love of Mom) ก็ว่าได้ รู้ไหมว่าจริงๆ นมแม่มีระยะของนม และแต่ละระยะก็มีคุณค่าและสารอาหารที่ต่างกัน
ลูกกินนมแม่แล้วทำไมถ่ายบ่อย ผิดปกติมั้ย ท้องเสียหรือเปล่า?
ช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังคลอด ลูกมักจะถ่ายอุจจาระบ่อยจนแม่ ๆ หลายคนตกใจ ถ่ายกันจนก้นแดง เปลี่ยนผ้าอ้อมมือเป็นระวิง คุณแม่ที่ไม่มีประสบการณ์อาจจะตกใจว่าลูกท้องเสียหรือเปล่า เพราะหลายครั้งดูดนมแม่เสร็จก็ถ่ายออกมาทันที ซึ่งการที่เด็กเล็ก ๆ ที่กินนมแม่ ขับถ่ายบ่อยเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ สาเหตุหลักคือนมแม่ที่กินเข้าไปทำให้ลูกถ่ายบ่อย แต่ไม่ได้ท้องเสีย หรือมีอันตราย หากไม่ได้ถ่ายออกมามีมูกเลือด หรือลูกยังร่าเริงดี กินนมได้ตามปกติ ช่วง
ทำไม นมแม่ ถึงลดความเสี่ยงภูมิแพ้ได้ ไม่อยากให้ลูกเป็นภูมิแพ้ ต้องรู้ไว้!
ภูมิแพ้ โรคที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็น เพราะเป็นโรคที่หายยากและต้องดูแลตัวเองอย่างมาก โรคภูมิแพ้มีตัวกระตุ้นจากหลายแหล่ง เช่น แพ้ฝุ่น แพ้เกสรดอกไม้ แพ้นมวัว แพ้อาหารทะเล การดูแล รักษา และป้องกันจึงต้องต่างกันออกไปตามการกระตุ้นให้เกิดอาหารแพ้เช่นกัน หนึ่งในอาหารที่ดีที่สุดและอาหารแรกของเด็กๆ “นมแม่” ช่วยลดความเสี่ยงภูมิแพ้ได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย เคยสังเกตไหมว่าเด็กที่ดื่มนมแม่มักเป็นภูมิแพ้น้อยกว่าเด็กที่ไม่ได้ดื่มนมแม่ นั่นเป็นเพราะอะไร ภูมิแพ้ โรคที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็น เพราะเป็นโรคที่หายยากและต้องดูแลตัวเองอย่างมาก โรคภูมิแพ้มีตัวกระตุ้นจากหลายแหล่ง
นมแม่น้อย อยากให้นมแม่พุ่งปรี๊ด ไหลมาเทมา ลองทำตามนี้เลย!
นมแม่น้อย อยากให้นมแม่พุ่งปรี๊ด ไหลมาเทมา ลองทำตามนี้เลย!
นมแม่น้อย นมแม่ไม่มา กลัวน้ำนมไม่พอให้ลูก อยากให้นมแม่มาเยอะ ๆ พุ่งปรี๊ด ต้องทำอย่างไร มาเช็กกันดูว่าทำตามเคล็ดลับของเราครบหรือยัง ถ้าทำได้ตามนี้รับรองนมแม่ไหลมาเทมา เพิ่มขึ้นจนพอกับลูกแน่นอน นมแม่น้อย นมแม่ไม่มา กลัวน้ำนมไม่พอให้ลูก อยากให้นมแม่มาเยอะ ๆ พุ่งปรี๊ด ต้องทำอย่างไร มาเช็กกันดูว่าทำตามเคล็ดลับของเราครบหรือยัง ถ้าทำได้ตามนี้รับรองนมแม่ไหลมาเทมา เพิ่มขึ้นจนพอกับลูกแน่นอน ดื่มน้ำให้มากขึ้น ควรดื่มน้ำให้ได้วันละ
9 Do & Don’t เรื่องการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ
ตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปยาวๆ ก็ต้องรู้เรื่องที่ควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการปั๊มนมและการทำสต็อกนมแม่ค่ะ นี่คือ 9 Do & Don’t เรื่องการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปยาวๆ ก็ต้องรู้วิธีปั๊มนมแม่และการทำสต็อกนมแม่ที่ถูกต้องค่ะ เราลองมาดูกันว่าอะไรคือสิ่งที่แม่ให้นมควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ คุณแม่ควรใช้ภาชนะที่ผ่านการฆ่าเชื้อในการเก็บน้ำนม แนะนำให้ใช้เป็นขวดพลาสติกหรือถุงเก็บน้ำนมโดยเฉพาะที่ผ่านการฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว จะช่วยรักษาเซลล์เม็ดเลือดขาวในน้ำนมแม่ที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการติดเชื้อในการช่วยให้กักเก็บคุณค่าของน้ำนมแม่ไว้ได้ดีค่ะ คุณแม่ควรหมั่นตรวจเช็คตู้เก็บน้ำนม คุณแม่ควรหมั่นตรวจสอบตู้เก็บน้ำนม ว่าสภาพการใช้งานปกติอยู่หรือไม่ รวมถึงการเช็คปลั๊กที่เสียบและอุณหภูมิความเย็นของตู้ เพื่อการเก็บรักษาน้ำนมของลูกน้อย คุณแม่ควรเขียนหน้าถุงเก็บน้ำนมให้ชัดเจน ว่านมแต่ในแต่ละถุงที่ปั๊มเก็บวันไหน