หน้าหลัก


7 เรื่องที่พ่อแม่ต้องรู้ เพื่อความปลอดภัยของลูกเล็ก

ความปลอดภัยของลูกเป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่ทุกคนคำนึงถึงเป็นเรื่องแรก ๆ แต่ก็มีบางครั้งที่พ่อแม่อาจจะประมาทหรือนึกไม่ถึงจนทำอันตรายกับลูกเล็ก นี่คือ 7 เรื่องที่พ่อแม่ไม่ควรทำกับลูกเล็กเพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้

ความปลอดภัยของลูกเป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่ทุกคนคำนึงถึงเป็นเรื่องแรก ๆ แต่ก็มีบางครั้งที่พ่อแม่อาจจะประมาท หรือนึกไม่ถึง และทำพลาดกับลูกไป มีเรื่องควรเลี่ยงหรือควรระวังอะไรบ้าง ที่ไม่ควรทำกับลูกเด็ดขาด

1. ห้ามยกดึงแขนลูก คุณพ่อหลายคนอยากเล่นกับลูก โดยดึงแขนลูกยกขึ้น โดยหารู้ไม่ว่ากระดูกข้อต่อที่ไม่แข็งแรงของลูกอาจจะหลุดได้ ดังนั้นห้ามเล่นกับลูกโดยจับแขนดึงขึ้นนะคะ

2. ห้ามเขย่าตัวลูก อาจจะด้วยความไม่ตั้งใจที่พ่อแม่หลายคนจับลูกแกว่งหรือเขย่าตัวลูกแรงเกินไป ซึ่งอาจส่งผลให้เกิด Shaken Baby Syndrome เพราะแรงเขย่านั้นจะทำให้เนื้อสมองกระแทกกับกะโหลกศีรษะ จนสมองได้รับการกระทบกระเทือนและมีเลือดออก ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบให้พิการทางสมอง หรือเสียชีวิตได้เลยค่ะ

3. ห้ามให้ลูกกินกล้วย-ข้าวก่อน 6 เดือน ช่วงแรกลำไส้ของเด็กทารกยังเติบโตไม่เต็มที่ และยังไม่พร้อมสำหรับการย่อยอาหาร ในช่วงแรกเกิดก่อน 6 เดือน จึงยังไม่ควรให้อาหารเสริมกับลูก ไม่ว่าจะกล้วยบด ข้าวบดกับลูก เพราะอาจทำให้ลำไส้ทารกอุดตันและเป็นอันตรายได้

4. ห้ามให้ลูกนั่งบนรถไม่ใช้คาร์ซีท ถึงแม้ลูกเพิ่งคลอดก็สามารถใช้คาร์ซีทได้ พ่อแม่บางคนใช้วิธีอุ้มลูกนั่งบนตัก ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ปลอดภัย หากเกิดอุบัติเหตุลูกอาจกระเด็นออกจากตัวแม่ได้ ควรหัดให้ลูกนั่งคาร์ซีทตั้งแต่เล็ก ๆ เพื่อความปลอดภัยและให้ลูกคุ้นชินไม่งอแงเมื่อโตขึ้นด้วยค่ะ

5. ห้ามให้ลูกนอนคว่ำ ท่านอนคว่ำเป็นท่าที่ผู้ใหญ่สมัยก่อนนิยมให้ลูกนอนเพราะเชื่อว่าทำให้หัวลูกทุยสวย แต่ท่านอนคว่ำเป็นท่านอนที่อันตราย เพราะเด็กอาจหายใจไม่ออกหรือเกิดภาวะเสียชีวิตเฉียบพลันในเด็กทารก (SIDS) ขึ้นได้ ซึ่งหากอยากให้ลูกนอนคว่ำสามารถทำได้ โดยจับลูกนอนคว่ำตอนที่ลูกตื่น และมีผู้ใหญ่คอยดูอยู่ใกล้ ๆ ไม่คลาดสายตา

6. ห้ามใช้รถหัดเดิน รถหัดเดินแบบเก่าที่ให้เด็กลงไปนั่งตรงกลางแล้วเด็กเดินไปมาเสี่ยงกับการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เพราะเด็กยังควบคุมทิศทางไม่ได้ และหากพื้นไม่เรียบ รถหัดเดินอาจจะล้มหรือชนสิ่งของจนเกิดอุบัติเหตุกับลูกได้

7. ห้ามลูกอยู่กับสัตว์เลี้ยงลำพัง ถึงแม้จะเป็นสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงมานาน หรือมั่นใจว่าเชื่องไม่ทำอันตรายกับลูก แต่สำหรับเด็กทารกเล็ก ๆ พ่อแม่ก็ไม่ควรวางใจให้ลูกอยู่กับสัตว์เลี้ยงลำพังนะคะ

นอกจากทั้ง 7 เรื่องนี้แล้วยังมีเรื่องที่ควรหลีกเลี่ยงอีกหลายเรื่องที่ไม่ควรทำกับลูก ซึ่งพ่อแม่ต้องรู้เท่าทันและห้ามประมาทในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เด็ดขาด บางเรื่องที่เราคิดว่าไม่เห็นจะอันตรายเลย แต่สำหรับเด็กเล็กแล้วอาจเป็นเรื่องอันตรายถึงชีวิตได้ สิ่งสำคัญคือพ่อแม่ห้ามทิ้งลูกไว้ลำพัง หรือปล่อยให้คลาดสายตาเด็ดขาดค่ะ

Love of Mom Thailand
รู้จริง รู้จักเลือก สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก

นมแม่

รู้จักนมแม่ 3 ระยะ ช่วงไหนดีที่สุดสำหรับลูก พลาดแล้วอาจไม่มีให้ลูกอีกเลย!
นมแม่ดีที่สุด หรือจะเรียกว่าเป็นสารอาหารจากรักของแม่ (Love of Mom) ก็ว่าได้ รู้ไหมว่าจริงๆ นมแม่มีระยะของนม และแต่ละระยะก็มีคุณค่าและสารอาหารที่ต่างกัน ที่แน่ๆ คือลูกพลาดไมได้แม้แต่ระยะเดียว เพราะสารอาหารในนมแม่ให้ทั้งพัฒนาการสมวัยและภูมิคุ้มกันที่ทำให้ลูกไม่ป่วยง่ายด้วย นมแม่ดีที่สุด หรือจะเรียกว่าเป็นสารอาหารจากรักของแม่ (Love of Mom) ก็ว่าได้ รู้ไหมว่าจริงๆ นมแม่มีระยะของนม และแต่ละระยะก็มีคุณค่าและสารอาหารที่ต่างกัน
ลูกกินนมแม่แล้วทำไมถ่ายบ่อย ผิดปกติมั้ย ท้องเสียหรือเปล่า?
ช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังคลอด ลูกมักจะถ่ายอุจจาระบ่อยจนแม่ ๆ หลายคนตกใจ ถ่ายกันจนก้นแดง เปลี่ยนผ้าอ้อมมือเป็นระวิง คุณแม่ที่ไม่มีประสบการณ์อาจจะตกใจว่าลูกท้องเสียหรือเปล่า เพราะหลายครั้งดูดนมแม่เสร็จก็ถ่ายออกมาทันที ซึ่งการที่เด็กเล็ก ๆ ที่กินนมแม่ ขับถ่ายบ่อยเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ สาเหตุหลักคือนมแม่ที่กินเข้าไปทำให้ลูกถ่ายบ่อย แต่ไม่ได้ท้องเสีย หรือมีอันตราย หากไม่ได้ถ่ายออกมามีมูกเลือด หรือลูกยังร่าเริงดี กินนมได้ตามปกติ ช่วง
ทำไม นมแม่ ถึงลดความเสี่ยงภูมิแพ้ได้ ไม่อยากให้ลูกเป็นภูมิแพ้ ต้องรู้ไว้!
ภูมิแพ้ โรคที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็น เพราะเป็นโรคที่หายยากและต้องดูแลตัวเองอย่างมาก โรคภูมิแพ้มีตัวกระตุ้นจากหลายแหล่ง เช่น แพ้ฝุ่น แพ้เกสรดอกไม้ แพ้นมวัว แพ้อาหารทะเล การดูแล รักษา และป้องกันจึงต้องต่างกันออกไปตามการกระตุ้นให้เกิดอาหารแพ้เช่นกัน หนึ่งในอาหารที่ดีที่สุดและอาหารแรกของเด็กๆ “นมแม่” ช่วยลดความเสี่ยงภูมิแพ้ได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย เคยสังเกตไหมว่าเด็กที่ดื่มนมแม่มักเป็นภูมิแพ้น้อยกว่าเด็กที่ไม่ได้ดื่มนมแม่ นั่นเป็นเพราะอะไร ภูมิแพ้ โรคที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็น เพราะเป็นโรคที่หายยากและต้องดูแลตัวเองอย่างมาก โรคภูมิแพ้มีตัวกระตุ้นจากหลายแหล่ง
นมแม่น้อย อยากให้นมแม่พุ่งปรี๊ด ไหลมาเทมา ลองทำตามนี้เลย!
นมแม่น้อย อยากให้นมแม่พุ่งปรี๊ด ไหลมาเทมา ลองทำตามนี้เลย!
นมแม่น้อย นมแม่ไม่มา กลัวน้ำนมไม่พอให้ลูก อยากให้นมแม่มาเยอะ ๆ พุ่งปรี๊ด ต้องทำอย่างไร มาเช็กกันดูว่าทำตามเคล็ดลับของเราครบหรือยัง ถ้าทำได้ตามนี้รับรองนมแม่ไหลมาเทมา เพิ่มขึ้นจนพอกับลูกแน่นอน นมแม่น้อย นมแม่ไม่มา กลัวน้ำนมไม่พอให้ลูก อยากให้นมแม่มาเยอะ ๆ พุ่งปรี๊ด ต้องทำอย่างไร มาเช็กกันดูว่าทำตามเคล็ดลับของเราครบหรือยัง ถ้าทำได้ตามนี้รับรองนมแม่ไหลมาเทมา เพิ่มขึ้นจนพอกับลูกแน่นอน ดื่มน้ำให้มากขึ้น ควรดื่มน้ำให้ได้วันละ
9 Do & Don’t เรื่องการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ
ตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปยาวๆ ก็ต้องรู้เรื่องที่ควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการปั๊มนมและการทำสต็อกนมแม่ค่ะ นี่คือ 9 Do & Don’t เรื่องการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปยาวๆ ก็ต้องรู้วิธีปั๊มนมแม่และการทำสต็อกนมแม่ที่ถูกต้องค่ะ เราลองมาดูกันว่าอะไรคือสิ่งที่แม่ให้นมควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ คุณแม่ควรใช้ภาชนะที่ผ่านการฆ่าเชื้อในการเก็บน้ำนม แนะนำให้ใช้เป็นขวดพลาสติกหรือถุงเก็บน้ำนมโดยเฉพาะที่ผ่านการฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว จะช่วยรักษาเซลล์เม็ดเลือดขาวในน้ำนมแม่ที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการติดเชื้อในการช่วยให้กักเก็บคุณค่าของน้ำนมแม่ไว้ได้ดีค่ะ คุณแม่ควรหมั่นตรวจเช็คตู้เก็บน้ำนม คุณแม่ควรหมั่นตรวจสอบตู้เก็บน้ำนม ว่าสภาพการใช้งานปกติอยู่หรือไม่ รวมถึงการเช็คปลั๊กที่เสียบและอุณหภูมิความเย็นของตู้ เพื่อการเก็บรักษาน้ำนมของลูกน้อย คุณแม่ควรเขียนหน้าถุงเก็บน้ำนมให้ชัดเจน ว่านมแต่ในแต่ละถุงที่ปั๊มเก็บวันไหน