หน้าหลัก


7 เรื่องแม่ท้องต้องทำให้ครบ ถ้าอยากให้ลูกแข็งแรง ภูมิคุ้มกันดีตั้งแต่แรกคลอด

สุขภาพของลูกในท้องสำคัญที่สุด ยิ่งถ้าภูมิคุ้มกันดีด้วยแม่จะยิ่งปลื้ม ถ้าอยากให้ลูกมีความพร้อมขนาดนี้ แม่ท้องต้องทำ 7 เรื่องนี้ให้ได้

7 เรื่องแม่ท้องต้องทำให้ครบ ถ้าอยากให้ลูกแข็งแรง ภูมิคุ้มกันดีตั้งแต่แรกคลอด

ลูกในท้องจะแข็งแรงไหม ลูกจะครบ 32 ไหม ลูกจะมีโรคแทรกซ้อนไหม ทำยังไงลูกในท้องจะแข็งแรง คลอดแล้วจะภูมิคุ้มกันดีไหม แม่จะต้องทำยังไงให้ลูกในท้องแข็งแรง สารพัดความกังวลนี้จะเบาลงแน่ๆ ถ้าคุณแม่ทำตาม 7 ข้อนี้ได้ เริ่มเลย!

  1. ฝากครรภ์ พบหมอตามนัด เมื่อรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ จะช้าหรือเร็วก็ให้รีบไปพบคุณหมอเพื่อตรวจ และฝากครรภ์ก่อนเลยค่ะ คุณหมอจะได้ให้คำแนะนำต่าง ๆ ได้ถูกต้อง และเมื่อคุณหมอนัดก็ไปพบคุณหมอตามนัดทุกครั้ง ถ้ามีข้อสงสัยอะไรก็จดไว้เตรียมไปถามคุณหมอได้นะคะ
  2. กินยาให้ครบ วิตามินให้เพียงพอ หลังจากไปฝากครรภ์ คุณแม่อาจจะได้ยาหรือวิตามินบำรุงมา ซึ่งควรกินให้ครบถามคุณหมอสั่ง ซึ่งยาบางชนิดก็อาจมีผลข้างเคียงได้ ก็ให้กินตามคำแนะนำของคุณหมอดีที่สุดค่ะ ส่วนวิตามินที่คุณหมอมักจะสั่งให้กินเมื่อตั้งครรภ์มีทั้ง โฟลิค วิตามินบีรวม ธาตุเหล็ก แคลเซียม เป็นต้น ส่วนวิตามินที่ไม่จำเป็นต้องกินเสริมเพราะอาจจะอันตรายกับลูกในท้องหากได้รับมากเกินไป คือ วิตามินเอ2. กินยาให้ครบ วิตามินให้เพียงพอ หลังจากไปฝากครรภ์ คุณแม่อาจจะได้ยาหรือวิตามินบำรุงมา ซึ่งควรกินให้ครบถามคุณหมอสั่ง ซึ่งยาบางชนิดก็อาจมีผลข้างเคียงได้ ก็ให้กินตามคำแนะนำของคุณหมอดีที่สุดค่ะ ส่วนวิตามินที่คุณหมอมักจะสั่งให้กินเมื่อตั้งครรภ์มีทั้ง โฟลิค วิตามินบีรวม ธาตุเหล็ก แคลเซียม เป็นต้น ส่วนวิตามินที่ไม่จำเป็นต้องกินเสริมเพราะอาจจะอันตรายกับลูกในท้องหากได้รับมากเกินไป คือ วิตามินเอ
  3. เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ เสริมภูมิต้านทาน อาหารอะไรควรกิน อาหารอะไรควรหลีกเลี่ยง คุณหมอมักจะมีคำแนะนำ หรือคู่มือให้มาอยู่แล้ว แต่นอกจากนี้การหาข้อมูลอาหารที่มีประโยชน์สำหรับบำรุง เสริมสร้างภูมิคุ้มกันลูก ๆ ตั้งแต่ในครรภ์ก็จำเป็นด้วยค่ะ เพราะอาหารที่แม่ท้องกินเข้าไปจะส่งต่อไปถึงลูกน้อยด้วย จึงต้องเลือกกินแต่ของดีมีประโยชน์
  4. ออกกำลังเบาๆ ให้ร่างกายแอคทีฟ ถึงแม้จะตั้งท้องแม่ท้องก็ควรทำร่างกายให้แอคทีฟ กระฉับกระเฉงตลอดเวลา จะช่วยให้แข็งแรง ลดอาการปวดเมื่อยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากช่วงตั้งครรภ์ได้ ยิ่งเริ่มออกกำลังกายตั้งแต่ท้องอ่อน ๆ ก็จะช่วยเสริมสร้างให้กล้ามเนื้อแข็งแรงสามารถรองรับขนาดหน้าท้องที่ค่อย ๆ โตขึ้นทุกวันได้ค่ะ อาการปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดขาก็จะน้อยลง และยังช่วยให้ฟื้นตัวหลังคลอดได้เร็วอีกด้วย
  5. ร่าเริง แฮปปี้ไว้ ห้ามเครียด ช่วงตั้งครรภ์เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนผู้หญิงมาก นอกจากร่างกายที่เปลี่ยนแปลงแล้ว แม่ท้องก็อาจมีอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ เหวี่ยงวีนกันได้ง่าย ๆ แต่ช่วงท้องเป็นช่วงที่ต้องพยายามทำตัวให้ร่าเริง อารมณ์ดีไว้เสมอค่ะ เพราะอารมณ์และความเครียดของแม่ท้องจะส่งผลไปถึงลูกในท้องได้เช่นกัน ถ้าตอนตั้งท้องแม่มีความสุข อารมณ์ดี ก็จะส่งผลให้ลูกที่คลอดออกมาร่าเริง ไม่งอแง เลี้ยงง่าย แฮปปี้ตามแม่ไปด้วยค่ะ
  6. ดื่มน้ำให้เพียงพอ ในช่วงตั้งครรภ์ การดื่มน้ำให้เพียงพอสำคัญกับลูกในท้อง เพราะน้ำจะช่วยให้ระบบการไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น ทำให้การไหลเวียนของสารอาหารจากแม่ไปสู่ลูกทำได้ดีมีประสิทธิภาพ ช่วยลดอาการท้องผูก และขับสารพิษได้ การดื่มน้ำให้เพียงพอคือเฉลี่ยควรดื่มให้ได้ วันละ 8-10 แก้ว หรือราว 1.5 ลิตร ไม่จำเป็นต้องเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เพราะจะมากเกินที่ร่างกายต้องการ แต่ถ้าดื่มน้ำน้อยเกินไปไม่พอ ก็อาจส่งผลให้เกิดโรคกับแม่ท้องได้เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือร่างกายขาดน้ำ อ่อนเพลีย ผิวแห้ง
  7. พักผ่อนให้เพียงพอทุก ๆ วัน ถ้าแม่ท้องได้นอนหลับพักผ่อนเต็มที่ก็ทำให้  ลูกน้อยในครรภ์ได้หลับพักผ่อนไปด้วย ส่งผลให้ทารกมีการเจริญเติบโต และพัฒนาการที่ดีไปด้วย แต่ถ้าแม่นอนน้อย นอนไม่เพียงพอก็จะส่งผลทำให้การไหลเวียนโลหิตไปเลี้ยงลูกน้อยทำได้ไม่ดี มีผลกับพัฒนาการของลูกแน่นอน ดังนั้นแม่ท้องควรนอนหลับก่อน 4 ทุ่ม และนอนให้ได้หลับสนิทยาวนาน 7-9 ชั่วโมง

Love of Mom Thailand
รู้จริง รู้จักเลือก สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก

นมแม่

รู้จักนมแม่ 3 ระยะ ช่วงไหนดีที่สุดสำหรับลูก พลาดแล้วอาจไม่มีให้ลูกอีกเลย!
นมแม่ดีที่สุด หรือจะเรียกว่าเป็นสารอาหารจากรักของแม่ (Love of Mom) ก็ว่าได้ รู้ไหมว่าจริงๆ นมแม่มีระยะของนม และแต่ละระยะก็มีคุณค่าและสารอาหารที่ต่างกัน ที่แน่ๆ คือลูกพลาดไมได้แม้แต่ระยะเดียว เพราะสารอาหารในนมแม่ให้ทั้งพัฒนาการสมวัยและภูมิคุ้มกันที่ทำให้ลูกไม่ป่วยง่ายด้วย นมแม่ดีที่สุด หรือจะเรียกว่าเป็นสารอาหารจากรักของแม่ (Love of Mom) ก็ว่าได้ รู้ไหมว่าจริงๆ นมแม่มีระยะของนม และแต่ละระยะก็มีคุณค่าและสารอาหารที่ต่างกัน
ลูกกินนมแม่แล้วทำไมถ่ายบ่อย ผิดปกติมั้ย ท้องเสียหรือเปล่า?
ช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังคลอด ลูกมักจะถ่ายอุจจาระบ่อยจนแม่ ๆ หลายคนตกใจ ถ่ายกันจนก้นแดง เปลี่ยนผ้าอ้อมมือเป็นระวิง คุณแม่ที่ไม่มีประสบการณ์อาจจะตกใจว่าลูกท้องเสียหรือเปล่า เพราะหลายครั้งดูดนมแม่เสร็จก็ถ่ายออกมาทันที ซึ่งการที่เด็กเล็ก ๆ ที่กินนมแม่ ขับถ่ายบ่อยเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ สาเหตุหลักคือนมแม่ที่กินเข้าไปทำให้ลูกถ่ายบ่อย แต่ไม่ได้ท้องเสีย หรือมีอันตราย หากไม่ได้ถ่ายออกมามีมูกเลือด หรือลูกยังร่าเริงดี กินนมได้ตามปกติ ช่วง
ทำไม นมแม่ ถึงลดความเสี่ยงภูมิแพ้ได้ ไม่อยากให้ลูกเป็นภูมิแพ้ ต้องรู้ไว้!
ภูมิแพ้ โรคที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็น เพราะเป็นโรคที่หายยากและต้องดูแลตัวเองอย่างมาก โรคภูมิแพ้มีตัวกระตุ้นจากหลายแหล่ง เช่น แพ้ฝุ่น แพ้เกสรดอกไม้ แพ้นมวัว แพ้อาหารทะเล การดูแล รักษา และป้องกันจึงต้องต่างกันออกไปตามการกระตุ้นให้เกิดอาหารแพ้เช่นกัน หนึ่งในอาหารที่ดีที่สุดและอาหารแรกของเด็กๆ “นมแม่” ช่วยลดความเสี่ยงภูมิแพ้ได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย เคยสังเกตไหมว่าเด็กที่ดื่มนมแม่มักเป็นภูมิแพ้น้อยกว่าเด็กที่ไม่ได้ดื่มนมแม่ นั่นเป็นเพราะอะไร ภูมิแพ้ โรคที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็น เพราะเป็นโรคที่หายยากและต้องดูแลตัวเองอย่างมาก โรคภูมิแพ้มีตัวกระตุ้นจากหลายแหล่ง
นมแม่น้อย อยากให้นมแม่พุ่งปรี๊ด ไหลมาเทมา ลองทำตามนี้เลย!
นมแม่น้อย อยากให้นมแม่พุ่งปรี๊ด ไหลมาเทมา ลองทำตามนี้เลย!
นมแม่น้อย นมแม่ไม่มา กลัวน้ำนมไม่พอให้ลูก อยากให้นมแม่มาเยอะ ๆ พุ่งปรี๊ด ต้องทำอย่างไร มาเช็กกันดูว่าทำตามเคล็ดลับของเราครบหรือยัง ถ้าทำได้ตามนี้รับรองนมแม่ไหลมาเทมา เพิ่มขึ้นจนพอกับลูกแน่นอน นมแม่น้อย นมแม่ไม่มา กลัวน้ำนมไม่พอให้ลูก อยากให้นมแม่มาเยอะ ๆ พุ่งปรี๊ด ต้องทำอย่างไร มาเช็กกันดูว่าทำตามเคล็ดลับของเราครบหรือยัง ถ้าทำได้ตามนี้รับรองนมแม่ไหลมาเทมา เพิ่มขึ้นจนพอกับลูกแน่นอน ดื่มน้ำให้มากขึ้น ควรดื่มน้ำให้ได้วันละ
9 Do & Don’t เรื่องการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ
ตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปยาวๆ ก็ต้องรู้เรื่องที่ควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการปั๊มนมและการทำสต็อกนมแม่ค่ะ นี่คือ 9 Do & Don’t เรื่องการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไปยาวๆ ก็ต้องรู้วิธีปั๊มนมแม่และการทำสต็อกนมแม่ที่ถูกต้องค่ะ เราลองมาดูกันว่าอะไรคือสิ่งที่แม่ให้นมควรทำและไม่ควรทำเกี่ยวกับการปั๊มนมแม่เก็บสต็อกที่แม่ให้นมต้องรู้และจำให้ขึ้นใจ คุณแม่ควรใช้ภาชนะที่ผ่านการฆ่าเชื้อในการเก็บน้ำนม แนะนำให้ใช้เป็นขวดพลาสติกหรือถุงเก็บน้ำนมโดยเฉพาะที่ผ่านการฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว จะช่วยรักษาเซลล์เม็ดเลือดขาวในน้ำนมแม่ที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการติดเชื้อในการช่วยให้กักเก็บคุณค่าของน้ำนมแม่ไว้ได้ดีค่ะ คุณแม่ควรหมั่นตรวจเช็คตู้เก็บน้ำนม คุณแม่ควรหมั่นตรวจสอบตู้เก็บน้ำนม ว่าสภาพการใช้งานปกติอยู่หรือไม่ รวมถึงการเช็คปลั๊กที่เสียบและอุณหภูมิความเย็นของตู้ เพื่อการเก็บรักษาน้ำนมของลูกน้อย คุณแม่ควรเขียนหน้าถุงเก็บน้ำนมให้ชัดเจน ว่านมแต่ในแต่ละถุงที่ปั๊มเก็บวันไหน